เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คุณวุฒิฯ แห่ง Seat2cup coffee แวะมาเยี่ยมเยียนผมถึงออฟฟิส และ เราก็ได้มีโอกาส ทดสอบ การ distribute กาแฟหลาย ๆ แบบ ได้ลอง เล่น Tamper หน้าตัด ต่าง ๆ กัน หลาย ๆ แบบด้วย ทำให้ ผมสนุกไปด้วย โดยส่วนตัว ผมรู้สึกชื่นชม และ นับถือคุณวุฒิฯ คนหนึ่ง ซึ่งถือว่า เป็น Guru ที่มีความรู้ และ ชอบทดสอบ โดยให้แง่มุม และ แนวคิดมากกว่า การชี้นำหรือตัดสิน แบบ ฟันธง เพื่อน ๆ ใครอยากรู้เรื่อง วิธีการ แท้มปิ้ง ลองเข้าไปหาอ่านได้ ที่ เว็ปบล๊อคของ Seat2cupcoffee.blog.com หรือ link ไปได้เลย
พูดถึงเรื่องแท้มปิ้ง ซึ่งผมได้รับความกรุณาจากเพื่อนผู้มีความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร อย่างดีคนหนึ่ง คือ คุณ มด หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปในนาม ” มดแดงไฟ ” ได้เขียนบทความเรื่องการแท้มป์ มาให้ผม ได้นำมาขึ้นไว้เป็นความรู้แก่ท่านผู้อ่านจะได้นำไป ทดสอบ และ ทดลองกัน ดูครับ ซึ่งบทความด้านล่างนี้นั้น ผมได้คัดลอกมาทั้งหมด โดยมิได้ แต่งเติมหรือ ตัดทอนเลย เพียงได้เพิ่มภาพประกอบเพื่อใช้ประกอบความเข้าใจไว้ ด้วยเท่านั้นครับ ลองติดตามอ่านกันได้เลยครับ ….
Tamping
สวัสดีครับ วันนี้ผมมีโอกาสในการเขียนบทความเรื่องการ Tamping มาลงใน Espressofriend ซึ่งความจริงโอกาสของผมมันมีมากอยู่เนื่องจากร้านยังขายไม่ค่อยดี อิอิ เอาเป็นว่าผมจะพยายามนำท่านผู้อ่านเข้าไปเจาะลึกถึงหัวใจของ Tamping ให้มากที่สุดนะครับ
Tamping คือการกดอัดผงกาแฟที่จะใช้ในการชง espresso ในที่นี้ผมจะสมมุติเสียก่อนว่าคุณมีปัจจัยอื่นๆที่ดีแล้ว เครื่องชงของคุณปรับ parameter ต่างๆมาถูกต้อง กาแฟของคุณมีพระเจ้ามาเบลนให้เมื่อเช้าและมันก็ใหม่เอี่ยม ตอนเปิดร้านคุณมีเซียนระดับเดียวกับเดวิด โชเมอร์ มาปรับเครื่องบด และชงกาแฟ perfect shot หอมกรุ่น เพิ่งเดินออกจากร้านไป แต่เค้าดันไม่ได้สอนคุณว่าต้องแทมป์อย่างไรให้กาแฟมันดีอย่างนั้นอีก
Tamping หัวใจของมันไม่ได้มีอะไรมากครับ แค่คุณทำอย่างไรก็ได้ให้ผงกาแฟมันมีความหนาแน่นเท่ากันหมด basket และรูปร่างของ cake มีความสมมาตร หน้าสัมผัสเรียบ หรือเว้าลงเล็กน้อย เพราะอะไรหรือครับ เพราะถ้าคุณทำได้อย่างที่กล่าว น้ำที่ใช้ในการสกัดกาแฟจะไหลผ่านทุกอนูของกาแฟที่คุณบดออกมาอย่างสม่ำเสมอเท่ากันทั้งหมด ไม่มีด้านใดที่มีน้ำใหลผ่านมากเป็นพิเศษ และทำให้การสกัดของคุณสมบูรณ์ที่สุดไม่ว่าคุณจะสกัดออกมาเป็น ristretto หรือ lungo คุณก็ยังคงได้สารละลายที่สกัดออกมาเข้มข้นที่สุด
ที่นี้ผมขออธิบายธรรมชาติของของเหลวที่ไหลซึมผ่านของแข็งที่มีลักษณะเป็นผงพรุนซะหน่อย ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า percolation นะครับ ในที่นี้ผมถือว่าผงกาแฟของคุณมีความละเอียดคงที่ไปแล้ว ไม่ต้องปรับความละเอียดอีก
1. ผงกาแฟที่หนาแน่นน้อย หรือ อยู่กันอย่างหลวมๆ จะมีแรงต้านต่อของเหลวที่ไหลผ่านน้อยกว่า ผงกาแฟที่ถูกอัดให้แน่น
2. ผงกาแฟที่มีความหนามากกว่า จะมีแรงต้านมากกว่า ผงกาแฟที่มีความหนาน้อยกว่า ในกรณีที่ผงกาแฟมีความแน่นเท่ากัน
นี่คือสองสิ่งที่คุณต้องควบคุมในขณะที่คุณทำการกดกาแฟลงใน Basket แต่ก่อนหน้านั้นผมขอแนะนำว่าคุณควรตรวจสอบเรื่องการกระจายตัวของกาแฟใน Basket เสียก่อน ไม่ว่าคุณจะเกลี่ยกาแฟด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งที่คุณควรทำคือเคาะ filter holder ลงในแนวดิ่งเบาๆ โดยให้ basket ขนานพื้น เพื่อดูว่ากาแฟที่คุณเกลี่ยไปแล้วนั้นไม่ยุบไปด้านใดด้านหนึ่งมากอย่างเห็นได้ชัดเพราะนั่นหมายความว่าคุณจะได้กาแฟที่แน่นเพียงด้านเดียว และจะทำให้นำซึมผ่านอีกด้านมากกว่า แต่ถ้ากาแฟของคุณยุบตัวลงเท่ากันอย่างสม่ำเสมอ ก็แสดงว่ามันพร้อมสำหรับการ Tamping แล้วล่ะครับ
ภาพประกอบโดย Mr.Z

การแท้มป์ที่ดี และ กระจายความหนาแน่นได้เท่า ๆ กัน ( Mr.Z )

การแทมป์ แบบกระจายสม่ำเสมอ แต่กดไม่ได้น้ำหนัก ทำให้กาแฟไหลเร็ว รสที่ได้จะไม่เต็มที่ ( Mr.Z)

การแท้มป์ แบบความหนาแน่นไม่สม่ำเสมอ ทำให้ น้ำส่วนใหญ่จะไหลไปทางที่กาแฟหนาแน่นน้อยกว่า มากทำให้การสกัดรสชาติด้านดังกล่าวมากเกินไป เป็นที่มาของรสชาติขมไหม้ ( Mr.Z )

ภาพแสดงความหนาแน่นสม่ำเสมอ แต่หน้าตัดเอียง ทำให้ น้ำไหลไปในด้านที่กาแฟน้อยกว่า หรือ ลาดลงมากกว่า เป็นที่มาของรสชาติ ขม ไหม้ การสกัดรสชาติของกาแฟไม่เต็มที่ (Mr.Z)
ในการ Tamp คุณจะใช้ท่าใดก็ได้ครับ ขอให้กาแฟมันแน่นพอ และสม่ำเสมอและสมมาตร แต่ที่มันจะดีต่อสุขภาพข้อมือคุณคือการให้มือข้อมือ และแขนท่อนล่างของคุณอยู่ในแนวดิ่งเป็นเส้นตรงเดียวกัน โดยจับ Tamper ให้ด้ามอยู่ในอุ้งมือ ส่วนหัวแม่มือกับข้อกลางของนิ้วชี้บีบอยู่ที่ส่วนต่อของคอและบ่า Tamper ทีนี้คุณจะได้ส่วนที่ช่วยกันส่งน้ำหนักลงไปคือการบีบของมือคุณเองกับด้าม Tamper และอีกส่วน จากการกดของหัวแม่มือกับนิ้วชี้ที่กดลงบนบ่า tamper ข้อมือคุณก็ไม่ต้องรับภาระมากเนื่องจากแรงถูกส่งมาในแนวดิ่งจากแขนท่อนล่าง คุณผู้หญิงตัวเล็กอาจใช้การโน้มตัวช่วยเพิ่มน้ำหนัก กับผู้ชายตัวโตแรงจากแขนคุณเองอาจจะเพียงพอแล้วกับการกดกาแฟให้แน่น น้ำหนักที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง 15 – 25 กก. คุณอาจวัดน้ำหนักการกดกับเครื่องชั่งน้ำหนักบุคคลได้
ที่นี้เรามาเริ่มกดกาแฟกันนะครับ
1. ขั้นแรกเลยให้วาง potafilter ให้ basket ขนานพึ้น
2. บรรจงวาง tamper กับผิวหน้าของกาแฟ ให้หน้าสัมผัสของ tamper ขนานพื้นเช่นกัน
3. กดเพียงเบาๆ ประมาณ 3 Kg. และควบคุมให้หน้า tamper ขนานกับพื้นตลอดเวลา
4. ถอน tamper ขึ้นมา จะสังเกตุได้ว่าตอนนี้จะมีผงกาแฟเกาะอยู่กับผนัง basket ให้ทำการ เคาะด้าม tamper กับถ้วย filter holder เบาๆ เพื่อให้ผงกาแฟที่กระเด็นกลับลงมาบนหน้า cake
5. วาง tamper บนหน้ากาแฟอีกครั้ง
6. กดกาแฟโดยค่อยๆเพิ่มน้ำหนักลงไปจนถึง น้ำหนักที่ใช้จริง( 15 – 25 กก.) โดยรักษาหน้า Tamper ให้ขนานพื้นไว้ตลอด
7. คลายน้ำหนักออกจากหน้ากาแฟ
8. หมุน tamper เพื่อให้หน้าสัมผัสกาแฟเรียบ ไม่มีผงกาแฟเหลืออยู่
9. คว่ำ Potafilter ลง เพื่อตรวจสอบว่า กาแฟถูกยึดกับผนัง Basket แน่นพอ
การตรวจความขนานของหน้า Tamper อาจทำได้หลายวิธี เช่นการเช็คสามจุด จากความรู้สึกของหัวแม่มือซ้าย กับนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือขวา ที่คอยตรวจสอบระดับบ่า Tamper กับขอบของ Basket ว่ามันเอียงกระดกไปด้านใดหรือไม่ หรือใช้วิธีเดียวกับผม คือมองระดับเอาเลยครับ อีกอย่างจะได้มีสมาธิด้วย เพราะถ้ามองหน้าลูกค้าสาวๆ Tamper อาจหล่นชงผิดชงถูกได้
การตรวจสอบ cake ว่าเอียงหรือไม่ ผมถือว่าไม่มีประโยชน์อะไรนักเพราะคุณได้ทำการ Tamp ไปแล้ว และอย่างไรก็ตามน้อยมากที่ barista จะตัดสินใจเคาะผงกาแฟนั้นทิ้ง แม้แต่ผมเองก็เถอะ การเคาะลง doser เพื่อทำใหม่นั่นยิ่งแล้วใหญ่ครับ สิ่งที่มันควรจะเป็นคือคุณต้องไม่พลาด
สำหรับมือใหม่ผมแนะนำให้ทำการซ้อมกับกาแฟเก่า หรือซื้อกาแฟราคาถูกมาซ้อมบด Dose เกลี่ย และ tamp โดยไม่ต้องชงจริง เคาะผงกาแฟนั้นลงถ้วยเปล่า ตีให้ร่วนแล้วนำกลับมาซ้อมใหม่ สังเกตุว่าการเกลี่ยของเราทำได้ดีหรือไม่ เมื่อเคาะแนวดิ่งแล้วกาแฟไม่ควรยุบไปด้านหนึ่ง กาแฟที่ทำการ tamp แล้วต้องขนาน และสมมาตร โดยเทียบกับเส้นอ้างอิงใน basket ได้ และในการทำซ้ำหลายๆครั้ง ผลของการ tamp ต้องเหมือนเดิม คือ cake กาแฟที่หนาเท่าเดิม ซ้อมกดกับเครื่องชั่งน้ำหนักโดยควบคุมน้ำหนักการกดให้เท่าเดิม
เมื่อคุณทำทุกอย่างได้ดี ตอนนี้คุณจะมีกาแฟที่พร้อมนำเข้าหัวกรุ๊ปเพื่อชงโดยที่คุณจะมั่นใจได้ว่ากาแฟที่คุณสกัด จะมีคุณภาพดีสม่ำเสมอในทุกถ้วยแล้วครับ
Extract as an Expert by Expressivo
Moddangfire