Archive for the ‘article’ Category

ย้ายบ้านไป www.espressofriend.com/newblog แล้วครับ

Friday, March 5th, 2010

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่เข้ามาติดตามเรื่องราวกันมากว่า 3 ปีในบ้านแห่งนี้ ตอนนี้ผมอยากจะหยุด Blog เดิมนี้ไว้ที่นี่ และ จะไปเริ่มต้นใหม่ ที่ Link ใหม่นะครับ www.espressofriend.com/newblog และ Post นี้จะเป็น Post สุดท้ายของบ้านแห่งนี้ ข้อความทั้งหมดจะยังถูกเก็บไว้ที่เดิม เพื่อเป็นประโยชน์มากบ้าง น้อยบ้างแก่ผู้สนที่สนใจเรื่องราวของกาแฟ และ ที่บ้านแห่งใหม่ หน้าตาทันสมัยขึ้น จะสามารถใส่ Clip VDO หรือ Link ต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้นครับ ยังไงติดตามกันต่อไปนะครับ …

Mr.Z>>

espressofriendoldblog1.jpg

Professional Espresso Machine

Wednesday, February 17th, 2010

เป็นเรื่องน่าแปลก เมื่อเราเชื่ออะไร หรือ หลงชอบ หลงรักอะไร อย่างสุดขั้ว ต่อจะให้มีสิ่งอื่นใด เท่าเทียมมาชดเชย ก็ไม่อาจจะทำให้เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจไปได้  เรื่องนี้มีตัวอย่างสำหรับเครื่องชงกาแฟครับ ผมมีลูกค้าท่านหนึ่งเป็นชาวต่างประเทศ เดินเข้ามาหาผมจากคำแนะนำของเพื่อนรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่ผมเคารพ เค้าเดินเข้ามาดูเครื่องบดกาแฟโดยเฉพาะ แต่เมื่อได้คุยก็พบว่า จะยังไงก็ตามแกอยากได้เครื่องชงกาแฟอยู่ไม่กี่แบรนด์ ซึ่งก็คือ เครื่องชงกาแฟระดับ ซูเพริป ( superb ) ถ้านับดูที่ระบบเครื่องและชื่อเสียงจาก บาริสต้าระดับโลก ก็จะพบว่ามีไม่กี่ยี่ห้อ หนึ่งในนั้นเป็นเครื่องที่ผมชอบรูปทรงเป็นพิเศษ นั่นก็คือ Slayer Espresso machine ผมเคยติดต่อไปหลายหน ได้พบกว่า ราคาค่าตัวเมื่อมาถึงเมืองไทย ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 แสนกว่าบาท และนั่นคงมีไม่มากนักถ้าคิดจะซื้อมาใช้ในร้านกาแฟในประเทศไทย  อีกแบรนด์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและ มีมาก่อน ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ Slayer แยกตัวออกมาทำเอง และ นั่นก็คือ Synesso  นั่นเอง  จะว่าไปหลายปีที่แล้วเมื่อ Synesso ออกสู่ตลาด หลาย ๆ คนก็ ฮือฮาตื่นเต้นไม่น้อย กูรูกาแฟหลายต่อหลายคน พูดถึงไม่ขาดปาก ด้วยความที่เป็นเครื่องชงกาแฟที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการชงกาแฟได้แทบทุกเทคนิค ทุกรูปแบบของ profile  การชง  ทำให้ Barista เป็นผู้ควบคุมการชง หรือ ออกแบบเทคนิคการชงให้เหมาะสมกับเบลนด์กาแฟที่ใช้ได้เอง

” เดวิด โชเมอร์ ” ปรมาจารย์ ด้าน Latte art คนแรก ๆ ของอเมริกา กล่าวถึงแต่เรื่องดี ๆ รวมถึงเป็นผู้ให้คำปรึกษาและ พัฒนาร่วมด้วย  ซึ่งในปัจจุบันเครื่องชงกาแฟ Synesso ตัวแรกของโลก ได้ตั้งอยู่ในครัวที่บ้านของเค้านั่นเอง และ ใช้ชงอยู่ในทุก ๆ วันด้วยดีเสมอมา ส่วนอีกคน พ่อมดกาแฟอย่าง เจมส์ ฮอฟแมน   แชมป์โลกบาริสต้า ปี 2007   ก็ชอบและใช้อยู่  พูดได้ว่ากาแฟที่ใช้แข่งขัน จนทำให้มีแชมป์เปี้ยนบาริสต้า ที่ผ่านการเบลนด์กาแฟจากเครื่อง Synesso ถึง 3 คนที่ผ่านมาเลยทีเดียว

 

ผมเองเคยได้เห็นได้เล่นได้ลอง ครั้งแต่ก็เมื่อตอนที่ไป เรียนชิมกาแฟ ที่ อเมริกา ตอนนั้นแวะไปร้าน Cafe vivace ของ เดวิด โชเมอร์  ทำให้ได้มีโอกาสดื่มกาแฟจากเครื่องชงกาแฟตัวนี้   สำหรับผมสิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบใจมากนักกับ Synesso ก็คือเรื่องรูปร่างหน้าตา  แต่เมื่อพบว่า ในปีๆ หนึ่ง เค้าสามารถผลิตเครื่องตัวนี้ได้เพียงไม่กี่ร้อยตัวต่อปีเท่านั้น ทำให้ผมเริ่ม ๆ เข้าใจ และ ในที่สุดวันหนึ่งที่ผมได้เป็นเจ้าของ และ ได้เป็นตัวแทนในประเทศก็เข้ามา   ผมแทบเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่ไหวเมื่อ Synesso  ตัวแรกของประเทศไทย กำลังจะเดินทางมาถึง และ จะไปปรากฏตัวครั้งแรกในงาน Thailand coffee Tea & Drink 2010 ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ระหว่างวันที่ 18-21 Feb นี้  แต่เครื่อง Synesso จะมาตั้งโชว์ในงานเฉพาะช่วง เสาร์ อาทิตย์เท่านั้น  ยิ่งน่าตกใจ เมื่อพบว่า มีบางท่านรู้และทราบข่าว การมาถึงของ Synesso ตัวแรก ทำให้อดใจไม่อยู่ ตกลงจะเป็นร้านแรก ในเมืองไทยที่ใช้ Synesso ในร้านเลยทีเดียว … หลาย ๆ คนคงอย่างจะรู้ว่า ร้านนั้นอยู่ที่ไหน ซึ่งผมจะขออุบไว้ก่อน เพื่อให้เพื่อน ๆ แวะมาชิมกาแฟจากท่านเจ้าของร้านมาชงให้ชิมเองเลยด้วย  และ ไหน ๆ จะเป็นเจ้าของเครื่องที่ดีที่สุดในยุคแล้ว ก็ เลือกใช้ รุ่น Hydra ที่สามารถเล่นกับ pressure profile ได้อีกด้วย

 

synesso-logo.jpg

 

hydra-again-lg.gif

 

หากใครมีเวลา ในช่วงวันหยุดของอาทิตยนี้ แวะ ๆ มาดื่มกาแฟที่บูธ Peaberry Limited บ้างนะครับ หรือ จะแวะ มาจอง Synesso อีกตัว ผมก็ไม่ว่านะครับ .

การแข่งขัน Barista Championship 2010

Wednesday, January 20th, 2010

กลับมาพูดถึงเรื่องการแข่งขันกันเล็กน้อยครับ จริง ๆ หลังปีใหม่ ผมมีเรื่องจะเล่าจะพูดถึงหลายเรื่องเลยโดยเฉพาะ โครงการณ์นึงซึ่งผมอยากเริ่ม และ อยากมีส่วนช่วยในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง นั่นคือโครงการร้านกาแฟช่วยโลก อย่างที่เห็น ๆ กลายเป็นว่าทุก ๆ ปีในช่วงใกล้ ๆ ปีใหม่เราจะได้ข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่จาก อุบัติภัย อุทกภัย และรวมถึง อัคคีภัยมากมาย   เมื่อกลับมาดูตัวเราเอง มาดูธุรกิจที่เราทำอยู่ จริงๆ ก็มีส่วนไม่มากก็น้อยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโลกร้อนด้วยเช่นกัน จริง ๆ ตั้งแต่ปีนี้ไปผมจะเริ่มและพยายามใช้กาแฟที่ปลูกภายใต้ร่มเงามากขึ้น (Shade Grown ) หรือ หากสวนใดเป็นกาแฟที่ได้รับ Rainforest Alliance Certificate ผมก็จะพยายามสนับสนุนมาใช้ เพื่อไม่ให้การลงทุน ลงแรงของผู้ตั้งใจสูญเปล่า นอกเหนือจากเรื่องคุณภาพด้านรสชาติเป็นตัวตั้งด้วยแล้ว

 

เมื่อตอนต้นพูดถึงการแข่งขัน ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบว่า ในระหว่างวันที่ 18-21 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ จะมีงาน Thailand Coffee Tea & Drink 2010 ซึ่งจะจัดที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ ห้อง คอนเวนชั่น ฮอล  ภายในงานจะมีการแข่งขัน บาริสต้า ชิงแชมป์แห่งประเทศไทย เพื่อเฟ้นหาตัวแทนไปแข่งชิงแชมป์โลกที่ เมือง ลอนดอน ประเทศอังกฤษในเดือนมิถุนายน นี้   จริง ๆ  ผมได้ทราบการแจ้งให้ทราบว่าจะมีการประมูลเครื่องชงกาแฟที่นำมาใช้ในการแข่งขัน ซึ่งทาง สมาคมบาริสต้าไทย ก็จะรวบรวมเงินที่ได้จาก sponsor ไปเป็นทุนให้ผู้ชนะเลิศเดินทางไปแข่งที่ประเทศอังกฤษต่อ  จริงๆ ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจรายเล็กที่นำเข้าเครื่องชงกาแฟ Astoria รุ่น Plus 4 You อยู่ผมก็ ยินดีและอยากจะแนะนำ เทคโนโลยี และ ระบบ Multi Boiler ของเครื่องชงกาแฟตัวนี้ที่แตกต่างจากเครื่องชงรุ่น ๆ ใกล้เคียงกัน หรือ ในช่วงราคาเดียวกัน ให้ผู้ที่สนใจรับรู้ จึงอยากจะสนับสนุนเป็น sponsor ในงานนี้บ้าง แต่ในความเป็นจริง ผมได้รับทราบข้อมูลการประมูลในตอนสามทุ่มของวันก่อนการประมูลเพียงวันเดียว!!  วันรุ่งขึ้นผมจึงรีบไปเข้าร่วมทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีโอกาสได้ปรึกษาขอความช่วยเหลือจากผู้ผลิตเลย และในที่สุดผมพบว่ามีเพียงสามบริษัทฯ เข้าร่วมประมูล จากกว่าสิบบริษัทที่เป็นผู้นำเข้าเครื่องชงกาแฟ บางรายอาจจะรับรู้แต่ไม่สนใจ หรือ บางรายอาจจะสนใจ แต่ไม่ได้รับรู้และไม่ได้รับแจ้งข่าวเช่นผม …

และแล้วในที่สุด เราก็เป็นผู้เสนอราคาให้ได้สูงสุด จึงกลายเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ให้บาริสต้าผู้เข้าแข่งได้ใช้เครื่องของเรา งานนี้ผมจึงได้ทำการสั่งเครื่องฯ ไปเป็นการด่วนเพื่อจะได้เอามาใช้ได้ทันในงาน ที่ผ่าน ๆ มาบาริสต้าผู้เข้าแข่งกว่าจะได้จับเครื่องฯก็ต้องใช้ช่วงเวลาก่อนแข่ง ไม่กี่ชั่วโมง บางครั้งอาจจะทำให้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเครื่องได้ หรือ ไม่สามารถหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจะเลือกใช้กาแฟให้เหมาะกับเครื่องที่ใช้แข่งก็เป็นได้  ดังนั้นผมจึงคิดว่า ถ้าบาริสต้าคนใดก็ตามที่จะทำการลงแข่งขัน ผมจะเปิดให้ใช้และให้ทดสอบเอากาแฟมาลองมา ฝึกได้ฟรีตั้งแต่วันนี้จนกระทั่งถึงวันก่อนการแข่งขัน  โดยผมจะเปิดให้ใช้คนละ 3 ชั่วโมง ในระยะแรกจะไม่จำกัดจำนวนครั้ง  ผมมีเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ แก้วกาแฟ เตรียมไว้ให้ บาริสต้าอาจจะนำเครื่องบดมาเอง หรือ นำกาแฟมาใช้และลองเองได้ และ ต้องนำนมสดมาเองด้วยครับ  หากใครสนใจก็แจ้งความจำนงมาได้ที่ออฟฟิสได้เลยครับ

dsc_0049.jpg

dsc_0058.jpg

 

เดี๋ยวคราวหน้าผมจะมาเล่าเรื่อง โลกร้อนให้ฟังกันต่อครับ

All About Coffee in Year 2009 & Happy new Year 2010 for You

Tuesday, December 29th, 2009

เชื่อว่า Blog นี้จะเป็น เรื่องสุดท้ายของปีนี้ ผมต้องขออวยพรปีใหม่ให้กับเพื่อน ๆ ผู้รักกาแฟทุกท่าน ขอให้สิ่งศักสิทธิ์ ของแต่ละศาสนา จงดลบัลดาลความสุข ความสมหวัง และ ปกปักรักษาให้ เพื่อน มีความแข็งแรง มีสติ และ ไม่เดือดร้อนครับ

ในปีหน้า ผมหวังว่าเว็บบอร์ดใหม่จะเสร็จได้ซะที หรือ Blog ใหม่จะได้เวลาอวดโฉม จะได้เอา Youtube มาขึ้นที่นี่ได้ เพราะตอนนี้ผมไม่สามารถ อัพลิงค์ใหม่ ๆ ของเพื่อน ๆ ได้เลย  ยังไงก็ตาม ปีหน้า ปีเสือยิ้ม อย่างที่หลาย ๆ คนว่าไว้ หวังว่าจะเป็นปีที่ดี ๆ กับทุก ๆ คนเช่นกันครับ

ปีที่ผ่านมาผมมีโอกาศเดินทางไปหลายแห่ง บางเรื่องก็มาเล่าผ่านที่นี่ บางเรื่องก็ไม่มีเวลามาเล่า แต่ขอเล่าคร่าว ๆ เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของชาวกาแฟทั่วโลกให้ฟังครับ …

กรุง Soul

ที่ผ่านมาไปเกาหลี เห็นอุตสาหกรรมกาแฟที่นั่นเติบโตได้ดีมาก มีความน่าสนใจ ตรงที่คนเกาหลีนิยมดื่มกาแฟกันแทบทุกหนทุกแห่ง เห็นแล้วอิจฉา ว่าเมื่อไหร่บ้านเราจะได้ขนาดนี้บ้้างหนอ ถึงขนาดมี ละครดังใช้เรื่องกาแฟเป็นตัวดำเนินเรื่องโด่งดัง เป็นที่ชื่นชอบของคนไทยมากมาย กับ ซีรี่ส์ คอฟฟี่ ปริ๊นซ์

ร้าน coffee Lab ใกล้ ๆ กับร้าน Coffee Prince

cafeinbostonsoul22.jpg

cafeinbostonsoul20.jpg

ร้าน Coffee Prince

cafeinbostonsoul17.jpg

cafeinbostonsoul18.jpg

แบบรับเชิญ พยายามจะเป็นสาวเกาหลี ฮิ ฮิ

 ร้าน Good Espresso ในย่าน เมียงดง

เหมือนจะดี แต่….เอ่อ….

 cafeinbostonsoul15.jpg

cafeinbostonsoul16.jpg

 

Sometime North sometime South of Thailand

ร้าน Espresso The Dark

รถกาแฟติดแก๊ส คันแรกของเมืองไทย ขายได้ทุกหนแห่ง ไปได้ทุกที่ …

espressothedark1.jpg

espressothedark2.jpg

espressothedark3.jpg

ร้าน Espresso The Dark  เป็นร้านของคุณรุธ ที่หลงไหลเรื่องกาแฟ อยากทำร้านที่ตัวเองได้ทำ ได้มีความสุขอยู่หลังบาร์ ไปมาได้ทุกที่ในเมืองไทย หากใครอยากรู้ว่าตอนนี้รถคันนี้จะไปจอดขายที่ไหนติดตามได้ที่ http://www.espressothedark.com ครับ.

 

Boston ,MA USA

ร้าน Equal Exchange

cafeinbostonsoul12.jpg

cafeinbostonsoul13.jpg

cafeinbostonsoul14.jpg

ผมไปเรียนคั่วกาแฟเพิ่ม และ ไปสอบใบรับรองการชิมกาแฟ หรือที่เรียกว่า Q Grader  ในช่วงเวลาที่ว่างระหว่างอาทิตย์ เลยได้แวะ ไปเที่ยวร้านกาแฟใน เขตเมือง Boston ชอบร้านแห่งนึงซึ่งเป็นร้านที่ เพื่อนผู้มาสอบ Q Grader ด้วยกันทำงานอยู่ เลยแวะไปเยี่ยมชม ชอบร้านนี้มากที่มี Concept  ชัดเจน ชื่อร้าน Equal Exchange  เป็นร้านที่ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพ และ ความปลอดภัยด้านการบริโภค รวมถึงการซื้อขายที่เป็นธรรมอีกด้วย นอกจากโลกจะร้อนขึ้นทุกวันแล้ว สิ่งแรกที่เราสามารถร่วมมือกัน ให้โลกร้อนน้อยลง คือใจของเราเอง ต้องเย็นก่อน ต้องมองโลกให้เป็นธรรมมากขึ้นด้วยครับ.

ร้านต่อมา Crema Cafe’

cafeinbostonsoul11.jpg

cafeinbostonsoul09.jpg

cafeinbostonsoul10.jpg

 

ร้านนี้อยู่ หัวมุมของ Harvard Square แหล่งช๊อปปิ้งของนักศึกษาในเมือง Boston ร้านนี้มีดีที่ใช้กาแฟจาก  Gorge Howell company เป็นโรงคั่วกาแฟชื่อดัง รวมถึงเป็นผู้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องวัดค่ากาแฟ ที่ชื่อ Extract MOJO ที่ผมเคยกล่าวไว้แล้วเช่นกัน

ร้าน HiRise

cafeinbostonsoul05.jpg

cafeinbostonsoul06.jpg

 

ร้านนี้ใช้กาแฟจาก Barismo  เป็นร้านที่ดังเรื่องเบเกอร์รี่มาก แต่อย่างที่บอก เบเกอร์รี่ดี กาแฟจะแย่ไม่ได้  แถมด้วยบรรยากาศที่นั่งแล้วแทบไม่อยากลุก

ร้าน Barismo

cafeinbostonsoul04.jpg

cafeinbostonsoul01.jpg

cafeinbostonsoul03.jpg

 

เป็นอีกร้านกาแฟ ชื่อดังของชาวอินดี้ เป็นร้านที่คั่วกาแฟในร้าน  ในร้านไม่มีที่นั่ง คนคั่วกาแฟจะ เนิร์ด ๆ หน่อย คุยเรื่องกาแฟกันได้ 2 วันไม่หยุด ขายกาแฟชั้นดีจากทุกมุมโลก แถมบางวันเอา Etiopia Yirgacheffe มาใช้เป็น กาแฟเอสเพรสโซ่ประจำวันอีกด้วย รถชาติงี้ ไม่ต้องพูดถึง หอม อร่อยได้ใจจริง ๆครับ

Milan , Italy

Astoria Gemma

เครื่องชงกาแฟอัจริยะ Wall E

dsc_0179.jpg

Astoria ออกเครื่องชง Espresso ตัวใหม่ มีสิ่งน่าสนใจหลายด้าน แทบจะเป็นคอมพิวเตอร์ไปแล้ว เพราะเซ็ตได้ทุกอย่าง ทั้งความดัน แรงดันน้ำ อุณหภูมิที่ใช้ชง รวมถึงสัดส่วนระหว่างกาแฟและนม ในเมนูต่าง ๆ ใช้ชื่อรุ่นว่า Gemma หากสมบูรณ์เมื่อไหร่ ผมจะนำเข้ามาจัดจำหน่ายครับ

Astoria Settanta

เครื่องชงดีไซน์ย้อนยุค

br-settanta_sae2_rosso.jpg

br-settanta_retro2_nero.jpg

br-settanta_fronte-sae2b_bianco.jpg

เมื่อมีเครื่องชงกาแฟที่มีเทคโนโลยี่ชั้นสูงอย่าง Plus 4 You แล้ว Astoria ยังออกเครื่องชงกาแฟรุ่นใหม่  Settanta หรือที่แปลว่า 7o ในภาษา อิตาลี่ เพื่อบ่งบอกถึงดีไซน์ ในยุค เซเว่นตี้ นั่นเอง ใช้ระบบ CTS System คือเป็น Heat Exchange ที่ใช้ระบบน้ำเย็นมาผสมให้อุณภูมิน้ำมีความนิ่ง และให้รสชาติกาแฟออกมาได้คุณภาพ  มีสามสี คือ ขาว ดำ แดง  มีจำหน่ายกลางเดือน มกราคม ครับ ราคาลดแล้วแค่ 15x,xxx เท่านั้น สำหรับสองหัวกรุ๊ป Automatic

La Marzocco

dsc_0139.jpg

dsc_0142.jpg

ตอนที่ไป Milan ผมได้แวะไปงาน Out of The box ของ La Marzocco ด้วย เป็นงานที่เปิดตัวเครื่องชงรุ่นใหม่ในชื่อ Strada มีระบบควบคุมแรงดันน้ำแต่ละหัวกรุ๊ปอิสระต่อกัน งานนี้ Barista จะต้องมีความใส่ใจในการชงมากขึ้น  แต่ที่ผมสนใจที่สุด น่าจะเป็น FB 80 ตัวเก่าที่เอาระบบ Paddle มาใช้ควบคุมแรงดันน้ำ ดูแล้วสวยกว่า สตราด้า เยอะเลย สำหรับผมนะ ..

Monin

dsc_0087.jpg

งาน Host ที่ผ่านมา Monin น้ำเชื่อมคุณภาพสูง จากฝรั่งเศส ออกตัว Puree’ ตัวใหม่ ที่ใช้เป็นหัวเชื้อของผลไม้มาใส่ในนม ใน เครื่องดื่มปั่นต่าง ๆ รวมถึงการทำ Mock tail หรือ Cocktail ได้อีกด้วย มีทั้งสิ้น 7 กลิ่น และ รส  และ Syrup กลิ่นใหม่ Roasted Hazelnut และ Creme Brulee’  ที่หอมโดนใจ โดนมาเลือกลองได้ที่โชว์รูม หรือ ผู้แทนจำหน่ายทุกท่านครับ

World Champion Barista

dsc_0109.jpg

dsc_0099.jpg

ปีที่ผ่านมา โชคดี ได้เจอ แชมเปี้ยน หลายคน มารวมตัวกันอยู่ในงาน Host  ทั้ง Stephen Morrissey และ Gwilym Davies ใบ บูธ Nuova Simonelli และ Jame Hoffman ในบูธ Marco Boiler กับเครื่องจ่ายน้ำร้อน ที่ชื่อว่า Uber Boiler ตอนนี้เป็น Project อยู่ ผมบอกและสั่งไว้แล้วเมื่อเครื่องเสร็จพร้อมจะจำหน่าย เราคงได้มาเล่นที่ Lab ไว้ตัวนึงครับ.

Bangkok , Thailand

Coffee Gallery

cg1.jpg

cg2.jpg

cg4.jpg

cg3.jpg

สุดท้ายถ้าปีใหม่ ใครไม่ไปไหน มาแวะเที่ยวเล่นที่ CDC หรือ Crystal Design Center บนถนนเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา ภายในมีร้านกาแฟที่มีกาแฟจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้บริการ มีกาแฟนำเข้าจากหลายแหล่ง มีบาร์ Espresso มี บาร์ ดริป รวมถึงมีเครื่องคั่วกาแฟอยู่ภายในร้าน ที่สำคัญยังมี All day Breakfast ให้บริการอีกด้วย  ผมรับรองได้ว่า ร้านนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพ และ ตั้งใจทำมากครับ …

คร่าว ๆ ในปีที่ผ่านมาก่อนแล้วกันนะครับ หวังว่าปีหน้า จะได้พบเจอกัน ได้มาเล่าเรื่องราวกันต่อ ครับ สวัสดี ….

 

New Plus 4 You from Astoria

Tuesday, December 22nd, 2009

จริง ๆ เมื่องาน Host 2009 ที่มิลานที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวชม รวมถึง เยี่ยมเยียนผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟที่ผมนำเข้ามาจัดจำหน่าย หนึ่งในนั้นคือ เครื่องชงกาแฟ จาก Astoria

ในปีนี้เครื่องชง Astoria ได้พยายาม Present เครื่องชงรุ่นหลักซึ่งถือเป็นตัวเรือธงที่ทางโรงงานตั้งใจนำเสนอเป็นอย่างมาก จากการทุ่มทุนพัฒนาและทดสอบมานานกว่าจะออกเครื่องชงกาแฟรุ่น Plus 4 You ใน Gloria Line ขึ้นมาเมื่องาน Host 2007 ในช่วงเดือน ตุลาคมเช่นเดียวกัน นับไปนับมาผ่านไปแค่สองปี Plus 4 You พยายาม ออกแบบใหม่ ให้เครื่องพยายามลงตัวที่สุด ซึ่งในการกระทำครั้งนี้ เป็นโรงงานอื่นก็คงจะต้องเอาเป็นเครื่องที่พร้อมจะจำหน่ายมาออกให้ดูแล้ว แต่ Astoria ไม่ทำเช่นนั้น … เครื่องตัวใหม่ที่ทางโรงงานนำออกมาแสดงนั้นเสมือนเป็นเพียงเครื่อง Phototype ที่ใช้งานได้จริง เพียงแต่ยังไม่ได้ขึ้น Line การผลิตและ ยังไม่ลงตัวว่าจะหน้าตาเป็นอย่างนี้หรือไม่ ยิ่งเรื่องสีแล้ว ยิ่งเป็นแค่ ตัวต้นแบบที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนหลังจากได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้จำหน่าย และ ผู้ใช้เดิมทั่วโลกก่อน จึงจะนำข้อมูลมาปรับปรุงแล้วค่อยจัดจำหน่ายในอนาคต

 new-plus4you.png

ฟังดูแบบนี้ ผมละค่อยโล่งใจ และ ปลื้มใจว่าอย่างน้อย เครื่องชงเอสเพรสโซ่เริ่มเข้าใกล้คอนเซ็ปแบบ รถยนต์เข้าไปทุกที ที่มีรถต้นแบบออกมานำเสนอแนวคิดก่อน แล้วจึงนับกลับไปปรับปรุงเพื่อความสมบูรณ์แบบยิ่ง ๆ ขึ้นไปที่สุด

 n_p4y_banner.jpg

ใครมีความเห็นยังไง แนะนำ และนำเสนอให้ผมได้นะครับ ผมจะนำข้อมูลของทุกท่านไป แจ้งผู้ผลิตอีกครั้งครับ

ป.ล. สำหรับใครก็ตามที่สนใจเครื่องชงกาแฟ Plus 4 You from Astoria  ยังคงมีแต่ Model  Gloria ไปอีกอย่างน้อย 2 ปีนะครับ ไม่ต้องห่วง….

new-p4y.jpg

Cupping Class รุ่น 3

Friday, December 18th, 2009

แป๊ป ๆ ก็ผ่านไปแล้วอีกรุ่นครับ  เดิมที่จะจัดเมื่อเดือน พฤศจิกา แต่ก็ติดนู่นติดนี่ ก็ต้องเลื่อนมาเรื่อยจนได้วันเวลา ที่เหมาะสมคือ 5-6 ธันวาฯ ที่ผ่านมา ครั้งนี้ มีเพื่อน ๆ ที่รู้ ๆ จักกันหลายท่าน ทั้งพี่เขตและ พี่อ้อ  แห่ง Teddy Coffee ,คุณเด่น ผู้รักกาแฟทางบ้าน , น้องชัย จากร้าน บางหวาน และ พี่โอ๋ และ น้องจีจี้ แชมป์บาริสต้า ปีที่ผ่านมา

 dsc_0658.jpg

dsc_0662.jpg

 ทุก ๆ ครั้งที่ผมทำคลาสนี้ ผมมีความสุข ได้พัฒนาตัวเองไปด้วยเช่นกัน ครั้งนี้ผมคั่วกาแฟไว้เผื่อหลายแหล่ง รวมถึงได้กาแฟบางตัวมาที่แทบหาไม่ได้ง่าย ๆ ในที่อื่น ครั้งนี้เราได้เรียนรู้กันเรื่องกาแฟดี ๆ หนึ่งตัวที่ปล่อยให้ cooling เองโดยไม่ทำให้เย็นในเวลาที่เหมาะสม กลับกลายเป็นว่า กาแฟตัวนั้น เสียรสชาติดี ๆ ไปอย่างที่ไม่ควรจะเป็น  และ ครั้งนี้ เราได้กินกาแฟ Blue Mountain ที่ผมเก็บมานานไม่กล้าคั่วจน แทบจะ Fad หมดแล้ว แต่ก็ยังคงให้ character ที่โดดเด่นของ Blue Mountain อยู่ในเรื่องของ ความเป็น Creamy , Buttery มาก   ในคลาส ทุก ๆ คน ชมชอบกาแฟจากแถบ อาฟริกา กันมาก โดยเฉพาะกาแฟที่เหนือความคาดหมาย นั่นคือ Ethiopia Yirgacheffe ตัวล่าสุดที่ผมมี ตัวนี้ถือเป็นกาแฟตัวหนึ่งที่ดีมาก ๆ ให้รสชาติและ ความซับซ้อนครบถ้วน ทั้ง Winey , Fruity , Mellow ,Blueberry , Floral , Coffee Blossom  และอีกมากมาย  ในขณะที่ Acid มีความนุ่มนวลมาก

 dsc_0638.jpg

 dsc_0731.jpg

ส่วนกาแฟอีกตัวที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ   Panama Esmeralda Estate ซึ่ง บาลานซ์ และ ให้กลิ่นที่เฉพาะตัวมาก เมื่อผมได้นำมาคั่วเพื่อใช้เป็น Espresso เดี่ยว ๆ ก็ ดื่มได้อร่อยดียิ่ง  ในช่วงวันที่สอง เรายังได้ น้องเจ หิ้วกระหร่ีฟัฟใส้ไก่ที่อร่อยมาก จนอยากจะขออีกเที่ยวถ้าได้แวะมาอีกครั้ง   ผมอยากจะชวนใครก็ตามที่เคยเรียนชิมกาแฟไปแล้ว ถ้าหากได้เห็นว่าผมจะมีจัดอีกเมื่อไหร่ก็ตาม ในบ่ายวันอาทิตย์ ขอเชิญแวะเวียนมาชิมกาแฟร่วมกัน ในคลาสได้ทุกเมื่อครับ เพราะผมคงจะมีกาแฟตัวใหม่ ๆ มาให้ได้ชิมเรื่อยๆ ครับ

dsc_0733.jpg

dsc_0740.jpg

dsc_0686.jpg

 สุดท้ายต้องขอบคุณกับคุณคนครับ ที่ช่วยพัฒนาประสบการณ์การชิมกาแฟของผมด้วยเช่นกันครับ  สำหรับคลาสหน้า ยังไม่มีกำหนดครับ อาจจะต้องไปประมาณเดือน มีนา ฯ หรือ เมษาฯ นั่นเลยครับ .

dsc_0749.jpg

 ปล. ใครอยากได้รูป Mail มาบอกกันได้นะครับ ผมจะ write เป็นแผ่นไว้ให้ ครับ .

ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และ หมดเงิน

Thursday, December 17th, 2009

ไม่ได้เล่าเรื่องร้านมานาน นับ ๆ ไปไม่กี่ปีเผลอแป๊ป ๆ Zana’s bean Coffee สาขาปัญจธานี ก็ปาไปเจ็ดปีแล้ว คิดจะทำร้านใหม่ ก็ไม่ได้ทำซะที พอได้จังหวะ ผมก็ปรับแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมเลย จริง ๆ หลาย ๆ คนก็ว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องปรับ แต่อย่างที่ว่า หากเราคิดจะทำอะไรดี ๆ แล้ว สำคัญที่สุด คือเราต้องทำอย่างไม่คิดว่าจะเสียดายเพื่อแลกกับคุณภาพและ สิ่งดี ๆ ที่จะตามมา

csc_0899.jpg

 dsc_0814.jpg

 dsc_0848.jpg

กับร้านนี้ ถือว่าเราผูกพันธ์กับ ลูกค้าก็ว่าได้ อยู่กันมานาน เราก็เริ่มรู้ว่าเค้าต้องการอะไร โต๊ะประชุม ตัวเก่ง ผมออกแบบเอง เพื่อให้คนในตึกไว้ใช้คอมพ์ หรือ ไว้ทำงาน ช่วงเบื่อ ๆ ห้องทึบ ๆ ในออฟฟิศ  ในอดีตผมขายกาแฟคั่วเข้ม ๆ ขม ๆ มีส่วนผสมโรบัสต้า ด้วย 20% ช่วงนั้นคนที่กินก็ชอบอยู่ บางคนก็ชอบมาก พอเริ่มคั่วกาแฟเอง เริ่มเรียนรู้มาก ๆ ก็เริ่มเปลี่ยน ๆ ไปเป็น กาแฟคั่วกลาง ๆ บางคนที่ชอบคั่วเข้มก็บ่น  บางคนก็ประชดไม่กินเลย ไปซื้อร้านอื่นถาวรก็มี บางคน ปรับตัวได้ผมก็ดีใจด้วย จะยังไงไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าผมเชื่อว่าผมทำของที่ดีที่สุด ดีต่อสุขภาพด้วย ผมเลยไม่เขวกับ บางเสียงที่ชอบกาแฟคั่วเข้ม  ถึงวันนี้ บางรายก็กลับไปกินกาแฟขม ๆ ไม่ได้แล้ว นั่นรวมถึงตัวผมเองด้วย …

 dsc_0869.jpg

dsc_0818.jpg

ใครมีโอกาศผ่านไป ผ่านมา แถว ๆ ถ. นนทรี แวะมาได้นะครับ ร้านอยู่ในอาคารปัญจธานี ตรงข้ามเซ็นทรัลพระราม  3  ถ้ามาถึงที่นี่แล้ว จะเดินแวะมาชิมกาแฟที่ออฟฟิศที่อยู่ติดกันก็ง่าย ๆ  หรือ จะแวะมากินกาแฟจากเครื่องคันโยก จากร้าน the Lobby by Coffee alley ที่อยู่ติดกันเพียงไม่กี่ก้าวก็ได้อีกอารมณ์  เห็นมั๊แทบจะเรียกได้ว่า ทำเลทองของคนรักกาแฟเลยทีเดียว ….

dsc_0905.jpg

Mahlkoenig เครื่องบดกาแฟระดับสุดยอด จาก เยอรมัน

Thursday, December 10th, 2009

ทั้ง ๆ ที่่บอกใครต่อใครเสมอเรื่องความสำคัญของเครื่องบดกาแฟ ว่ามีผลต่อรสชาติอันดับต้น ๆ ก่อนเครื่องชงกาแฟด้วยซ้ำ แต่ด้วยความประหยัด หรือ เพื่อน ๆ เรียกว่าความงก ทำให้ยังไม่เคยได้เปลี่ยนเฟืองบดกาแฟของเจ้า เครื่องบดกาแฟ Mahlkoenig K30 vario ตัวแดงแรงฤทธิ์ ที่เคยผ่านสนามแข่งก็หลายสนาม รวมถึง การใช้งานจริงระยะเวลาหนึ่งที่ ร้านฯ สาขาธนาคารแห่งประเทศไทย  โดยส่วนตัวก็นึกว่าเฟืองบดยังไม่น่าจะสึก  แต่เมื่อมานั่งนับรวม ๆ แล้ว น่าจะบดกาแฟไปกว่าพันโลได้แล้ว อันเป็นตัวเลขที่เกินอายุการใช้งานมาระยะหนึ่ง

จนกระทั่งเมื่อเครื่องบดในตระกูล Mahlkoenig จากประเทศเยอรมันนี เดินทางมาถึงเมืองไทย เที่ยวนี้ผมได้สั่งเครื่องบดมาใช้และจำหน่ายจำนวนทั้งสิ้น 3 รุ่นด้วยกัน คือ

 dsc_0802.jpg

Mahlkoenig K30 Twin ซึ่งเป็นเครื่องบดที่ใช้ในการแข่งขัน World Barista Championship 2009-2011  เรื่องความงาม และความสามารถคงไม่ต้องพูดถึง รวมถึงราคาค่างวดที่ใช้ ดาวน์รถยนต์ Mazda  2 ตัวใหม่ ได้สบาย ๆ

 dsc_0784.jpg

Mahlkoenig Tanzania เป็นเครื่องบดสำหรับใช้ในร้านขายกาแฟคั่ว หรือ ซุปเปอร์มาเก็ต รวมถึง ร้านกาแฟที่ขายเมล็ดกาแฟ และต้องการบดกาแฟให้ลูกค้านำกลับไปใช้ที่บ้าน  ด้วยเฟืองบดขนาด 80 mm. เรื่องความเร็วคงไม่ต้องพูดถึง ส่วนความทนทานนั้นหายห่วงตามสไตล์  Mahlkoenig จากเยอรมัน !!

แต่ตัวสุดท้ายที่ผมมองข้ามมาตลอด และ ได้แรงยุ แรงยั่วจาก นายแพทย์เพื่อนสนิท อยู่เสมอ ๆ ว่าให้ลองทดสอบ ลองสั่งมาใช้ดู … เมื่อคราวที่จะต้องสั่งเครื่องบดตัวอื่น ๆ มาแล้วเพื่อเป็นการลดต้นทุนด้านการขนส่ง ผมจำเป็นจะต้องลองสั่งเจ้า Mahlkoenig Vario Home Grinder ตัวนี้มาลองให้หายสงสัยซักที  เพราะที่ผ่าน ๆ มา เมื่อคราวที่ได้เดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ เคยเห็น เคยจับ แต่สบประมาทและ ไม่คิดว่าตัวเล็ก ๆ จะดีไปกว่าที่คิดได้  แต่อย่างที่นักปราชญ์เคยว่าไว้ ว่าอย่าตัดสินอะไรที่ภายนอก

dsc_0798.jpg

และเมื่อถึงเวลาที่ทำการทดสอบ ผมให้เกรียติ เพื่อนนักกาแฟตัวยง เป็นผู้ทดลองใช้เป็นคนแรกของเมืองไทย(รึเปล่าหว่า?)  เราทำการเทียบรสชาติกับ เจ้า  K30 es ตัวเก่า พบว่า งานนี้ต้องเรียกได้ว่า แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ เพราะรสชาติของเจ้าหนูตัวเล็กดีกว่าเห็น ๆ  ทำให้รู้ได้เลยว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนเฟืองบดของเจ้า K30 es นี้ซะที  ไม่ใช่ว่า เจ้า Vario นี้จะดีกว่า K30 es แต่ผลลัพธ์ด้านรสชาติได้บอกว่า ตัวนี้ไม่แพ้เครื่องชงตัวใหญ่ ๆ เลยทีเดียว  เมื่อมองย้อนไปถึงระบบการทำงาน ก็พบกว่า บริษัทผู้ออกแบบคิดค้นมาได้อย่างน่าสนใจ เพราะเจ้า Vario นี้จะมีการปรับระดับการบดที่แตกต่างจากเครื่องทั่ว ๆ ไป เครื่องเป็นสวิตเลื่อนขึ้นลงด้านข้างทั้งสองข้าง  ข้างซ้ายเป็นตัวปรับ Fine Tune ส่วนด้านขวาเป็นตัวปรับ Range ความกว้างแบ่งเป็น ที่ชงที่จะนำไปใช้   ส่วนตรงกลางมีจอแสดงวินาทีที่ใช้ในการบด ถัดลงมาเป็น ปุ่มปรับเวลา ขึ้นหรือลง  และ ก็เป็นปุ่มสตาร์ท และ สต๊อป ในปุ่มเดียวกัน  ด้านข้าง ๆ เป็นปุ่นฟ้งก์ชั่น Manual ให้ใช้บดโดยไม่มีการกำหนดเวลาหยุด

 dsc_0791.jpg

แถวสุดท้ายเป็นปุ่ม Quick control memory  ใช้เลือกเวลาการบดไว้ล่วงหน้าได้ โดยแบ่งไว้เป็น 3 ปุ่ม  แยกตามประเภทของเครื่องชงกาแฟเป็นหลัก  โดยที่ช่องทางออกของกาแฟก็มี โถพักผงกาแฟมาให้ต่างหาก สามารถถอดเปลี่ยนได้กับ ก้านตะเกียบรองรับ ก้านอัดกาแฟไว้กรณีต้องการใช้กับเครื่องเอสเพรสโซ่

การใช้งานคร่าว ๆ พบว่า การทำงานได้ดีมาก สามารถบดกาแฟ Double shot ได้ในเวลาเพียง 12.2 วินาที  และถ้าหากจะต้องเปลี่ยนไปบดกาแฟเพื่อใช้กับเครื่องชงกาแฟประเภทอื่นก็สามารถเปลี่ยนได้ทันที โดยเลื่อนสวิตด้านข้าง และสามารถปรับกลับมาตำแหน่งเดิมได้อย่างแม่นยำ !!!

dsc_0882.jpg

dsc_0886.jpg

ภายในเจ้า Mahlkoenig Vario ใช้เฟืองบดขนาด 54 mm. ทำจากเซรามิค ทั้งอัน ขึ้นชื่อในเรื่องความทน การลดความร้อนขณะบด และความแข็งและคม จึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความสามารถในการทำงาน ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เจ้า Vario ตัวนี้ หลงเหลือกาแฟอยู่ในระบบ หรือในห้องบดกาแฟน้อยมาก ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เพียงพอเมื่อใช้ปรับเปลื่ยนความละเอียดในการบดไปมา

dsc_0809.jpg

บทสรุปในภาคการทดสอบครั้งนี้ ผมพบความน่าประทับใจเกินขนาดตัวเป็นอย่างมาก  เมื่อมองมาที่ราคาค่าตัวช่วงแนะนำ ที่ต่ำกว่า สองหมื่น แล้วยิ่งเป็นเครื่องบดที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เหมาะที่ร้านกาแฟแต่ละแห่งควรมีเก็บไว้ใช้บดกาแฟในลูกค้ากรณีอยากซื้อกาแฟกลับบ้าน หรือ ไว้ใช้บดกาแฟสำหรับเครื่องชงแบบ Press , Drip , Siphon  เอาไว้เมื่อเจ้าหนูตัวนี้ได้ไปใช้งานภาคสนามอันหนักหน่วงที่ร้านฯ แล้วจะมารายงานให้ทราบอีกครั้งครับ .

 dsc_0893.jpg

 

เหมือนดั่ง รางวัลแห่งอาชีพ

Wednesday, November 25th, 2009

 

 drink-for-royal.jpg

ในชีวิตคนทำกาแฟธรรมดา ๆ อย่างผม การที่ได้มีโอกาศชงและ ปรุงกาแฟให้กับ ผู้ที่ชื่นชอบ และ ชื่นชมมาตลอดชีวิต เป็นเรื่องน่ายินดีกว่าเรื่องอื่นเป็นไหน ๆ  ชาวต่างประเทศหลาย ๆ คน คงปลื้ม และ หลงตะโกนร้องก้องให้กับ ศิลปินนักร้องชื่อก้องโลกอย่างไมเคิล แจ๊คสัน เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่  อีกหลาย ๆ คน เฝ้ารอคอยการมาเยือนของ หนุ่มเรน จากแดนเกาหลี ที่จะเดินทางมาเมืองไทย …

หนึ่งในดวงใจ ผู้ที่เป็นศิลปิน เป็น นักปราชญ์ เป็นนักคิด และ เป็นนักทำงานที่หารู้จักเหน็ดเหนื่อยไม่ คือ ในหลวงของข้าพเจ้า ผมเองเคยฝันว่าอยากจะได้รับประราชทานปริญญาบัตรจากพระองค์ แต่ผลการเรียนในอดีตไม่สามารถให้ข้าพเจ้าบรรลุเป้าหมายได้ …

 ตลอดระยะเวลา ข้าพเจ้าเห็นพระองค์ทรงทำงานอย่างไม่มีวันหยุด พร้อมด้วยองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ที่ช่วยเหลือพระองค์มาโดยตลอด  ภาพข่าว และ เรื่องราวต่าง ๆ นานา ขององค์สมเด็จพระเทพฯ ทำให้ข้าพเจ้าปลาบปลื้ม พระองค์ทรงเรียบง่าย ทรงทำงานหนักมาโดยตลอด และเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมาเมื่อพระองค์ท่านได้เสด็จมาทำพิธีเปิดอาคารแห่งใหม่ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย  ในระหว่างที่ท่านเสด็จเยือนส่วนของห้องสมุดธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานที่ ๆ ร้านกาแฟเล็ก ๆ ของคนทำกาแฟอย่างข้าพเจ้าอาศัยทำธุรกิจอยู่  พระองค์ท่านได้เสด็จเยือน ร้านของข้าพเจ้า อันเป็นความปลาบปลื้มเป็นที่สุดของคนธรรมดาอย่างข้าพเจ้า  และเมื่อมีโอกาศ ข้าพเจ้าได้รับสั่งให้ถวายเครื่องดื่มกาแฟแก่พระองค์ฯ นั่นถือเป็นที่สุดของอาชีพคนทำกาแฟที่มีโอกาศได้ปรุงกาแฟถวาย  วันเล็ก ๆ ในวันนั้น ถือเป็นหนึ่งวันที่ย่ิงใหญ่ที่สุด  ข้าพเจ้าบรรจงบดกาแฟด้วย  Espreszo Blend ที่มีส่วนผสมของกาแฟ ไทย , อินเดีย และ บราซิล นำเสนอในรูปแบบกาแฟ Cafe Latte พร้อมด้วย น้ำเชื่อมกลิ่น Toffee nut  เพื่อให้ความกลมกล่อมแก่เครื่องดื่มยิ่งขึ้น  หลังจากได้ทำการถวายแล้ว ข้าพเจ้ายังยืนนิ่ง ตื่นเต้นอยู่ไม่วาย  จนกระทั่ง มีรายการรับสั่งจาก ผู้ใกล้ชิดพระองค์ อีก 2 เมนูต่อมา ซึ่งคือ Cappucino และ Cafe’ Latte  ไม่นานนัก ผู้ใกล้ชิด เดินมาที่ร้าน ฯ  อันเป็นเหตุให้ข้าพเจ้า ถึงกับหน้าถอดสี  คิดไม่ถึงว่าการประหม่า จะทำให้ข้าพเจ้าพลาดได้ขนาดนี้ คิดย้อนไปถึง เสียดายเวลาทั้งหมดที่ทำเรียนมา น่าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้ในช่วงเวลาสำคัญ ๆ

ผู้ใกล้ชิดพระองค์เดินมาพร้อมยื่นแก้วกาแฟที่เคยบรรจุ เครื่องดื่มที่ถวายพระองค์ฯท่าน  บัดนี้ เหลือเพียงแก้วเปล่าพร้อมน้ำแข็งบางส่วน ท่านผู้ใกล้ชิด เอ่ยปากชม Cappuccino ว่า “รสชาติ ดี นุ่มนวลมาก”  …. เป็นความสุข ที่ทำให้ข้าพเจ้า รู้ว่า ความพยายามที่ผ่านมาในความเชื่อของการทำดี ในความเชื่อถึงการกระทำสิ่งที่ถือว่าเป็นความเคารพต่อหน้าที่ในอาชีพนั้น มิสูญเปล่า และเหตุการณ์นี้เป็นเสมือนรางวัลชีวิตของคนทำกาแฟบริษัทฯ เล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ได้ทุ่มเท เพื่อคุณภาพเสมอมา.

 

ข้อความดังกล่าว เป็นการแสดงความเคารพ ต่อพระองค์สมเด็จพระเทพฯ  ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ฯ.

CAN…

Wednesday, November 11th, 2009

ช่วงนี้เพื่อน ๆ ที่ทำกาแฟเป็นยังไงกันบ้างครับ ? หลาย ๆ คนคงจะเหนื่อยเพราะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่อีกหลาย ๆ คนคงรู้สึกตรงกันข้าม  ….

 

วันนี้ผมโชคดีได้รับ Forward Mail หนึ่งมาจาก น้อง จีจี้ ซึ่งเป็น Thailand Barista Champion 2008  เรื่องความเก่งในเรื่องกาแฟคงไม่ต้องพูดถึง ซึ่งผมต้องขอขอบคุณที่ได้ส่งเรื่องดี ๆ มาให้ดูให้ชมกัน  จนทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเก็บไว้ดูคนเดียว.. วันนี้ผมจึงของด คาเฟอีน ซักหนึ่งวันนะครับ แต่ทดแทนให้ด้วย Adrenaline แทนครับ.

 

 

…..ชายหนุ่มคนหนึ่ง  ชวนพ่อซึ่่งป่วยด้วยโรคหัวใจ และวัยที่อยู่ในระยะปลายคน เข้าลงแข่งขันวิ่งมาราธอน ที่มีระยะทางหลายสิบไมล์  ผู้พ่อตอบรับคำชวนของลูก และเริ่มลงแข่งวิ่งมาราธอน เสมอ ๆ ในทุก ๆ รายการที่มีการจัดการแข่งขัน  จาก สิบ ๆ ไมล์ ระยะทางเริ่มมากขึ้น ๆ  ……

 

จนกระทั่งในวันหนึ่ง ด้วยจิตใจมุ่งมั่น ลูกชายคนเดิม เอ่ยปากชวนพ่อเค้าอีก ให้เข้าร่วมการแข่งขัน ไตรกีฬา หรือ Iron Man   ผู้เป็นพ่อ แน่นอนไม่มีทางปฏิเสธลูกชายคนนี้ได้ จึงได้ตอบรับ และ หอบสังขารเข้าร่วมการแข่งขันที่ประกอบด้วย การว่ายน้ำ ในทะเล ระยะทาง 3.86 กม.ปั่นจักรยาน ระยะทาง 180.2 กม.และการวิ่งมารธอนระยะทาง 42.195 กม. ซึ่งในคนปกติก็ยากหนักหนาอยู่แล้ว แต่พ่อลูกคู่นี้ไม่ธรรมดา!!!

 

พ่อลูกคู่นี้ ผมเชื่อว่าเค้าไม่ได้มีความโลภที่จะอยากได้ในเงินรางวัล หรือ สิ่งตอบแทนใด ๆ ทางวัตถุ แต่ผมเชื่อว่า เค้าทุ่มเทให้กับ ” ความตั้งใจ ” และ ” ความเชื่อ ” …

ลองมาดูภาพการแข่งขันของเค้าในรายการนึงที่ Link ด้านล่างนี้ดูครับ แล้วจะเข้าใจได้ว่า  CAN….     หรือ  CANNOT   พยางค์สุดท้ายไม่มีใครที่จะเติมให้คุณนอกจากตัวคุณเอง

http://www.youtube.com/watch?v=VJMbk9dtpdY

โปรดดู Video ใน youtube ก่อนแล้วค่อยกลับมาอ่านต่อนะครับ..

hoytfamily.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นไงครับ ?  ถึงกับอึ้งไปเลยใช่มั๊ย เมื่อผมดูจบ ผมคิดถึงคำสอนคำนึงของพระพุทธเจ้าที่ได้ยินจากท่าน ว.วชิรเมธีเลย  ท่านว่า พระพุทธเจ้าท่านไม่เคยสอนให้เป็นแต่ผู้ชนะ ให้รู้จักแพ้ให้เป็น แล้วถึงจะชนะใจตนเอง …. ยิ่งเมื่อเห็นภาพตอนพ่อลูกคู่นี้เข็นรถเข้าเส้นชัย ด้วยเสียงเชียร์ และ กำลังใจรอบด้าน ผมเข้าใจเลยว่า วันนี้พวกเค้าคือผู้ชนะตัวจริงครับ.

 

 ข้อมูล :

ข้อมูลอื่นๆ

Dick Hoyt คุณพ่อวัย 65 ปี ของ Rick Hoyt ลูกชายวัย 43 ปี สองพ่อลูกจากรัฐ Massachusetts ได้เข้าร่วมการแข่งขันกรีฑามากมายถึงเก้าร้อยกว่ารายการ รวมถึงกีฬาการแข่งขันไตรกีฬาสุดโหด ที่การแข่งขันประกอบด้วย การว่ายน้ำ ในทะเล ระยะทาง 3.86 กม.ปั่นจักรยาน ระยะทาง 180.2 กม.และการวิ่งมารธอนระยะทาง 42.195 กม. ซึ่งในคนปกติก็ยากหนักหนาอยู่แล้ว แต่พ่อลูกคู่นี้ไม่ธรรมดา!!!

Rick ลูกชายป่วยด้วยภาวะสมองพิการหรือ cerebral palsy เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนจากสายสะดือพันคอตั้งแต่แรกเกิด หมอที่ดูแลบอกว่าเขาต้องตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าเป็น “ผัก” และบอกให้ทิ้งลูกไว้เมื่อเขาอายุได้แปดเดือน แต่ผู้เป็นพ่อและครอบครัวไม่ท้อใจ พวกเขาพา Rick กลับบ้านและเพียรพยายามเลี้ยงลูกอย่างดี

เมื่อ อายุ 12 Rick ได้เรียนรู้โดยการพิมพ์ผ่าน computer ที่ออกแบบพิเศษโดยใช้การเคลื่อนไหวของศีรษะ คำแรกที่เขาพิมพ์คือ “Go Bruins!” ( Bruins เป็นชื่อทีม ice hocky ที่มีชื่อ) ทำให้ครอบครัวได้รู้ว่า Rick เป็นแฟนกีฬาตัวยงเลยทีเดียว

ปี 1977 สองพ่อลูกได้เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งระยะทาง 5 ไมล์เป็นครั้งแรก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันอีกหลายครั้ง รวมถึงปัจจุบันพวกเขาในนาม “Team Hoyt” ได้เข้าร่วมการแข่งขันถึง 958 รายการ (นับถึง ม.ค. ปีนี้) ซึ่งเป็นไตรภาคีถึง 224รายการ

Dick ใช้อุปกรณ์พิเศษอันได้แก่ ที่นั่งด้านหน้าติดจักรยาน เรือพิเศษเวลาว่ายน้ำและ wheelchairเวลาวิ่ง พาลูกชายของเขาเข้าร่วมการแข่งขันไปทุกหนแห่งช่างเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่

 dickhoytpullquote.jpg


“สิ่งเดียวที่เป็นความแตกต่างระหว่างเนินดินกับภูเขา นั่นก็คือบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่าทัศนคติ”
Dick Hoyt

I CAN do all things through Him who strengthens me

“ผมสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ผ่านเขา บุคคลที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น”
Rick Hoyt

dickrick.jpg

 teamhoyt.jpg

The Hoyt Foundation Inc.
Address : Team Hoyt
241 Mashapaug Road
Holland MA 01521
Fax : (413) 245-9554
Email : teamhoyt@cox.net
Web: www.teamhoyt.com