Archive for November, 2007

No Reservations : รักนี้ไม่มีการจอง

Thursday, November 29th, 2007

ชีวิตเปรียบเสมือนละคร ที่ทุก ๆ คนมักจะวางตัวเองไว้เป็น พระเอก หรือ นางเอก เสมอ ๆ … ล่าสุดได้มีภาพยนต์ เรื่อง No Reservations ที่แสดงนำโดย แอรอน แอกฮาร์ท พระเอกหนุ่มหล่อเซอร์ ซึ่งรับ่บทเป็น เซฟใหญ่ ฝีมือเด็ด จากครัวร้านอาหาร อิตาลี่ และ แคทเทอรีน ซีต้า โจนส์ รับบทเป็น เซฟใหญ่ของร้านอาหารชื่อดังใน เมืองนิวยอร์ตซิตี้ ส่วนตัวผมชื่อชอบ นางเอกคนนี้เป็นทุนอยู่แล้ว ซึ่งหน้าตาเธอ ดูสวย สง่า โดดเด่น ไม่ตกยุค ในบทเธอเป็น เซฟใหญ่ที่ บรรจงทำอาหารทุก ๆ จาน ด้วยความพิถีพิถัน ทุก ๆ ส่วนประกอบ และการปรุงจะต้องถูกเธอ ควบคุม และ กำหนดแม้กระทั่งอุณหภูมิภายในเนื้อทุก ๆ ชิ้น ความพิถีพิถันนั่นเอง จึงทำให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดัง และ นำพาความมั่นใจมาให้เธออย่างสูงสุด ถ้าหากแม้มีลูกค้าคนใดมาติ อาหารที่เธอทำ เธอก็จะออกไป ตำหนิความไม่เข้าใจในการกินของลูกค้านั้นแทน และ ด้วยความมั่นใจ และ ไม่ปล่อยวางของงานที่จะต้องเนี๊ยบทุกกระเบียดของเธอนั้นเอง ทำให้เธอนำมาใช้ ในชีวิตส่วนตัวด้วย และแล้ววันหนึ่งเมื่อมี พ่อครัว ตัวแทน ซึ่งเป็นคน อารมณ์ดี ปรับตัวเข้ากับโลกได้ง่าย อีกทั้ง ยังนิยมการ ฟังเพลงโอเปร่า ในขณะทำงาน และ ยังสะเพร่า อีกทั้ง ชอบทำตามอำเภอใจอีกด้วย มาอยู่ในครัวเดียวกัน ความปั่นป่วน วุ่ยวาย จนกลายเป็นชนวน ให้เกิดความรัก ในที่สุด ก็เกิดขึ้น …

 

noreservations_l200704091440.jpg

 

ผมอยากให้ ทุกคน ๆ คนที่ชื่นชอบการทำอาหาร ทำกาแฟ ได้ไปดูกันครับ ในเรื่อง คุณจะได้รู้ซึ้งถึงเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการทำอาหารให้ดีที่สุด เสมืิอนดั่งการทำกาแฟเช่น พวกเรานั่นเอง

 

2007_no_reservation_005.jpg

 

และในครั้งนี้ ด้วยเนื้อเรื่องในหนัง ผมจึงมีความยินดี ที่จะร่วมสนับสนุน ภาพยนต์เรื่องดังกล่าว ในรอบ Gala Premier เมื่อวันที่ 28 พย. ที่โรงภาพยนต์ SF Cinema เซ็นทรัลเวิลด์ ในงานมีผู้สื่อข่าว และ ดาราภาพยนต์เข้าร่วมงานกันมากมาย และร้าน Zana’s bean Coffee ของผมก็นำเครื่องดื่มไปบริการให้กับ ผู้เข้าร่วมงานทุก ๆ คน อีกด้วย

 

dsc_00081.jpg

 

dsc_00211.jpg

 

dsc_00291.jpg

 

dsc_00091.jpg

 

dsc_00171.jpg

 

ถึงวันนี้ ผมเชื่อว่าพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านกาแฟ Indy Brand ถึงเวลาจะบอกให้ Coffee Lover ทุก ๆ คนทราบได้แล้วครับ ว่าเราพิถีพิถันกับกาแฟของพวกเราเพียงใด เราทุ่มเทการฝึกฝนขนาดไหน ถึงจะบรรจง วาดลวดลายลงบน Cafe’ Latte ในทุก ๆ แก้วที่มีผู้ต้องการ ไม่แพ้ ” แคท ” เชฟสาวใหญ่สุดสวย ในหนังนั่นเอง และวันหนึ่งพวกเราจะพูดถึงร้านกาแฟแบบพวกเราได้ว่า ” The Quality Espresso Bar” ซะที .

 

dsc_00611.jpg
(งานนี้ Guest Relation สุดสวยจาก Lexus Club ก็มาร่วมงานด้วย )

Zoka Coffee Roaster & Tea

Wednesday, November 28th, 2007

แรกเริ่มเดิมที ตอนที่ผมเริ่มจะทำร้านที่เป็นรถเข็นร้านแรก และ เร่ิมหาข้อมูลร้านกาแฟต่าง ๆ ในต่างประเทศ ผมไม่ปฏิเสธเลยว่า ผมฝันไว้เล็ก ๆ ว่า วันนึงผมอยากจะเป็นได้อย่างสตาบัคส์ คอฟฟี่ …และผมเชื่อเช่นกันว่าทุก ๆ คนที่เริ่มทำร้านกาแฟก็มีไม่น้อยที่ฝันเหมือนผม

pict0008.JPG

เป็นความจริงที่ว่า ผู้สำเร็จ และ ผู้เป็นหนึ่งมักจะมีเพียงหนึ่งเดียวเสมอ ส่วนที่เหลือมักเป็นผู้ตาม … เมื่อได้ทำร้านจริง ๆ แล้ว ความจริงเริ่มปรากฏ ความฝันเริ่มเล็กลง จนในที่สุดผมก็กลับมาถามตัวเองใหม่ว่า เราต้องการเป็นแบบไหนกันแน่ในอนาคต ?

img_00981.jpg

แน่นอนผมไม่อยากเหมือนใคร ถ้าใครถามผมเป็นร้านแบบใหน ผมมักจะตอบกลับไปว่า ก็เป็นมันอย่าง ” Zana’s bean Coffee” นี่แหละ คือเป็นไปความการเติบโตของมัน เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า และที่สำคัญเป็นไปตามที่ ผู้มีอุปการะคุณของผม จะหยิบยื่นโอกาสให้ผมได้ทำกาแฟดี ๆ ไปเรื่อย ๆ จนถึงวันหนึ่งที่พวกท่านไม่ต้องการผมแล้ว ถึงเวลานั้นผมก็คงต้องหาทางเดินต่อไป ซึ่งอาจจะเปลี่ยนไปขาย ปุ๋ย หรือ บุ้งกี๋ ก็เป็นได้

แต่ถ้าเทียบกับร้านอย่างต่างประเทศ ผมตอบได้ทันทีว่า ผมอยากเป็นร้าน Indy Coffee House แบบ Zoka coffee roaster & tea นี่แหละ Zoka เป็นร้านที่ผมรู้จักก่อนร้านอื่น ๆ อย่าง Stumptown หรือ intelligentsia เจ้าของร้าน Zoka คือ Jeff Babcock เป็นผู้เริ่มก่อตั้ง และมุ่งมั่นทำกาแฟที่มีคุณภาพดี ๆ ให้แตกต่างจากร้านกาแฟใหญ่ ๆ อื่น ๆ ที่มีดาษดื่นทั่ว Seattle

ครั้งที่ผมได้ไปเยี่ยมเยียน Zoka เป็นครั้งแรก ที่ อเมริกา นั้นผมขับรถตามแผนที่ใน GPS ซึ่งพาผมเลี้ยวเข้าออก ในซอยเล็ก ๆ ซึ่งดูแล้วเหมือนย่านอยู่อาศัยมากกว่า ที่จะมีร้านกาแฟดี ๆ เจ๋ง ๆ อย่าง Zoka ยิ่งขับลึกเข้าไปมากเท่าไหร่ ยิ่งไม่แน่ใจ ถ้าจุดหมายปลายทางใน GPS ไม่แสดงว่า Zoka นั้นอยู่อีกไม่ไกล ผมคงจจะวกรถกลับไปนานแล้ว

dsc_02591.jpg

ในที่สุด Zoka ก็ปรากฏโฉมให้เห็น ในบริเวณหัวมุมถนน ที่ตลอดทางเป็นบ้านคน แถมยังเงียบสงบ แทบไม่มีคนเดิน ด้วยอากาศเริ่มหนาวเย็น

แต่แทบ ผงะ เมื่อผลักประตูเข้าไปภายใน ผมเห็นคนเต็มแทบทุกโต๊ะ ซึ่งส่วนใหญ่่มี Notebook มานั่งทำงานด้วย บรรยากาศภายใน อบอุ่นแตกต่างกับภายนอกอย่างสิ้นเชิง ที่บาร์กาแฟ Zoka ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย แต่ ยิ่งใหญ่อลังการณ์เลยทีเดียว น่าเสียดายที่ Zoka คั่วกาแฟค่อนข้างเข้ม คล้ายกับ สตาบัคส์ เอสเพรสโซ่ ของ Zoka เลยทำให้ผมไม่ประทับใจเหมือนเคย แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะ ผมเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนก็ได้ในเรื่องความเข้าใจเอสเพรสโซ่

dsc_02491.jpg

dsc_02481.jpg

วันนี้ Zoka กำลังจะมี สาขาใหม่อีกสาขา ที่ประเทศญี่ปุ่น และ ดูเหมือน Zoka ก็ไปได้ดี ในญี่ปุ่นเช่นกัน เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ที่ร้านกาแฟที่มีสาขาไม่มากมาย แค่ 3 สาขาใน รัฐ Washington แต่โด่งดังได้ทั่วโลก ทำให้คนหัวดำที่มีถิ่นอาศัยอยู่อีกด้านหนึ่งของโลกต้อง ดั้นด้นเดินทางไปเยี่ยมเยียนให้ได้ซักครั้ง ทำให้คนทั่วอเมริกา ต้องสั่งกาแฟจากร้านของเขา ไปดื่มกินละมุนอยู่ที่บ้าน …

dsc_02531.jpg

dsc_02561.jpg

และวันนี้ถ้าถามว่าผมต้องการจะให้ Zana’s bean Coffee เป็นแบบใหน ผมจะเตรียมคำตอบไว้ว่า ” แค่ให้คนจากอเมริกา ดั้นด้นเดินทางตามแผนที่ มาเยี่ยมเยียน ผม หรือ ร้านของผม แบบนี้บ้างก็พอแล้วครับ”

Lexus IS coffee lover

Tuesday, November 27th, 2007

เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ ที่ผ่านมา (24-25 ธค.) ผมและเพื่อนๆ ได้มีโอกาศไปจัดงาน Basic Coffee Cupping ให้กับ Club รถยนต์สุดหรู นั่นคือ Lexus Club ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคาร M Thai ใน All season place งานนี้ ผมได้รับการติดต่อ จากผู้บริหารภายในว่ามีความต้องการที่จะชิมกาแฟ Kopi Luwak หรือ กาแฟขี้ชะมด เพื่อให้ลูกค้าหรือ member ของ Lexus ได้มีประการณ์ที่ไม่เหมือนใคร … ทั้งนี้ทุก ๆ อย่างจำเป็นจะต้อง สุด ๆ ด้วยเช่นกัน

dsc_0260.JPG

dsc_0277.JPG

dsc_0328.JPG

dsc_0261.JPG

ผมรู้สึกยินดี มากที่ ยังมีคนให้ความสำคัญกับกาแฟ ขนาดนี้ จึงได้ออกแบบ โปรแกรมการสอน ให้มีผู้เข้าอบรมฯ ทุกท่านมีความเข้าในการชิมกาแฟ หรือ เข้าสู่โลกของกาแฟเบื้องต้นกันก่อน เพื่อที่เมื่อเวลาที่ได้ชิมกาแฟ ที่ดี ที่สุด และ หายากที่สุดในโลก ที่ผมพยายามหามาจนได้ จะได้เรียนรู้ว่า ที่ว่าดี ๆ นั้น ดีอย่างไร และคงจะเป็นครั้งแรกมั๊ง ที่ผู้จัดให้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง แต่ผมก็ขอให้เพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมง เพื่ออยากจะให้ผู้เข้าร่วม ทุกท่านได้รับความรู้ ความเข้าใจไปเต็ม ๆ ด้วยเกรงว่า ภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงนั้น หลาย ๆ ท่านอาจจะเดินออกไปอย่างงง งง

dsc_0263.JPG

 

dsc_0305.JPG

ช่วงแรกนั้น ผมอธิบาย และ เล่าเรื่องที่มาของกาแฟ , การแปรรูป , ชนิดของกาแฟ รวมถึง หน้าตาของกาแฟแต่ละชนิด

ช่วงที่สอง ผมให้ทุกท่านได้ ฝึกประสาทสัมผัส ด้านรสชาติ และ กลิ่น เพื่อจะได้ แยกแยะได้เมื่อได้ชิมกาแฟกันจริง ๆ

dsc_0264.JPG

ช่วงที่สาม ผมได้รับเกียรติ จากคุณวุฒิพร จากร้านกาแฟ Seat2cup coffee เพื่อนผู้มีความรู้ เสมือนคัมภีร์กาแฟ เล่มนึงของเมืองไทย มาแนะนำ และ อธิบายแผนที่รสชาติ และ การดมกลิ่น ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง รส , รสชาติ และ กล่ิน ว่าทุก ๆ อย่างนั้นสัมพันธ์กันอย่างไร แล้วนำชิมกาแฟ หลาย ๆ แหล่ง จำนวน 4 แกัวคือ :

1. เอธิโอเปียเยอร์กาเชฟ sweet aroma subtle with lemon and jusmine like , round and pleasant acidity , medium in body
2. เยเมนอิสเมลี complex aroma with choccolate overtone and hint of spice and tobacco , sweet smooth and heavy in body
3. จาไมก้าบลูเม่าท์เท่น sweet aroma with almond note , mellow mild and very good balance , creamy
4. โกปิล๊วก(อราบิก้า) complex aroma with some caramel note, hint of orange and tobacco , mellow mild and very sweet , creamy and long lasting aftertaste

( คำอธิบายกาแฟ คัดลอกมาจาก Seat2cupcoffee.blog.com by คุณวุฒิพร )

dsc_0329.JPG

dsc_0317.JPG

 

ช่วงสุดท้าย คุณหมอพร ขวัญใจ พริตตี้ , เซลล์ , ลูกค้าเล็กซัส ทั้งวัยกลางคน และ ผู้สูงอายุ (ฝากฝังตัวทันทีเมื่อทราบว่า คุณพรเป็นศัลยแพทย์ ด้านสมอง) มาแสดงการชงกาแฟแบบ เอสเพรสโซ่ สไตล์ และ คุณวุฒิพร ก็ได้นำชิมกาแฟ เอสเพรสโซ่ จาก เยเมน อิสเมลี ที่ให้ความกลมกล่อม แต่หนักแน่น ซับซ้อน แต่ โดดเด่นด้วยโทน ช๊อคโกแล็ต

dsc_0275.JPG

จากนั้นคุณพรยังแสดงความสามารถในการทำ Latte Art ได้สวยอย่างไร้ที่ติ

dsc_0281.JPG

dsc_0312.JPG

งานนี้ จัดกัน 4 รอบ โดยแบ่งเป็น วันละ 2 รอบ รวม ๆ แล้วกว่า 70 กว่าคน ซึ่งทั้งหมด นั่นไม่มีผู้ที่ประกอบธุรกิจกาแฟ มาเลย แต่เป็น Coffee Lover ล้วน ๆ และนี่เป็นสิ่งที่พวกเรา รู้สึกดี และ สนุกมาก เมื่อ หลาย ๆ ท่านพรรณา รสชาติต่าง ๆ ที่อยู่ในกาแฟออกมาได้ มากมาย และ รับรู้ถึงความพิเศษของกาแฟที่เราเตรียมกันไว้ได้เป็นอย่างดี งานนี้เลยทำให้พวกเราชาวกาแฟ มีความหวัง และ อยากจะจัดแบบนี้อีก เรื่อย ๆ เลยทีเดียว สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจ และ ดีใจ ก็คือ ในที่สุดผมก็ยังเชื่อมั่นได้ว่า การที่วันนี้ ทั้งผม และ คุณวุฒิพร หรือ หมอพร พยายามทำร้านกาแฟ หรือ คั่วกาแฟในสไตล์ที่อ่อนกว่าท้องตลาด ซึ่งเรามั่นใจว่าดีกว่าการคั่วกาแฟแบบเข้ม ๆ ที่มีดาษดื่น ตามท้องถนนนั้น ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ยังรับรู้ได้ว่า ” ดีกว่า , หอมละมุนกว่า กาแฟที่คั่วเข้ม ๆ ขม ๆ

dsc_0341.JPG

 

และ วันนี้ผมยังดีใจ ที่ Lexus Club ได้เลือกกาแฟเบลนด์พิเศษจาก เราไปบริการลูกค้าใน Club คู่กับ สุนทรียภาพด้านเสียงเพลง ที่ดังก้องกังวาล จากเครื่องเสียงMark Levinson ราคากว่า 2 ล้านบาท ที่ Lexus จัดไว้บริการให้กับลูกค้า อีกด้วย

dsc_0354.JPG

Mister Lees Coffee : The best of Coffee house in KonKhen

Thursday, November 22nd, 2007

ช่วงนี้ ต้องขออภัยที่สำหรับ ผู้ที่ติดตามอ่านบทความที่นี่มาโดยตลอดนะครับ เพราะผมไม่ค่อยมีเวลา และ อารมณ์ที่จะเขียนซักเท่าไหร่ครับ ด้วยเหตุผลการเดินทางไปต่างประเทศ และ เรื่องงานที่มากมาย เพราะจำเป็นต้องไปจัดอบรมฯ การชิมกาแฟ ให้กับ Club รถยนต์แห่งหนึ่ง ที่เน้นความเป็นสุด ๆ งานนี้ผมเลยได้ กาแฟ สุด ๆ ของโลกมาถึง หลายแหล่งด้วยกัน ตั้งแต่ Blue Mountain , Yemen Mocha , Hawaii Kona และกาแฟตัวไฮไลด์ ของงานคือ เจ้า Kopi Luwak หรือ กาแฟขี้ชะมดนั่นเอง

 

วันนี้ไปค่ั่วกาแฟเพื่อที่จะไว้ใช้ให้ชิมกัน ด้วยความระทึกใจ เพราะมูลค่ามันแพง และ หายากมาก ๆ ด้วย ส่วนหนึ่งในกาแฟเหล่านั้น ผมจะนำมาจัดการชิมกาแฟกันฟรี ๆ ให้กับ ลูกค้าที่สนใจจะชิมกาแฟ เพื่อเป็นประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่ร้าน Zana’s bean Coffee เป็นหลักครับ ไว้ติดตามวันและเวลากันได้ ในช่วงต้นเดือน ธันวาคมนะครับ

guatemala_volcano.jpg

(ภาพจากเว็บ misterlees.com)

ยังไง ๆผมจะทยอย Up Blog ไปเรื่อย ๆ นะครับ (แล้วแต่สภาพจิตใจ) วันนี้ อยากจะแนะนำ Website อีกแห่ง ของเพื่อนรุ่นพี่ผมอีกท่าน เว็บนี้ชื่อ MisterLees.com ซึ่งเป็นชื่อแซ่ของพี่ อุดมชัย ผู้สนใจกาแฟ และ รักกาแฟ อย่างพิถีพิถัน สุด ๆ ผมรู้สึกอิจฉา คนขอนแก่น ที่กำลังจะมีร้านกาแฟ ที่พูดได้ว่า ดีที่สุด แห่งหนึ่งในเมืองไทย เลยทีเดียวครับ …. เสียดายที่พี่เปิดร้านช้าไป ปีกว่า ๆ ถ้าเป็นช่วงปีที่แล้ว ผมคงมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนได้แทบทุกเดือน และเกือบจะเป็นเขย ชาวขอนแก่นไปซะแล้ว

ถึงตอนนี้ แวะไปเยี่ยมเยียน เว็บของพี่ชายท่านนี้ของผมก่อนแล้วกันครับ ใคร มีบ้านอยู่ละแวกนั้น ลองติดต่อไปนะครับ กาแฟแต่ละตัวที่นั่นเด็ด ๆ อย่าบอกใครเลย แล้วใครอยากได้ AeroPress ก็ติดต่อไปได้เลยครับ ที่นี่มีขายเช่นกันครับ

กับเหตุผิดพลาดในการปั่นช้อนส้อมของBlendtec

Thursday, November 8th, 2007

เมื่อสองสามวันก่อน คุณแน่ (Espressofriend.com สาขาเชียงใหม่) โทรมากลางดึก ว่า ได้ลืมช้อนซ่อมสแตนเลสหนา อย่างดีไว้ในโถปั่น เครื่องใหม่ของ ดร.โจ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก …

blendtec-blades.jpg

dscn0001.JPG

 

ผมรีบถามกลับไปว่า “จำเป็นต้องรีบใช้เครื่องแทนด่วนรึไม่?” “เป็นอะไรมากรึเปล่า? มอเตอร์ใหม้รึเปล่า? ” เพราะเครื่องดังกล่าวเป็นเครื่องตัวใหม่ที่เพิ่งส่งไปให้ คุณโจ แหม็บ ๆ ไหงเกิดเหตุแบบนี้ไปได้ …

 

ปรากฏว่าเสียงที่ผมได้รับกลับมา กลับเป็นเสียงหัวเราะร่วนของพ่อหนุ่ม จตุคามลาเต้ ว่า ” เครื่องอ่ะไม่เป็นอะไรเลย แค่ช้อนส้อมนี่ดิ หงิกงอ จนดัดกลับไม่ได้แล้ว ” เรื่องคืนนั้นเลยกลายเป็นความ สนอก สนใจของทั้งผมและคุณแน่กันว่า เจ้าเครื่องเล็ก ๆ ตัวนี้มันแข็งแรงดีจริง ๆ … คุณแน่ยังแหย่ ผมกลับมาด้วยว่า ” พี่… ลองเอา Iphone ไปปั่นดูหน่อยสิ ไม่รู้จะเหมือน ใน Clip มั๊ย (ฮา..เค้าล่ะ) “

 

dscn0003.JPG

dscn0004.JPG

dscn0005.JPG

( ภาพชุดส้อมงอ โดย คุณโจ แห่งร้าน Green Chill เชียงใหม่ครับ )

 

blended-iphone.jpg

 

willitblendiphone.jpg

 

iphone.JPG

 

blendtec_before_after_velky.jpg

 

ตลอดมาสินค้าที่ผมสนใจ และ นำเข้ามาจำหน่าย นั้นจะผ่านการใช้งานจากร้านผมมาก่อนเป็นหลัก นอกเหนือจาก คำร่ำลือจากต่างประเทศ ซึ่งทุก ๆ อย่างที่ผมได้ลองนั้น หากมีข้อเสียอะไรผมจะพยายามเรียนรู้ถึงหลักการด้านการออกแบบก่อน ว่าผมมีการใช้ผิดหลักการออกแบบหรือไม่ ? จากนั้นจะส่งเรื่องกลับไปให้กับผู้ผลิต หรือ ผู้นำเข้าหลัก

Blendtec จึงเป็นเครื่องปั่นแบรนด์หนึ่งที่ผมเลือกใช้ และ สนับสนุนมาตลอด และยังเคยได้ไปอบรมฯการใช้งานจากผู้ผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นเราได้รายงานเรื่องโถปั่นรุ่นก่อนหน้านี้ของ Blendtec ที่เกิดความผิดพลาดทางชิ้นส่วนอะไหล่ ทำให้ลูกปืนภายในโถ ชำรุดก่อนเวลาอันควร ทางโรงงานจึงเปลี่ยนให้ใหม่ อีกทั้งยังให้โถรุ่นใหม่ ที่จะนำเข้ามาภายในปีหน้า ใช้ชื่อโถว่า J2 มาให้ทดลองใช้ทดสอบก่อนใครในประเทศเลยทีเดียว

 

blendtecxpress.jpg

 

เรายังได้สนับสนุนเครื่องปั่น Blendtec ในงานการแข่งขัน บาริสต้าทีม ที่ซีคอน , และ ห้างเซ็นทรัล โดยความร่วมมือจาก ผู้นำเข้าหลัก ซึ่งเราก็เสนอขายเครื่องปั่น Blendtec รุ่น X-press 2 โถปั่น ในราคา 29,500 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว เป็นราคาที่ผมพยายามที่จะขายให้ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอยากให้ชาว Indy ได้มีเครื่องปั่นดี ๆ สู้ร้านใหญ่ ๆ เค้าได้ครับ โดยมีการสอนการตั้งโปรแกรม และ การเลือกใช้โปรแกรมที่เหมาะสมกับการปั่น จาก 30 โปรแกรมที่มีมาในเครื่องให้กับทุก ๆ ท่านที่สนใจ และเครื่องปั่นทุกเครื่องที่ทางเราจัดจำหน่่ายไปนั้น เราบริการมีเครื่องสำรองให้ใช้ หากเกิดปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ ที่จำเป็นต้องส่งซ่อม โดยการบริการ และ ราคาดังกล่าวนั้น ซื้อได้ที่ P&F Coffee , Salotto Coffee , Blue Koff หรือ EspressoFriend.com นี้เท่านั้นครับ

Ps.ใครอยากลองชม ลองใช้ ติดต่อได้นะครับ เรามีเครื่องให้ลองเล่นครับ

The 1st Shop Of Coffee Prince

Wednesday, November 7th, 2007

ผมเคยเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้เมื่อเกือบ 5-6 ปีที่แล้ว ตอนนั้น จำได้ว่า ร้านกาแฟในกรุงโซล หาง่าย เจอได้แทบทุกมุมตึก หรือ หัวถนน ยังจำได้ว่า ตอนนั้นแยกไม่ออกเลยว่า เอสเพรสโซ่ แต่ละที่แตกต่างกันอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้ท่องร้านกาแฟ ไปแทบทุกแห่งที่ไปได้ ถึงวันนี้ แม้ความจำจะลางเลือนไปบ้าง ผมก็ยังจำได้ถึง สาวน้อยคนนึงที่ ได้คุยกันทางโทรศัพท์ ด้วยภาษาอังกฤษกระท่อน กระแท่น เพื่อที่จะสั่งเครื่องคั่วกาแฟ Imex ตัวเล็กพลังแรง และไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สาวเกาหลีคนนั้นก็เดินทางเอาเครื่องคั่วกาแฟตัวเล็กมาให้ผมถึง จุดนัดพบ สุดท้ายผมได้เลี้ยง Hot Latte เธอไปแก้วนึง ด้วยความเป็นมิตรของเธอ ทำให้สาวเกาหลีเป็นสาวในดวงใจของผมอีกประเทศจนได้ ….

หลังจากกลับจากการไปเที่ยวคราวนั้นไม่กี่ปี หนังเกาหลีฮิตระเบิดในประเทศไทย สาวน้อย สาวใหญ่ติดกันงอมแงม … ในที่สุดผมก็พ่ายแพ้ต่อกระแส ซีรี่ย์เกาหลี เมื่อได้ยินชื่อหนังเรื่องหนึ่งที่เพื่อนสาว ๆ บอกว่าผมต้องดูให้ได้ นั่นคือเรื่อง ” The 1st Shop Of Coffee Prince “

coffee-prince.jpg

 

ซึ่งเป็นเรื่องราวของความรักของหนุ่มสาว ที่มีร้านกาแฟเป็น บรรยากาศ และ เป็นตัวเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของ ความรักที่สับสนวุ่ยวาย ไม่ว่าเรื่องราวตอนจบจะเป็นอย่างไร ผมไม่ขอเล่า เพราะตัวเองก็เพิ่งดูไปได้ไม่เท่าไหร่ แต่ยังไง ๆ เรื่องนี้ โด่งดังมากในเกาหลี และ กำลังเป็นกระแสเล็ก ๆ ในเมืองไทย

coffee-prince1.jpg

จะอย่างไรก็ตาม ผมขอเอาใจช่วยหนังเรื่องนี้ เพราะหนังเรื่องนี้แฝงความละมุนและเกร็ดเล็ก ๆ ของกาแฟคั่ว จนผมอดใจไม่ไหว ต้องลงไปหยิบเครื่องบดกาแฟมือ กับกาแฟ Honduras Finca El Puente มาชงด้วย AeroPress เครื่องชงแรงดันอากาศ จนทำให้หอมกรุ่นไปทั่วห้อง และแอบเผลอคิดว่ากรุ่นกลิ่นหอมดอกไม้ละมุนที่มาจากกาแฟในแก้วนี้ลอยออกมาจากในจอใน ฉากที่นางเอกกำลังสอนพระเอกชงกาแฟซะอีก

เอาเป็นว่า ไปหามาดูกันครับ ไม่ต้องอาย ไม่ต้องเขินกันแล้ว แค่หวังเล็ก ๆ ไว้ว่า สาว ๆ ที่ดูไปแล้ว จะมองหนุ่ม ๆ Barista หล่อและน่ารักขึ้นกว่าเดิมก็แล้วกันครับ.

coffeeprince.jpg

 

ไล-บรา-รี่

Sunday, November 4th, 2007

จะมีซักกี่ร้าน ที่เป็นร้านกาแฟ แต่ไม่มีคำว่า “กาแฟ” หรือ ” coffee ” อยู่ในชื่อร้าน … และวันนี้ ลูกค้าท่านหนึ่งที่หาญกล้า ร้านชื่อร้านโดด ๆ ไว้ว่า ไล-บรา-รี่ เป็นร้านที่เปรียบเสมือน ห้องสมุดของคนรักกาแฟ และ หนังสือ และด้วยความที่ร้านนี้เป็น ของเจ้าของผู้ชื่นชอบ งานศิลป์ และ กลิ่นอายของยุค 70’s - 80’s จึงทำให้ร้านนี้ ถูกออกแบบมาให้ หวลรำลึกถึง อดีต ส่วนกระแสความเจริญยุค Hi-speed เป็นอย่างมาก

dsc_0371.JPG

เหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ ไล-บรา-รี่ เลือกเครื่องชงกาแฟ ที่เสมือน ได้ถูกสร้างมาเพื่อกัน และ กันอย่างแท้จริง นั่นคือ Fiorenzato รุ่น San Marco ซึ่งเป็น อีกแห่งที่ใช้เครื่องชงคันโยก ไม่เหมือนใครในประเทศไทย คู่กับ เครื่องบดกาแฟตัวเก่งแห่งยุค นั่นคือ Compak K10 wbc ที่ใช้เฟืองบดแบบ Conico ที่ให้ผลของรสชาติกาแฟ ได้ดีกว่าเครื่องบดกาแฟทั่ว ๆ ไปอย่างชัดเจน จึงทำให้ เอสเพรสโซ่ ของร้านแห่งนี้ หอม ละมุน นุ่มนวล แต่ หนักแน่น ไม่มีรสขมติดปลายลิ้น โทนโชคโกแล็ต โดดเด่นเป็นพิเศษ และ จบด้วยความหวานคล้าย คาราเมล ครับ

dsc_0344.JPG

dsc_0349.JPG

dsc_0343.JPG

 

ที่ร้านนี้ ถ้าคุณได้มาซักครั้ง ผมเชื่อว่าคุณจะต้องประทับใจ กับ เมนูกาแฟ , เครื่องดื่มปั่น และ อาหารเบา ๆ ที่เน้นสับเปลี่ยนหมุนเวียนเมนูความอร่อยไปเรื่อย ๆ … ด้วยร้านนี้เป็นอีกแห่งของร้านกาแฟยุคใหม่ที่ผมประทับใจ ซึ่งคงจะบรรยายความรู้สึกไม่ได้ดีไปกว่า การสัมผัส แต่อย่างน้อยผมก็ ขอเอาภาพของร้านแห่งนี้ มาให้ เชิญชมกันก่อนครับ.

dsc_0366.JPG

dsc_0335.JPG

dsc_0331.JPG

dsc_0337.JPG

dsc_0336.JPG

dsc_0340.JPG

dsc_0368.JPG

 

dsc_0369.JPG

dsc_0379.JPG

dsc_0383.JPG

dsc_0384.JPG

 

ไว้ว่าง ๆ ไปเจอกันที่นี่เลยนะครับ.

 

 

Clover1s กับปรากฏการณ์ แหกคอกของเครื่องชงกาแฟ

Saturday, November 3rd, 2007

การดื่มกาแฟร้อน เป็นเรื่องปรกติของชาวอเมริกัน ที่แทบจะดื่มกันแทนน้ำเปล่าเลยทีเดียว ในประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างอเมริกา ใครจะรู้บ้างว่า แต่ละวันมีคนดื่มกาแฟกันมากมายขนาดใหน แต่ยังไงก็เถอะ ในจำนวนนั้น มีไม่น้อยที่กาแฟแต่ละแก้วนั้น จะเป็นกาแฟที่ไม่ได้รสชาติ หรือ การที่ไม่ได้ผ่านการชงอย่างตั้งใจ ทำให้กลายเป็น กาแฟ แย่ ๆ แก้วนึงในแต่ละวัน

เหมือนจะมีบริษัทฯ บางแห่งรับรู้ถึงปัญหาในข้อนี้ รู้ถึงว่า กาแฟที่ถูกกลั่นชงครั้งละปริมาณมาก ๆ จากเครื่องชงแบบหยด ที่ต้มกันครั้งนึงนั้นได้กาแฟ กันเป็น สิบ ๆ แก้ว ว่ากันเป็นลิตร ๆ เลยทีเดียว นั่นหมายความว่า กาแฟแก้วแรกที่ชงเสร็จ กับแก้วสุดท้ายที่ยังจะพอขายได้ ต้องใช้เวลาห่างกันเป็นเวลาหลายนาที หรือ บางแห่งอาจเป็นชั่วโมง ๆ เลยทีเดียว

p1000258.JPG

 

แล้ววันหนึ่งเครื่องชงแหกคอก ที่ไม่สนใจเรื่อง เอสเพรสโซ่ ก็ ถูกอวดโฉมกันให้กับคนที่เลือกดื่มกาแฟร้อนนั้นได้ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง เริ่มตั้งแต่การเลือก ที่มาของเมล็ด ว่าจะดื่มกาแฟจาก Kenya หรือ บางคนอาจหลงไหล Panama แล้วก็ค่อยนำมาบด แล้วยังเลือกอุณหภูมิในการชงได้อย่างอิสระ ผ่านกระบวนการชงแบบ สูญญากาศ จนมาเป็นกาแฟอันหอมกรุ่นในมือ

p1000259.JPG

ทำไม Clover ถึงกลายเป็นที่นิยมอย่างมากมาย ทั้งที่ค่าตัวของมัน แพงระยับเลยทีเดียวนะหรือ ก็ เพราะด้วยความที่ Clover สามารถ ตั้ง profile เมล็ดกาแฟ แต่ละแหล่งได้อย่างอิสระ ทั้งในเรื่องของ อุณหภูมิ,ระยะเวลาในการแช่สกัด อีกทั้งยังมีระบบปฏิบัติการที่เชื่อมต่อกับ internet ที่ทำให้ท่านรู้ได้ทุกเวลาว่าในขณะนั้นเครื่องของท่านกำลังชงกาแฟตัวใดอยู่ด้วย profile อะไร อุณหภูมิเท่าไหร่ อีกทั้งยังสามารถเปรียบเทียบได้กับ เครื่อง Clover ทั่วโลก ว่ากาแฟตัวใด กำลังขายดี ในช่วงเวลานั้น ๆ ด้วยซ้ำ และด้วยระบบการชงแบบ สูญญากาศ และ ใช้แรงกดอากาศแยกน้ำกาแฟออกจากกาก กาแฟในเวลาอันรวดเร็วนี้เอง ทำให้รสชาติของ Clover ไม่เหมือนกับการชงด้วยวิธีอื่น ๆ เพราะ Clover จะสามารถไฮไลด์ ความเด่นเฉพาะของกาแฟตัวนั้น ๆ ได้เป็นพิเศษ

ตอนผมเดินทางไปงาน SCAA 2007 ที่ Long Beach CA นั้น แทบจะพูดได้ว่า งานนี้พระเอกของเครื่องชงกาแฟ แทบจะเป็น Clover ตัวนี้เลยทีเดียว และภาพที่นำมาให้ดู ก็เป็นขณะที่พนักงานของ Clover กำลังสาธิตการชงและการเชื่อมต่อ internet ให้ดูอยู่ครับ

p1000257.JPG

p1000260.JPG

 

Clover 1s ทำงานกันอย่างไร เรามาดูกันครับ …

กระบอกเส้นสีดำที่เห็นนั้นจะเป็นเสมือน ห้องกระบอกนะครับ แล้วเจ้าเส้นสีแดงนั้นเปรียบเสมือนกระบอกลูกสูบ ที่มีตาข่ายฟิลเตอร์สแตนเลส อยู่ด้านบน ในขณะที่ จะมีวาล์วทางเดียวอยู่ด้านล่าง ( สีเขียว) ส่วนล่างสุดสีม่วงนั้นก็คือลิ้นเปิดปิดให้กาแฟใหลออกไปอยู่ที่แก้วได้

clover-201-751701.jpg

 

เมื่อคุณกดปุ่ม Start เจ้าลูกสูบสีแดงก็จะเลื่อนลงมาอยู่ในระดับล่างสุด เพื่อเตรียมให้เราใส่กาแฟด้วยตัวเอง …ในขณะเดียวกัน น้ำใน Boiler จะถูกต้มให้ได้อุณหภูมิตามที่ต้องการ และลิ้นเปิดปิดด้านล่างก็ปิดทางระบายน้ำออก

clover-304-744393.jpg

ในเวลานั้น คุณก็เพียงตักผงกาแฟที่บดแล้วมาใส่ลงไป น้ำร้อนก็จะถูกฉีดลงมาจากฝักบัวด้านบน

 

clover-405-7831041.jpg

ต่อจากนั้น คุณก็คนด้วยไม้คนสแตนเลส ที่แถมมากับเครื่อง ให้กาแฟเข้ากันกับน้ำร้อน ระยะเวลานั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณที่ปรับตั้งไว้ ซึ่งควรจะอยู่ประมาณ 30-45 วินาที

 

clover-506-785261.jpg

เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เจ้าฟิลเตอร์ลูกสูบตัวนี้ก็จะยกตัวเองขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยวาล์วทางเดียว(สีเขียว) ก็จะเปิดตัวเอง อนุญาติให้น้ำกาแฟไหลลงสู่ที่ต่ำ แต่ไม่อนุญาติให้ดันตัวขึ้นไปด้านบนอีก ในขณะนี้ น้ำกาแฟจะถูกแยกกับ กากกาแฟ ทำให้ภายในเกิดสูญญากาศเล็ก ๆ

clover-701-713331.jpg

ต่อจากนั้น เจ้าวาล์วทางเดียว ก็จะปิดตัวลง ทำให้น้ำกาแฟไม่สามารถที่จะไหลย้อนขึ้นไปอีกได้ แล้ว ฟิลเตอร์ลูกสูบก็จะกดตัวเองลง พร้อมทั้งเปิดลิ้นผีเสื้อด้านล่าง ให้น้ำกาแฟสามารถไหลไปตามท่อเพื่อจะมาอยู่ในแก้วของคุณได้

clover-802-748461.jpg

เมื่อน้ำกาแฟไหลไปสู่แก้วจนหมด ฟิลเตอร์ลูกสูบก็จะยกตัวเองขึ้นไปด้านบนจนสุด พร้อมกับกากกาแฟที่แห้งหมาด ๆ เพื่อให้คุณใช้คราดยาง ที่มีลักษณะคล้ายที่รีดน้ำจากกระจกรถ กวาดกาก กาแฟมาด้านหน้า ซึ่งจะมีช่องดักให้กาแฟร่วงหล่นลงมาด้านล่าง ทำให้ไม่เลอะเทอะ

 

clover-903-742719.jpg

 

เป็นไงบ้างครับกับการทำงานคร่าว ๆ ของเครื่อง Clover หวังว่าคงจะพอเข้าใจกับระบบการทำงานนะครับ และ ผมขอยืนยันว่า รสชาติที่ได้ ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว และต้องขอ อ้างอิงถึง รูปภาพประกอบความเข้าใจจาก website potrafilter.net มานะที่นี้ด้วยครับ

สุดท้ายใครอ่านแล้วเปรี้ยวปากอยากดื่มกาแฟ แบบ Clover นี้ รอเดี๋ยว ผมจะมาบอกคราวหน้ากับอุปกรณ์อีกตัว ที่ให้ผลคล้ายกัน กับระบบการทำงานที่ใช้หลักการใกล้กัน แต่ ราคาต่างกัน ลิบโลกเลยครับ