Latte art Marathon

July 25th, 2008

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาแห่งประสบการณ์อย่างดียิ่งครับ เริ่มกันตั้งแต่ไปออกงาน Exhibition เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ตามคำว่าจ้างของผู้จัดฯ จากนั้นก็จับรถทัวร์เดินทางต่อจากพัทยากลับมากรุงเทพฯ แล้วต่อไปเชียงใหม่ เพื่อติดตั้งเครื่องชงกาแฟ Plus 4 You ให้กับลูกค้าท่านหนึ่งที่สนใจเล่นกับ เทคโนโลยี และ คุณภาพของกาแฟจากเครื่องตัวนี้ อยู่เชียงใหม่ได้ 2 วันก็นั่งรถทัวร์กลับมาเตรียมจัด “ชิมกาแฟ ” ให้กลับ กลุ่มผู้รักกาแฟที่ แบงค์ชาติ ที่ ๆ ผมมีร้านอีกแห่งตั้งอยู่ มีเวลาสะสางงานได้ 2 วัน ก็จะต้องเดินทางไปดูงานเกี่ยวกับ Syrup ” Monin ” ตามคำเชิญของบริษัทฯ ผู้ผลิต พร้อมกันนี้เลยได้มีโอกาสจะไปพบเจอกับเกษตรกร ผู้ปลูกกาแฟชาวอินโด อีกด้วย แล้วผมจะค่อย ๆ ทยอยเล่ากันให้ฟังนะครับ

เนื่องจาก จะมีการจัดประชุม ศัลยแพทย์ จากทั่วประเทศ ที่พัทยาเกิดขึ้น ในงานการประชุมครั้งนี้ มีบริษัทผู้นำเข้า เครื่องมือแพทย์ รวมถึง ยา และ อุปกรณ์ต่าง ๆ ทางการแพทย์มาโชว์กันในงานนี้ด้วย ผมได้รับการว่าจ้างให้ไปเท Latte Art โชว์ในจำนวน วันละ 200 กว่า แก้ว !!! ในเมื่อมีนมมาให้เท ให้เล่น ขนาดนี้ จะให้ปฏิเสธอย่างไรไหว งานนี้ เลยขนเจ้าเครื่อง Plus 4 you ตัวเก่งไปสตรีมกัน พร้อมด้วย เครื่องบด Compak K10 WBC ที่บดกาแฟออกมาได้รวดเร็ว ไม่ผิดหวังกันเลย

booth.jpg

plus4youcompak.jpg

dosing.jpg

ก่อนไปผมโทรหาเพื่อนผู้รักกาแฟ ซึ่งก็คือ คุณหมอพร สุดหล่อ ว่ามีไปประชุมงานนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งคำตอบไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลย งานนี้ผมเลยได้ เพื่อนมาร่วมเท Latte art ฝีมือระดับประเทศอีกคน …

pnaronglatte1.jpg
pnaronglatte2.jpg
pnaronglatte3.jpg

 

งานนี้เราตกลงกันไว้ว่า จะมีการเท Latte art ลายต่าง ๆ ให้ผู้เดินชมงานได้เห็นและได้ลิ้มลองรสชาติกัน ซึ่งจะไม่มีเมนู อื่นใด โดยเฉพาะ ” เอสเพรสโซ่เย็น” นอกจาก Chocolate ร้อน อีกเมนูสำหรับผู้ไม่ดื่มกาแฟ งานนี้ เทไป เทมา ได้รับความนิยมเกินคาดคิด แก้วจำนวน 250 แก้วที่เตรียมมาเผื่อ กลับหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว จนต้องเบียดเบียนยอดแก้วของอีกวันไปด้วยซ้ำ

ne-on-work.jpg

ผมไม่คิดว่า หลาย ๆ คนที่เดินเข้ามาสั่ง กาแฟเย็น และถูกปฏิเสธไป แต่ก็ยอมรับที่จะลองดื่ม Latte ร้อน ๆ ดู และ ในที่สุดก็กลับมาพร้อมพาเพื่อนมารับเพิ่มอีกด้วย เพราะหลงมนต์เสน่ห์อันหอมหวลของ กาแฟเอสเพรสโซ่กับนมสดร้อน ๆ ที่หวานได้โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม อีกทั้ง คุณหมอหลาย ๆ ท่านถึงกลับเปลี่ยนทัศนคติ ด้านกาแฟร้อนที่จะต้องขม ๆ เท่านั้น อย่างสิ้นเชิง สิ้นสุดงานนี้ไปได้ด้วยดี ผมต้องขอขอบคุณ เพื่อน ๆ พี่ ๆ เช่น หมอพร และ พี่ณรงค์ แห่ง เบญจมิตร คอฟฟี่ ที่เข้ามาร่วมสนุก เทลาเต้ อาร์ต มาราธอน ในงานนี้อีกครั้งครับ .

latte-art1.jpg

 

Latte Cupping

July 17th, 2008

ผมยังติดใจเรื่องนมที่เดนมาร์ก ไม่หาย ถ้าใครชอบนม ดื่มนม หรือ กินโยเกิร์ต เป็นชีวิตจิตใจแล้วล่ะก็ … ชาตินี้ต้องหาทางไปดื่มนมจากเต้า จากแม่วัวสัญชาติเดนมาร์ก ดูซักครั้งครับ

เมื่อกลับมา ได้มีโอกาสแวะไปหาเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่ พร้อมกับไปทำ Meeting เล็ก ๆ ให้กับผู้ใช้น้ำเชื่อม Monin  พอหลังงานมีเวลาเหลือ จึงได้ทำการ Cupping Latte กันเล่น ๆ  โชคดีคราวนี้ผมได้พบเจอเพื่อนใหม่ ผู้มีความรู้และความรักเรื่องนมเป็นอย่างดี  เพื่อนคนนี้ ทำนมเอง ผสมนมเอง ถึงขนาดสั่งเครื่องโฮโมจิไนเซอร์ (ขออภัยหากสะกดผิด) มาเลยเลยด้วยซ้ำ  งานนี้ผมเลยได้ความรู้ เรื่องนมมากมาย   ในเมื่อ Cafe’ Latte นั้นมีส่วนประกอบของนมมากกว่ากาแฟด้วยซ้ำ หากคุณภาพของนมไม่ดี ก็เป็นเรื่องยากที่จะให้ รสชาติ Cafe’ Latte อร่อยพริ้มไปได้

multi-brand-milk.jpg

 วันนั้น เพื่อนคนนี้ทำการผสมนมอย่างที่ผมต้องการ ให้เดี๋ยวนั้น ด้วยโจทย์ที่ผมต้องการนมที่ดื่มอร่อย หอม สตรีมง่าย และ ที่สำคัญไม่มีกลิ่นนมที่แรงเกินควร จนทำให้เบียดบังรสชาติที่ดีของกาแฟ   งานนี้เราทำกาแฟลาเต้มา 6 ถ้วย ด้วยนมที่แตกต่างชนิด ตามที่หาซื้อได้ในท้องตลาด  และนมที่ทำการผสมขึ้นจากความต้องการส่วนตัว   เราทำการติดป้ายชื่อด้านล่างของถ้วย และใช้ช้อนคนผสมนมกับกาแฟทุกแก้วให้เข้ากัน และเพื่อไม่ให้เกิดความลำเอียง หากผู้ทำจะจำลายของนมแต่ละตัวได้ จึงให้ผู้ร่วมทดสอบสลับตำแหน่งตามใจชอบ …

 six-cup-of-latte.jpg

nae-slurping.jpg

 แทบไม่น่าเชื่อว่านมแต่ละแบรนด์ แต่ละตัวจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันขนาดนี้  บางแก้ว กลิ่นนมแรงมากเหมือนวัวท้องผูกยังไงยังงั้น Cafe’ latte บางถ้วยจืด ๆ ไม่น่าอภิรมภ์  การ Cupping Latte ในครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการชี้นำว่าอันไหนดี หรือ ไม่ดี ผมจึงไม่ขอบอกผลในการทดสอบในครั้งนั้น เพราะเป็นการทดสอบเล่น ๆ และ ผลการทดสอบอาจจะมีความแตกต่างจากการทำกาแฟถึง 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมีความเป็นไปได้ที่จะให้รสชาติกาแฟไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน แต่น่าแปลกที่นมยอดนิยม กลับไม่ได้รับความนิยมในวันนั้น  และ ตัวที่เลือกว่าน่าจะดีที่สุด กลับดื่มแล้วไม่อร่อยเท่าตัวรองชนะเลิศ แต่ในระหว่างการทำ Latte Cupping ผมได้ความรู้เพิ่มเติมมากมายว่า น้ำนมที่ดี ที่ให้รสชาติของนมอร่อยนั้น มีกระบวนการ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากาแฟเลยทีเดียว  แม่พันธ์ของวัวที่ให้น้ำนม มีความสำคัญยิ่งยวด รวมถึงอาหารการกิน และ การอบรมบ่มนิสัย , การเลี้ยงดูวัวให้แข็งแรง มีอุณหภูมิในการเป็นอยู่ที่พอเหมาะ เป็นสิ่งสำคัญที่จะให้นำ้นมออกมารสดี หอม มันส์ อร่อย

smile-latte.jpg

ผมกลับมาถึงกรุงเทพ ด้วยใจคิดถึงแต่นมที่เชียงใหม่ในวันนั้น และในไม่ช้าประเทศเราจะมี ผู้ผลิตนมที่ให้ความสำคัญ และ ทำตามสั่งได้เหมือน Barista Milk ที่ผมพบที่เดนมาร์กในวันนั้นครับ .

เรื่องวุ่น ๆ ของ วิปครีม

July 12th, 2008

หลังจากกลับมาจากสเปน  งานก็รุมเร้า  ทำให้แทบไม่มีเวลา เขียนเรื่องราวต่อ  เมื่อคราวที่ผมไปเยี่ยมเยียนร้านกาแฟในยุโรปนั้น มีโอกาศ เข้าร้านนู้นออกร้านนี้ก็หลายครั้ง ส่ิงหนึ่งที่ผมเคยว่าไว้แล้วก็คือเรื่อง นมสดที่นั่นหอม อร่อย มาก ๆ พูดถึงเรีื่องนมสด ยิ่งต้องพูดถึงเรื่องวิปครีมด้วย  เพราะวิปครีมที่นั่น เนียนนุ่ม หอมอร่อยกว่าที่ผมเคยได้สัมผัสเลยทีเดียว

 ผมบังเอิญเหลือบไปเห็น ก๊าซวิปครีมหน้าตาคุ้น ๆ เหมือน ๆ กับที่ผมเคยใช้ที่ประเทศไทย นั่นก็คือ ก๊าซ ไนโตรเจน ของ ISI นั่นเอง  ผมเห็น แทบทุกร้านในเดนมาร์ก และ สเปน ใช้ก๊าซยี่ห้อนี้ทั้งนั้น  ไม่วายที่บูธ น้ำเชื่อม Monin ในงานกาแฟ SCAE ด้วยซ้ำ  ทำให้หวนนึกมาถึงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมมีปัญหากับเรื่องยอดวิปครีมที่ร้าน ไม่สัมพันธ์กับยอดขาย ทำให้นึกว่า พนักงานของที่ร้านจะแอบทุจริต จากการขายวิปครีมแต่ไม่นำเงินเข้าร้านไปนู่น  สืบไป สืบมา ทำให้เจอะเจอตัวการใหญ่ คือเรื่องของ กระบอกวิปครีมที่ใช้ ยางเสื่อมคุณภาพ พาลไปถึง ก๊าซวิปที่ใช้ น่าจะมีปริมาณไม่สม่ำเสมอในแต่ละหลอด (เป็นแค่ข้อสันนิฐานครับ ) เมื่อทราบปัญหาจากน้อง ๆ ที่ร้าน ฯ ผมจึง ทดลองเปลี่ยนยี่ห้อ ของก๊าซที่ใช้ และ ซื้อกระบอกวิปครีมใหม่ดู  จากนั้นก็เฝ้าดูปริมาณที่ทำได้แต่ละกระบอก  …   ปรากฏว่า ปัญหาหมดไปเลยครับ ทุกกระบอก เหลือวิปครีมในกระบอกน้อยมากก่อนทิ้ง ทุกกระบอกที่ทำวิปครีมในขนาด 500 ml. ทำได้เกิน 10 ลูกขึ้นไปเลยทีเดียว  เรื่องนี้ผมต้องขอบคุณทาง วีรสุ เป็นอย่างยิ่งที่ให้พนักงานที่ร้านได้เข้าไปอบรม เรื่องการทำวิปครีมที่บริษัทฯ

 isi-cream-whip.jpg

isi-gw_montage.jpg

isi-mocha_cream.jpg

 

เรื่องนี้ทำให้ผมถึงกับอึ้งว่า บริษัทฯทำก๊าซ วิปครีม ISI นั้น เป็นบริษัท ที่มีเทคโนโลยี่ การผลิตก้าวหน้ามาก ถึงขนาดที่มีเทคโนโลยี การบรรจุ ที่ได้มาตรฐาน ที่จะทำให้ ทุก ๆ หลอดก๊าซมี ปริมาณก๊าซเกิน 8 g. ไม่มีขาด และ ไม่มีโอกาศที่จะร่ัวซึมได้เลย เพราะถ้าหากเกิดเหตุผิดพลาดเมื่อไร นั่นแทบหมายถึงชีวิตของทุกคนบนท้องถนน เช่นกัน !!!

monin-butterscotch.jpg

 พูดไปแบบนี้ จะตกใจกันมั๊ยเนี่ยะ … ขนาดก๊าซวิปครีมรั่ว นี่จะมีผลถึง ชีวิตนี่จะไม่มากไปเหรอ ??? แล้วที่กิน ๆ อยู่ทุกวันล่ะ ????   ผมขอตอบแบบไม่เกรงใจเลยครับว่า ใช่ครับ  แต่ไม่ได้หมายความว่าก๊าซที่อยู่ในหลอดก๊าซของ isi จะเป็นอันตรายนะครับเพราะ ก๊าซนั่นปลอดภัยต่อการบริโภค ผ่านมาตรฐาน อย. จากทุกประเทศทั่วโลกมาแล้ว  แต่ที่ว่า หากเมื่อไรที่หลอดก๊าซของ isi มีโอกาศรั่ว มีผลต่อชีวิต นั่นผมหมายถึง เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รถยนต์ที่มีระบบถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงานไงครับ  เพราะก๊าซที่บรรจุ อยู่ในรถยนต์แทบทุกคันจากยุโรป และ เกือบทุกยี่ห้อทั่วโลก ผลิตและบรรจุก๊าซจากโรงงาน isi ในประเทศออสเตรีย นี่แหละครับ ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีการบรรจุ จึงสำคัญมาก  …

 ผมกลับมา และ ตัดสินใจ เปลี่ยนก๊าซที่ใช้ทันที เพราะถ้าเทียบกับราคาที่แพงขึ้นนิดหน่อยแล้ว กับปริมาณวิปครีมที่ผมต้องเสียไป ผมยอมจ่ายแพงกับค่าก๊าซดีกว่า  เพราะอย่างน้อย เมื่อไรก็ตามที่ลูกค้าที่ร้านกาแฟฯ สั่งกาแฟเพิ่มวิปครีมแล้ว ผมจะตอบเสมอว่า วิปครีมที่ผมใช้ คุณภาพความปลอดภัย ระดับ เวิลด์คลาส ปลอดภัยกับชีวิต เหมือนเช่น ที่คุณจะได้รับระดับเดียวกันกับ เบนซ์ เอสคลาส เลยทีเดียวครับ

 

 

….แหม…. ว่าไปด้ายยยย

@_@

July 4th, 2008

2005_08070040-copy.JPG

เฮ้อ……………………………..

ขออนุญาติถอนหายใจแรง ๆ หน่อยครับ  วันนี้ไม่มีอะไรจะเขียน ผมแค่เดินทางมาเหนื่อย ขอพักดื่มน้ำหน่อยครับ .

มิตรภาพ ในฐานะ คู่แข่งขัน

June 28th, 2008

ในงานกาแฟประจำปีของยุโรปนี้ มีการจัดการแสดงสินค้ามากมายหลาย ผู้ผลิตและหลากหลายผลิตภัณฑ์ครับ  หนึ่งในนั้นคือเครื่องชงกาแฟ RENEKA  เครื่องชงกาแฟจากประเทศฝรั่งเศส

จริง ๆ ในฐานะผู้นำเข้าเครื่องชงชงกาแฟและเครื่องบดกาแฟเช่นกันนั้น ผมน่าจะเป็นคู่แข่งทางการค้ากับผู้นำเข้าและผู้ผลิต แต่ด้วยความอาวุโสของผู้นำเข้าที่ผมนับถือเป็นส่วนตัวแล้วนั้น ผู้ผลิตเครื่องชง reneka  นี้ยิ่งเป็นผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งที่น่าเคารพเช่นกัน  ดู ๆ ไปผมไม่น่าจะสนิทสนมอะไรมากกับผู้ผลิต แต่ด้วยมารยาทและเส้นแบ่งเขตบาง ๆ ทำให้ผมมีเพื่อนซึ่งถือเป็นคู่แข่งคนหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น

 kentkaffereneka.jpg

kentkaffecart.jpg

 

จะว่าไปแล้วงานนี้ก็ดูไม่ใหญ่โต เดินไปเดินมาก็กลับมาเจอกันที่เดิม  และ หลาย ๆ หนผมก็ใช้บูธ reneka พักเหนื่อย จิบกาแฟจากโรงคั่วกาแฟอีกแห่งในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย reneka  ในประเทศนั้น ๆ   ตกเย็น ผมได้รับคำเชิญให้ไปทานข้าวด้วยกัน ด้วยความคุ้นเคยจากเมื่อครั้งพบกันที่เมืองไทย และ สิงคโปร์ จึงตอบรับคำเชิญ โดยมี Mr.Patric , Mr. Oliver , ผู้จัดจำหน่ายจากประเทศรัสเซีย และ ผม ไปทานข้าวกัน และได้เดินเที่ยวชม สวนสาธารณะ Tivoli ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมได้ ปีละครั้งในช่วง Summer  เช่นนี้   ตกดึกเราเดินแวะเข้าร้านเบียร์ในย่านบาร์ใกล้ ๆ Tivoli  นั่งเชียร์บอลยูโรคู่ระหว่าง รัสเซีย VS เนเธอแลนด์  และคืนนั้น รัสเซียก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง

 tivoli.jpg

ผมรู้สึกว่าตัวสบายมากในการวางตัวกับผู้ซึ่งเป็นเสมือนคู่แข่งทางการค้า  หลาย ๆ ครั้งผมแนะนำข้อดีของเครื่องชงรุ่นที่ผมนำเข้าและจัดจำหน่ายให้เค้าได้ฟังด้วยซ้ำ  และบางที Mr. Patric  ยังแอบเอารูป product เครื่องชง 1 หัวกรุ๊ปรุ่นล่าสุด สุดไฮเทค ที่ยังไม่ออกวางจำหน่ายมาโชว์ผมด้วย  (โชคดีที่ผมไม่ทำตลาดเครื่องหัวเดียวรุ่นแบบนี้ ไม่งั้น….เฮ้อ)  ไม่ว่าอย่างไร ผมยินดีมีมิตร มากกว่า  และความสัมพันธ์อาจจะห่างเหินกว่านี้ ถ้าเมื่อผมเริ่มผลิตเครื่องชงกาแฟเอง เพราะถึงวันนั้นผมคงจะอินกับเครื่องชงกาแฟกว่าที่เป็นอยู่เป็นแน่ครับ .

Coffee Collective & Champion

June 24th, 2008

เช้าในวันที่สองของการเดินทาง ผมนัดแนะกับ Klaus Thomsen ว่าจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนเค้าที่ Coffee Collective ถ้าจะให้ง่ายผมก็แค่ขึ้นแท๊กซี่พร้อมกับยื่นแผนที่พร้อมที่อยู่ให้แท๊กซี่ทราบ ไม่กี่นาทีจากนั้นผมก็คงจะไปถึงที่หมาย … แต่ผมไม่ ผมกลับยื่นแผนที่พร้อมกับถามทางไปโดยรถโดยสารประจำทางกับ พนักงานโรงแรมแทน ผมแค่ใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น เดินมากขึ้น เปลี่ยนรถหลายคันมากขึ้น ผมก็เดินทางไปถึงที่หมายเช่นกัน ในราคาที่ถูกกว่าหลายเท่านัก
coffeecollective1.jpg

coffeecollective61.jpg

Coffee Collective เป็นบริษัทกาแฟ ขนาดไม่ใหญ่ ดำเนินกิจการมาไม่นานนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยผู้คนที่มีพลัง ที่เล็ก ๆ แห่งนี้วางไว้ด้วยเครื่องคั่วกาแฟ ชั้นนำของโลก จากเยอรมันนี Probat L12 นั่นเอง แต่ถ้าคุณเดินเข้าไป คุณจะเห็น เครื่องชงกาแฟ La marzocco ยิ้มต้อนรับคุณอยู่ กับเครื่องบดกาแฟ Compak K10 WBC และ เครื่องบด Mahlkoenig K30 Twin

coffeecollective5.jpg

Klaus ให้การต้อนรับอย่างดีมาก เค้าดีใจ และ ตื่นเต้นมากที่มีผู้รักกาแฟ บ้ากาแฟ จากทั่วโลกเดินทางมาเยี่ยมเยียนเค้าเช่นนี้ ผมได้รับการต้อนรับเฉกเช่นคนกาแฟทั่วไป ด้วย Espresso shot จากการชงโดย แชมป์โลกบาริสต้า ปี 2006 ที่ไหลเอื่อยจาก Portafilter เคลือบ Teflon และแน่นอนกาแฟของ coffee collective ไม่่ทำให้ผมผิดหวังเลย

coffeecollective4.jpg

coffeecollective3.jpg

coffeecollective2.jpg

ทุก ๆ วันบริษัทกาแฟเล็ก ๆ แห่งนี้ จะทำการคั่วกาแฟ ตามคำสั่งซื้อที่มี และ ทำการจัดส่งไปตามร้านเล็ก ๆ ต่าง ๆ เวลาอีกส่วนหนึ่งเค้าจะทำการชิมกาแฟที่คั่วแล้ว ทำการเบลนด์กาแฟ หรือแม้แต่เทรนนิ่งให้กับ บาริสต้าผู้สนใจที่จะพัฒนาทักษะของตัวเอง

coffeecollective7.jpg

ผมนึกตื่นเต้นแทน เมื่อนึกถึง วันหนึ่งที่เราจะมีการแข่งขัน บาริสต้าระดับโลกในบ้านเราบ้าง เมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ เราคงได้ทำแผนที่ Thailand Quality Espresso bar เพื่อให้เพื่อนผู้รักกาแฟ หรือ คนบ้ากาแฟเช่นเรา จากทั่วโลก แวะเวียนมาเยี่ยมเราบ้างเช่นกัน ถึงวันนั้นผมเชื่อว่าเราจะทำให้ทั้งโลกสนใจเรามากขึ้นเป็นแน่ครับ .

The winner

June 22nd, 2008

อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้จริง ๆ  เมื่อผลปรากฏว่า ผู้ชนะในปีนี้กลายเป็น Stephen Morrissey จาก Ireland จะว่า ๆ เป็นตัวแทนจาก Ireland เลยก็ไม่เชิง เพราะตอนนี้ stephen อยู่ที่ london เป็นหลัก ทำงานร่วมกับ พ่อมดกาแฟอย่าง Jame Hoffman นั่นเอง  สตีเฟ่นเป็นคนดูอบอุ่น ใจดี ยิ้มง่าย แถมกองเชียร์เยอะมาก  เค้าแสดงการแข่งขันได้ เรียบง่าย แต่ผลลัพธ์ออกมาดีมาก ในจำนวนผู้เข้ารอบ 6 คนนี้ผมว่าไม่มีใครกินใครเลย เพราะทุก ๆ คนแสดงผลงานได้อย่างดี แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก 

stephen.jpg

และแทบไม่น่าเชื่อ ว่ากาแฟที่ สตีเฟ่นเลือกใช้ในการแข่งปีนี้ มากจาก กาแฟจาก 2 แหล่งเท่านั้น คือ กัวเตมาลา และ รวันดา   แต่ว่ากาแฟแต่ละตัวที่เลือกมานั้น ไม่ธรรมดาเลย  บรรยากาศในการแข่งขัน สนุกตื่นเต้นอย่างมาก ยิ่งตอนประกาศผลด้วยแล้ว ยิ่งลุ้น และ ร้อนอบอ้าว เนื่องจากวันนี้ที่นี่แดดค่อนข้างแรง  ส่วนตัวแล้ว ผมเชียร์แชมป์จาก Denmark  ครับ  น่าเสียดายที่ได้ที่ 6  ที่ชอบ ๆ เพราะว่าเค้าดูเรียบร้อย ใจเย็น นิ่งมาก เครื่องไม้เครื่องมือ ถูกจัดเตรียมมาอย่างดี  แม้กระทั่งน้ำที่ให้กรรมการดื่ม หรือ นมที่นำมาใช้ก็เป็นอะไรที่ดูสมบูรณ์แบบ  ที่นั่งที่ผมนั่งอยู่ติดกับครอบครัวของ Soren   ก่อนแข่งขัน เค้าเดินมาหาลูกที่อายุไม่ถึงขวบ มาสวมกอดภรรยา   ยิ่งในช่วงแข่งขัน เวลาใกล้จะหมด เหลือเพียงไม่กี่วินาที เค้าก็ยังดูขรึม ไม่รีบเร่ง และ ในที่สุดก็จบผลงานได้ทัน และ เรียบร้อย    

soren.jpg

นอกจากนั้น งานนี้ Carl Sala ยังพูดถึงความประทับใจ กับ คาปูชิโน่ ลายหงส์ของน้องปุ้ม ตัวแทนจากประเทศไทยอีกด้วย  หนึ่งปีต่อจากนี้ คงจะมีผู้เตรียมตัวกันมากขึ้น การแข่งขันจะยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น และปีหน้า WBC จะไปจัดอีกทีที่ Atlanta  ตัวแทนจากอเมริกา คงจะไม่ปล่อยให้ผิดหวังอีกเป็นแน่  ตอนนี้เพื่อน ๆ เริ่มเตรียมตัวซ้อมกันได้แล้วครับ .

WBC the Final

June 22nd, 2008

ในที่สุดตัวแทนจากประเทศไทยก็ได้แสดงฝีมือลงแข่งในรายการ world barista championship 2008 เป็นที่เรียบร้อยครับ ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านคงได้ดูใน internet เว็บของ WBC   ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เมื่อตอนที่น้องปุ้ม สิริทัยยืนอยู่บนเวที กำลังจะแข่งขันบรรยากาศลุ้นมาก พวกเรามีคนไทยไม่กี่คนที่จะเชียร์น้องเค้า ก่อนการแข่งขันเพียงไม่กี่นาที เพื่อนร่วมประเทศนับ 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยใน copenhagen รวมตัวกันเดินทางมาเชียร์กันอย่างสนุกสนาน และ เป็นการเชียร์อย่างมืออาชีพมาก  จากกองเชียร์เงียบ ๆ พวกเรากลายเป็นกองเชียร์ที่เสียงดังสุด ๆ จนแทบนึกว่าอยู่ในสนาม ฟุตบอลยูโรซะอีก  เมื่อกองเชียร์ได้ใจขนาดนี้ กำลังใจจะไปไหนเสีย  …

dsc_0398.jpg

dsc_0412.jpg

dsc_0447.jpg

งานนี้ น้องปุ้ม สิริทัย รังจันทึก แสดงฝีมือได้ดีมาก หมดจด ด้วยกาแฟเอสเพรสโซ่ 4 ถ้วย ตามด้วย คาปูชิโน่ ที่โชว์ลายหงส์ได้อย่างเหนือชั้น  และมาจบด้วย signature drink  ที่มีส่วนผสมของเชอร์รี่ ดูน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง  หลังจากจบการแข่งขัน ผมว่าเธอแสดงได้ดีกว่าเดิมมาก จังหวะการพูดดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่มีสั่นอยู่บนเวทีเลย   แต่ถึงแม้ผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ผมให้เธอผ่านสำหรับการแสดงในครั้งนี้ ผมมีโอกาศได้เห็นคะแนนจากกรรมการบ้าง  คะแนนด้านการสร้างความประทับใจเธอได้ดีทีเดียว 

 dsc_0471.jpgdsc_0472.jpgdsc_0473.jpg

Michael Yung, Canada / Soren Stiller Markussen, Denmark / Daniel Remheden, Sweden

dsc_0478.jpgdsc_0480.jpgdsc_0482.jpg

Liesbeth Sleijster, The Netherlands / David Makin, Australia
/Stephen Morrissey, Ireland

และวันนี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึงรอบ final เราจะได้ลุ้นกันว่าใครจะได้เป็นแชมป์โลก นักชงกาแฟ คนต่อไป ปีนี้เดนมาร์กจะมีแชมป์คนที่ 5 หรือไม่ ?  หรือว่าโลกจะมีแชมป์เป็นผู้หญิงอีกคน ? ไม่แน่ เราอาจจะได้ผู้ชนะนอกจาก ยุโรปก็เป็นได้ หรือ ไม่แน่ แชมป์อาจจะเป็นคนเอเซีย ที่โตใน canada ก็น่าลุ้น  และ โลกของกาแฟคงจะต้องจารึกวันนี้ไว้อีกวันเป็นแน่แท้ .

World Latte art Championship 2008

June 21st, 2008

หนึ่งในการแข่งขันที่รวมอยู่ในงานกาแฟครั้งนี้ คือการแข่งขัน World Latte art championship  ครับ รูปแบบการแข่งน่าสนใจมาก คือผู้เข้าแข่งขันจะมีแวลา จำกัดเพียง 10 นาที (ผมไม่แน่ใจ) โดยจำเป็นจะต้องทำกาแฟ 6 ถ้วย คือ Caffe’ Latte แน่นอนต้องเป็น art ด้วย , Espresso Machiato 2 ถ้วย , เครื่องดื่มอิสระ แล้วแต่เทคนิคของผู้เข้าแข่งขัน 

จริง ๆ งานนี้มีหลายอย่างน่าสนใจ และ น่าดูชม เพียงแต่หลาย ๆ รายการเกิดขึ้นในเวลา พร้อม ๆ กันครับ  ผมเข้ามาดูการแข่ง World Latte art championship ก็รอบลึก ๆ แล้ว วิธีการแข่งขันงานนี้ ดูสนุกมาก ดูแล้วลุ้นดี แต่น่าสงสารผู้แพ้อย่างมาก เพราะ ผู้เข้าแข่งขัน จะทราบคะแนนทันที และใช้ระบบแพ้คัดออก นั่นหมายความว่า ใครคะแนนน้อยกว่าอีกคน ก็ตกรอบไปเลย คนที่อยู่ต่อ ก็มายืนลุ้นอีกคนที่กำลังจะแข่งต่อไปเรื่อย ๆ จนเหลือผู้ชนะคนสุดท้าย …

dsc_0228.jpg

dsc_0260.jpg

dsc_0255.jpg

dsc_0254.jpg

งานนี้ใครจะเชียร์ใครผมไม่สน เพราะผู้เข้าแข่งขันจากรัสเซียคนนี้ เธอน่ารัก น่าลุ้นเป็นอย่างยิ่ง ไม่แพ้ มาเรีย ซาราโปว่า เลยเชียว แถมกองเชียร์เสียดังยกกันมาทั้งหัวดำ(เช่นผม) และ หัวแดงกันเต็มอัตจันทร์  ที่สำคัญเธอสวยไม่พอ ยังเก่งอีกด้วย ผลสุดท้ายเธอเข้าไปถึงรอบสุดท้าย และได้ รางวัลรองชนะเลิศไปครอบครอง  ใครจะเทสวยยังไงผมไม่สน แต่ผมสุดลุ้นตอนที่เธอใช้สองมือเทใบไม้ในแก้วเดียวนั่นทำผมแทบลืมหายใจเลยทีเดียวครับ .

SCAE in Copenhagen

June 20th, 2008

ในขณะที่เขียนนี้ผมอยู่ระหว่างการเดินทาง มาดูงานกาแฟที่รวบรวมเอาการแข่งขันหลาย ๆ รายการมาอยู่ใน งานแสดงสินค้า และ ความรู้ที่จัดขึ้นโดยสมาคมกาแฟชนิดพิเศษแห่งยุโรป ในงานนี้มีอะไร ๆ  ที่จะเล่ามากมาย ทั้งยังตื่นตาตื่นใจให้กลับการเดินทางเป็นอย่างมาก  แทบไม่น่าเชื่อว่า ประเทศเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังนิยมการขี่จักรยานไปไหนมาไหน  ในงานนี้ผมพบเจอบุคคล ที่เป็นเสมือนดั่งตำนานกาแฟ Lugi Luipi (พักโรงแรมเดียวกันเลย)  หรือว่าแชมป์โลกบาริสต้า ปี 2006 อย่าง Klaus Thomsen  ที่มาเป็น Barista อยู่ใน บูธของ Astoria ” Plus 4 You “  

dsc_0052.jpg

 พูดถึง Plus 4 You ที่มีหลายคนพูดถึงนั้น บางคนว่าเครื่องตัวนี้ ร้อนเกินไป บางคนว่า ชงกาแฟไม่อร่อย งานนี้ Klaus ได้พิสูจน์ให้เห็น และชื่นชมเครื่อง +4u ที่สามารถปรับแต่ง อุณหภูมิ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด  … บางครั้งคนเราถ้ายึดติดกับอะไรมากเกินไป จะกลายเป็นกรอบให้ตนเองต้องเชื่อในสิ่งที่คิดเสมอ   ผมได้ชิมกาแฟของ Klaus ที่คั่วมาไม่นานนัก  ผมถึงกลับอึ้งในรสชาติที่มีความสมดุลย์ ไม่ฉูดฉาด ไม่ฮิปฮอป แต่กลับให้กลิ่นและรส ทุก ๆ ด้านมาอย่างเท่า ๆ กัน ที่สำคัญ เมื่อผมได้ชิม Cappuccino  ด้วยแล้ว ถึงกลับเข้าใจเลยว่าทำไมนักชงกาแฟจากดินแดนแถบนี้ สามารถสร้างสรร รสชาติกาแฟได้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากนักชงกาแฟแถบอื่น ๆ  เพราะนมในกาแฟนั้น มีรสชาติ นุ่มเนียน เต็มรส ไม่มีกลิ่นนมรุนแรง แต่กลับ แสดงรสชาติกาแฟได้อย่างไม่มีที่ติ เรื่องนี้ผมจะรีวิวให้ทราบอีกทีภายหลัง

เรื่องน้ำเป็นอีกเรื่องนึงที่น่าคิดและน่าสนใจมาก เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง ซึ่งจะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป  งานนี้ plus 4 you กลายเป็นบูธที่ปิดดึกที่สุด เพราะมีแฟน ๆ แชมป์ผู้ใช้จากหลาย ๆ ประเทศแสดงฝีมือ กันมากมาย  งานนี้เพื่อคลายข้อข้องใจ ผมได้ซื้อกาแฟของ บริษัทกาแฟแห่งหนึ่งใน copenhagen ที่วางจำหน่ายอยู่ที่บูธของเครื่องชงหัวกรุ๊ปแยกอิสระ ฝั่งตรงข้ามมาทดสอบ กับเครื่อง Plus 4 you ว่ารสชาติที่ได้ เป็นเช่นใด และผลที่ได้เป็นไปอย่างที่คิดจริงๆ 

 

dsc_0098.jpg

ผลลัพธ์ที่ว่า ไม่อยู่ในวิสัยที่ผมจะพูดถึง แต่ถ้าใครมีเครื่องชงปรับอะไรไม่ได้เลย ก็ไม่ต้องกังวล ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่อง เพราะกาแฟดี ๆ จะไม่มีข้อแม้กับเครื่องระดับเทพเท่านั้น  งานนี้มีเรื่องเล่าอีกมากมาย ซึ่งผมจะมาต่อยอดให้ฟังกันอีกทีนะครับ   และที่สำคัญ น้อง สิริทัย จะแข่งวันเสาร์ เวลาเที่ยวตรง ของที่นี่ (21 jun 2008 ) อย่าลืมร่วมกันส่งใจมาเชียร์นะครับ