Archive for December, 2007

ส.ค.ส 2551 จาก ในหลวงของเรา

Monday, December 31st, 2007

newyear2551.jpg

ส.ค.ส.ที่ทรงพระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยในปีพุทธศักราช 2551 นี้ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดปกติขาว ประทับฉายพระรูปกับคุณทองแดง สุวรรณชาด และเหลน จำนวน 4 สุนัข ซึ่งพระราชทานชื่อว่า กันนิ ราชปาลยัม จิปปิปะไร และคอมไบ ตามชื่อพันธุ์ของอินเดีย ที่ใช้เป็นแบบในการปั้นรูปสุนัข ซึ่งเป็นบริวารของพระตรีมูรติ คือ กันนิ เพศเมีย นั่งบนพระเพลา ราชปาลยัม เพศเมีย ยืนด้านขวา จิปปิปะไร เพศผู้ นั่งด้านหน้าใกล้พระบาทขวา และคอมไบ เพศเมีย ยืนด้านซ้าย

 

(ผมขออนุญาตินำ ส.ค.ส 2551 ที่ในหลวงอันเป็นที่รักของเราชาวไทยทุกคนมาส่งความสุขผ่าน ณ สถานที่แห่งนี้ด้วยครับ )

วันนี้เป็นวันสุดท้าย และ ใกล้จะถึงชั่วโมงสุดท้ายของปี 2550 แล้วครับ เมื่อไรที่หวนคิดไปถึงช่วงปีที่ผ่านมา บางครั้งอยากจะกลับไปแก้ไขส่ิงที่ผิดพลาด บางครั้งอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่มันก็ผ่านมาแล้ว และ เมื่อทบทวนดี ๆ แล้วก็จะรู้ได้ว่า ทางที่ดีที่สุดคือการเริ่มใหม่ ปรับปรุง มีสติ และ อดทนให้มากขึ้นในปีหน้านี้

ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เสียเวลาเข้ามาอ่าน Blog นี้นะครับ ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคาดหวังจะได้ความรู้ลึก ๆ หรือ ข้อมูลอะไรบ้าง ก็ต้องขออภัยในความคาดหวังมา ณ ที่นี้ด้วย เพราะว่าผมตระหนักดีว่า ตนเองไม่มีความรู้เชิงลึกมากพอที่จะ ถ่ายทอดผ่านทางสื่อนี้ จะมีก็แต่เพียงเรื่องราวเพียงผ่าน ๆ หรือ ผิวเผิน ซึ่งในปีหน้าผมจะนำเรื่องราวของร้านกาแฟและ สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก มาเล่าให้ชมแล้วกันครับ

สุดท้ายนี้ ผมขออวยพรความสุข ความเจริญ แก่ทุก ๆ คนที่แวะเวียนเข้ามา ในปี 2551 ที่จะถึงนี้ ผมขอให้ สติ ปัญญา และ ความอดทน จงสถิตย์แก่เพื่อน ๆ ทุกท่านด้วยครับ

National Thailand Barista Championship & BAT new website

Saturday, December 29th, 2007

แป๊ป ๆ ปีนึงก็กำลังจะก้าวผ่านไปแล้วครับ หลาย ๆ คนคงลำบาก เหนื่อยยากในการที่จะผ่านปีนี้ไปให้ได้ และในปี 2551 นี้ภายในเดือนก.พ. เราจะมีการแข่งขัน National Thailand Barista Championship กัน โดยตัวแทนผู้ชนะเลิศงานนี้ จะได้เป็นตัวแทนในนามประเทศไทย ไปแข่ง World Barista Championship ที่ โคเปเฮเก้น

posterlarge.jpg

ในฐานะที่เคยเกี่ยวข้องกับการแข่งขันมาบ้าง ผมอยากให้ทุก ๆ คน ที่มีความฝันอยากจะพัฒนาฝีมือตนเอง เตรียมฝึกซ้อมกันให้ดี ๆ แล้วถ้าเป็นไปได้ มาเข้าแข่งขันกัน ซึ่งผมมองว่า เป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่ง ของพวกเราเลยทีเดียว งานนี้ ผู้จัดฯ เป็นบริษัทการจัดงานมืออาชีพ คนละบริษัทกับเมื่อปีก่อน ผมหวังว่างานนี้น่าจะทำได้ดี และ ผู้ตัดสินก็ยังเป็นตัวแทนที่ได้รับเชิญมาจาก WBC จากหลาย ๆ ประเทศมาเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยครับ

picture-2.png

ใครสนใจลองเข้าไปเยี่ยมชม และ อ่านรายละเอียด กันที่ สมาคมบาริสต้าไทย เลยครับ ตอนนี้ผมเห็น หน้าwebsite ได้ปรับปรุงใหม่ เก๋ไก๋ เลยทีเดียว ผมในฐานะอดีตกรรมการสมาคมฯ ขอเอาใจช่วยให้ทางสมาคมฯ ได้ตัวแทนที่มีความสามารถ ไปเป็นตัวแทนพวกเรา เพื่อจะได้บอกสังคมกาแฟของชาวโลกว่า เราประเทศไทย ก็มีอะไรดี ๆ เหมือนกัน .

 

Teapresso

Thursday, December 27th, 2007

หลังจากที่ได้จัด Coffee Party ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อีกวันก็ไปทำหน้าที่ของพลเมืองไทย ดั่งเช่นทุก ๆ ครั้ง ซึ่งผมไม่เคยที่จะพลาดการออกเสียงแสดงพลัง ก็ได้แต่หวังว่าวันหนึ่ง การออกเสียงแต่ละครั้งจะเว้นช่วงเป็นระยะเวลา อย่างที่ควรจะเป็น …

แล้วอีกวันในตอนย่ำค่ำ เมื่อผมก้าวลงมาจากรถยนต์ส่วนตัว อากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างไม่คุ้นเคย เนื่องจากสองสามวันที่ผ่านมานี้ อากาศที่เชียงใหม่ เย็นลงรับเทศกาลปีใหม่

การมาครั้งนี้ เป็นการเดินทางมาเพื่อเยี่ยมเยียนลูกค้า และ เพื่อน ๆ อีกหลายท่าน มีอยู่ สองคนที่ร่วมกันทำร้านชา แนวใหม่ คือ คุณโจ และ คุณแน่ หลังจากซุ่มอยู่นาน ก็ได้ฤกษ์เปิดร้าน ” I S TEA teapresso ” ที่คณะบริหารฯ อาคาร IST มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั่นเอง

img_0159.JPG

img_0162.JPG

คุณแน่ และ คุณปู ซึ่งเป็น Barista & Tea man ภายในร้าน

 

คราวนี้ ร้านนี้มาแนวแปลก ก็ในเมื่อใคร ๆ ก็เปิดกันแต่ร้านกาแฟ ที่แยกความแตกต่างกันไม่ค่อยจะออก I S Tea เลยคิดใหม่ สร้างนวัตกรรมใหม่ในเมืองไทย เปิดร้าน Teapresso ซึ่งกล้าพูดได้ว่า เป็นร้านขายชาสกัดด่วน แห่งแรกของเมืองไทยเลยทีเดียว

โครงการนี้ ผมจำได้ว่า เริ่ม ๆ คิด เร่ิม ๆ พัฒนากันมา เกือบปี คิดค้นวิธีการต่าง ๆ นานา ที่จะทำให้รสชาที่ออกมามีความหอม แต่เข้มข้น ไม่ฝาดเฝื่อน ที่สำคัญ เครื่องดื่มแต่ละตัว ควรอร่อยลิ้น เป็นสำคัญ … คุณแน่ ได้ทำการทดลองอยู่ตลอดเวลา ทำการผสมสูตรเด็ดเคล็ดลับ ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด กับ ชาหลายสิบกลิ่น หลายสิบชนิดที่ผม นำเข้ามาให้ได้ลองเล่น ลองใช้จนลงตัว

img_0157.JPG

คืนวันคริสมาสต์ พวกเรา ก็ได้มาทำการทดสอบ ปรับสูตรทุกอย่างให้ลงตัว และ ผมก็ทำการมั่วเครื่องดื่มให้กับที่ร้านได้อีก 2 เมนู โดยเครื่องดื่มทั้งหมดได้ทำการทดสอบ และ ทดลองรสชาติครั้งสุดท้าย จาก ” ชาวบ้าน ” กลุ่มหนึ่ง ….

และแล้ว วันที่ 26 ธันวาฯ 50 ร้าน I S Tea teapresso ก็เปิดตัวให้บริการเครื่องดื่มแนวใหม่ ใครยังไม่เคยเห็น Tea Latte Art คงจะได้เห็นที่นี่เป็นแห่งแรก อีกทั้ง เมนูน่ากินต่าง ๆ เช่น Teapresso , Tea Mocha , Horlick Mooth , Tea Cappuccino ETC. และ ยังมีเครื่องดื่มใหม่ ๆ อีกมากมาย

img_0161.JPG

( Teapresso Latte Art : เครื่องดื่มร้อนที่มีแต่ชากับนมล้วน ๆ แต่อร่อยลิ้นเหลือเกิน )

 

ผมภูมิใจในความ กล้าคิด กล้าทำ ของคุณโจ และ คุณแน่ เป็นอย่างมาก ซึ่งโดยส่วนตัว ก็ได้แต่ให้ข้อมูล และ เอาใจช่วยมาโดยตลอด และ ผมหวังว่า อีกไม่นาน Teapresso จากกลุ่มเพื่อน กลุ่มนี้จะได้บุกไปเปิดที่ กทม. ในไม่ช้าครับ.

img_0160.JPG

Coffee Party welcome all

Thursday, December 20th, 2007

ก่อนจะสิ้นปี ผมอยากทำอะไรบ้างอย่างที่ไม่ได้ทำ ซึ่งเป็นความตั้งใจแรก ๆ ตั้งแต่เมื่อครั้งกลับมาจากการหาความรู้เพิ่มเติม หรือ ที่ผมมักจะเรียกเป็นศัพท์ส่วนตัวว่า ” เปิดกะลา “

นั่นคือการจัด ” Coffee Party ” เล็ก ๆ ในร้าน ซึ่งจะนำกาแฟที่ผมหอบหิ้วกลับมาจากอเมริกา หลาย ๆ ตัว และ อีกหลาย ๆ ตัวที่มีอยู่บ้างใน โรงคั่ว และถือเป็นการตอบแทนความเอื้ออารีย์ของ Henry จาก House Of Coffee ดั่งที่ผมเคยเล่าให้ฟังเมื่อครั้งที่แล้ว

dsc_0258.JPG

ผมเคยเกริ่นไว้หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีโอกาสซะที เสาร์ที่จะถึงนี้ (22 ธ.ค. 50) ถือเป็นวันทรงชัย เหมาะแกการเริ่มต้น ซะที ฤกษ์งามยามดี ก็ประมาณ เที่ยง ๆ ณ Zana’s bean Coffee สาขา สุรวงศ์ งานนี้อาจจะไม่มีกาแฟที่ดีเด่น ติดดาวอะไรมากนัก แต่ผมก็เชื่อว่างานนี้อย่างน้อยจะมีกาแฟหลายแหล่งทั่วโลกมาให้ สูดดม ซ๊วบซ๊าบ กันไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

งานนี้ไม่มีการเมือง ไม่มีแบ่งก๊ก แบ่งกลุ่ม ใครอยากมา ลงชื่อกันไว้ หรือ อีเมลบอกผมหน่อย เผื่อจะได้เตรียมกาแฟให้เพียงพอต่อความต้องการ ผมอยากจะร่วมกันชิม ร่วมกัน Cupping กันไป ไม่ซีเรียสครับ ยิ่งใครไม่ได้ทำธุรกิจกาแฟ แต่ หลงมนต์เสน่ห์ความหอมละมุน ผมยิ่งเรียนเชิญครับ คนที่เปิดร้านอยู่ก็ไม่ต้องน้อยใจครับ ผมเรียนเชิญเช่นกัน เพราะจริง ๆ อยากจะให้คนดื่มกาแฟที่บ้าน ได้ชิมกาแฟแปลก ๆ หรือกาแฟต่างถิ่นดูบ้างครับ เผื่อสังคมพวกเราชาว ” ผู้เสพกาแฟ ” จะได้เติบโต ดั่งเช่นสังคม คนจิบไวน์ กับเค้าบ้าง

และในงานนี้ผม ลงทุน คั่วกาแฟ Kopi Luwak ที่เหลืออยู่จำนวนนึง มาให้ชิมกัน ฟรี ๆ ไว้เป็นประสบการณ์กันด้วยครับ

20070713__20070715_a19_nd15kopijp1jpg.jpg

luwak11.jpg

งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกอย่างฟรี ส่วนใครที่รู้จักเป็นส่วนตัวกับผม จะติดขนมมาแชร์กัน ก็ยิ่งดี ใครเหนียมอาย เอาแต่อ่าน Blog นี้อยู่ ก็มาเถอะครับ มารู้จักกัน ยิ่งใครอยากเรียนรู้เรื่องการชิมกาแฟเบื้องต้น ผมว่า อาจจะมี Guru เพื่อนผมหลายท่านได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และที่สำคัญ หมอพร ยังว่าจะมา เท Latte Art โชว์ให้ดูเล่น ๆ ด้วยครับ .

 

สถานที่ :

Zana’s bean Coffee สาขา สุรวงศ์

เวลา : 12:00 น. - 14 :00 น.

จอดรถได้ที่ อาคารเปอโยต์ ชั้น 3 ทางขึ้นอยู่เข้ามาในซอยหลังร้านฯ (บอกมาร้านกาแฟ)

zana2_surawong.jpg

 

Murky Coffee

Saturday, December 15th, 2007

เมื่อครั้งที่ได้เดินทางข้ามจากฝั่งตะวันตกของอเมริกา มาฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นบ้านที่พักของครอบครัวผม ที่พี่น้องส่วนหนึ่งใช้ชีวิตทำงานอยู่ในมลรัฐแมรี่แลนด์

dsc_0266.JPG

บ้านพักของผมนั้นไม่ไกลจากตัวเมือง D.C มากนัก จึงทำให้ผมปราถนาที่จะเดินทางไป ร้านกาแฟ indy แห่งหนึ่งให้ได้ ซึ่งผมรู้จักร้านแห่งนี้ จากเจ้าของซึ่งคือ Nicolas Cho ที่มีร้านชื่อ ” Murky coffee ” กาแฟของสาขาในเมือง D.C. ใช้ของ Counter Culture Coffee นั่นเอง เมื่อไปถึงผมไม่รีรอที่จะสั่ง Espresso มาทดสอบ Blend ของที่นี่ดู และก็ไม่ผิดหวังเช่นเคย

dsc_0267.JPG

dsc_0272.JPG

ผมประทับใจมาก เมื่อบาริสต้าหนุ่มเซอร์ รู้ว่าเราเป็นเพื่อนร่วมอาชีพกัน แทนที่จะคิดเงินค่า เอสเพรสโซ่ กลับหันไปชงลาเต้ ลายหัวใจสวยงามมาให้อีกแก้วด้วยซ้ำ

ถึงแม้พวกเราจะสื่อสารกันคนละภาษา แต่วันนี้พวกเรายังมีภาษากลางที่ติดต่อกันได้ด้วยความรู้สึก และผมขอเรียกภาษานี้ว่า” ภาษากาแฟ ” แล้วกันครับ.

Bangkok Jazz Festival 2007 & Espresso

Tuesday, December 11th, 2007

เสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมาได้มีโอกาส ไปร่วมงาน Bangkok Jazz Festival ที่สนาม ร.1 พัน 1 ถนนวิภาวดีมาครับ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ไปร่วมงานนี้ แต่เดิมนั้นผมอยากจะไปอยู่หลายทีแล้ว แต่ไม่มีเพื่อนร่วมฟังเพลงประเภทนี้ เลยพาลให้อดกันไป แต่คราวนี้ มีเพื่อนผู้ชอบฟังเพลง Jazz อย่างรู้ลึก อย่างคุณ ปอนด์ เจ้าของร้าน Yindee cup และ คุณหมอพร ไปกันเป็นเพื่อน งานนี้เลยสนุกไปโดยปริยาย

 

img_0147.JPG

 

เพลง Jazz เป็นเพลงที่มีลีลา ท่วงทำนอง และ เนื้อหามากมายอยู่ในเพลง ๆ หนึ่ง ฉะนั้น คนที่จะเล่นเพลง Jazz หรือ เพลงในสารบบนี้ จำเป็นจะต้องมีความรู้เรื่องดนตรีเป็นอย่างดี เทคนิคแพรวพราวจึงมีอยู่ในทุกท่วงทำนองของเพลง และสิ่งที่จะช่วยเสริมการฟังเพลง Jazz ให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้นก็คือ เครื่องเสียงและผู้ดูแลระบบเสียงที่ดีด้วย จึงจะทำให้ ทุกรายละเอียดถูกถ่ายทอดออกมาหมด ทำให้ทั้งผู้ฟัง และ ผู้เล่น สนุกไปได้ด้วยกัน

 

img_0146.JPG

 

 

 

ผมคงไม่ขอพูดเรื่องเพลง Jazz มากนักเพราะไม่มีความรู้ดีพอ แต่ผมอยากจะเปรียบเทียบเพลง Jazz ,Blue,Funk,ETC. ต่างเป็นดนตรี ที่ผู้ประพันธ์ และนักดนตรีจะต้องมีความรู้เป็นอย่างดี เฉกเช่นเดียวกับกาแฟเอสเพรสโซ่ที่ดี จะมีรายละเอียดมากมายในหนึ่งถ้วย ไม่มีอะไรโดดเด่นเกินหน้ากันและกัน ทุก ๆ รสชาติจะค่อยๆ มาทีละส่วน เสมือนในบทเพลง ที่เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจะมีช่วงโชว์ของตัวเอง ฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ ผู้ชง,ผู้คั่ว และ ผู้เบลนด์จะต้องทำงานสอดคล้องกัน และมีความรู้พอตัว จึงจะทำให้เอสเพรสโซ่ทุกถ้วยมีรายละเอียด น่าค้นหา ดื่มได้บ่อย และ น่าอภิรมย์เป็นอย่างยิ่ง

 

news_12-10-07_5.jpg

 

news_12-10-07_20.jpg

 

บทเพลงกาแฟเอสเพรสโซ่ จึงเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ ฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ ผู้ชง และ ผู้ผลิตเท่านั้น แต่รวมไปถึง ผู้บริโภคด้วย ไม่เช่นนั้น ที่จะเปรียบได้กับเพลง Jazz ดี ๆ ก็จะกลายเป็นเพลงรกหู เพียงเพราะผู้เสพไม่เข้าใจมันพอเท่านั้นเอง

Seat2cup Coffee @ Chan Issara II

Friday, December 7th, 2007

เที่ยวร้านกาแฟต่างประเทศมาหลายที่แล้ว วันนี้ผมพามาเปลี่ยนบรรยากาศ ที่ร้านกาแฟคุณภาพแห่งหนึ่งของประเทศไทยเราบ้างครับ ถ้าใครบังเอิญขับรถผ่าน หรือ จำเป็นต้องมีกิจธุระ แถว ๆ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ คงจะต้องเห็นตึกสูงตระหง่าน มีนามว่า ชาญ อิสระ 2 เป็นแน่ครับ ใครเป็นคนรักกาแฟเข้ากระแสเลือด ถ้าอยู่แถว ๆ นี้ คงจะได้ดื่มกาแฟดี ๆ ได้อย่างไม่ยาก และในตึกเดียวกันนี้ มีร้านกาแฟดี ๆ ถึง 2 ร้านด้วยกัน สำหรับวันนี้ผมจะขอพูดถึงร้าน Seat 2 cup coffee ก่อน เพราะเนื่องจากความสนิทสนม จึงทำให้มีการไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ

img_0128.JPG

img_0129.JPG

เจ้าของร้านท่านหนึ่งคือ คุณ วุฒิพร ที่เป็นผู้มาช่วยผมเป็นวิทยากรสอนใน คราวที่ไปจัด Cupping กันที่ Lexus Club ฉะนั้นเรื่องรสชาติกาแฟ เอสเพรสโซ่ของที่นี่ แทบไม่ต้องพูดถึง (อย่างเทพ!!!) เพราะคุณวุฒิ คั่วกาแฟด้วยตัวเองด้วยเครื่องคั่วกาแฟจากต่างประเทศ และ เครื่องที่ใช้ในร้านก็ยังเป็น Reneka 710 รุ่นสูงสุดที่มีในปัจจุบัน จึงทำให้อุณหภูมิเสถียรคงที่เป็นอย่างดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดกลับเป็น กาแฟแต่ละตัวที่นำมาผสมนั้น เป็นกาแฟที่ดี ๆ และหายากมาก ๆ

img_0125.JPG

img_0127.JPG

img_0126.JPG

ถึงตรงนี้ ผมกล้่าพูดได้ว่า ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านคุณภาพของเมืองไทย และเป็นอีกหนึ่ง ” Quality Espresso ” อีกด้วยครับ

img_0124.JPG

[เทพ ไม่ เทพ ดูอุปกรณ์ที่ใช้ และ นี่แหละ ที่มาของกาแฟปี๊ป ..(แซวเล่นนะครับ) ]

Starbucks Coffee & Tea 1st shop

Monday, December 3rd, 2007

ผมกล้าพูดได้ว่า Starbucks เป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจกาแฟของผม เสน่ห์ของอย่างนึงของ Starbucks ในการดำเนินธุรกิจก็คือ การพยายามเป็นบริษัทที่เล็ก ในขณะที่ความจริง สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง …

ถ้าใครรู้จัก สตาบัคส์ ใครเคยอ่านเรื่องราวของเค้ามาบ้าง ผมว่ามีไม่น้อยที่อยากจะมาเยี่ยมเยียน ต้นกำเนิด ณ สตาบัคส์ สาขาแรก ที่ Pike Place Public Market ในเมือง Seattle ประเทศ อเมริกา แห่งนี้เป็นแน่

dsc_0009.JPG

ในเช้าวันที่อากาศหนาวเหน็บ ผมก็เดินทางมาถึง Pike place market จนได้ ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องเป็นตลาดขายปลา ที่มีเสน่ห์ของเมือง แห่งนี้ จึงทำให้ได้พบเจอผู้คนมากมาย ทั้งคนท้องถิ่น ปะปนไปกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนตัวผมเป็นคนชอบเดินตลาดเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว เพราะการเดินสำรวจตลาดจะทำให้เราได้รู้เรื่องราว ความเป็นอยู่ของผู้คนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ได้เห็นถึงการกินการอยู่ รวมไปถึง ค่าครองชีพพื้นฐานของแต่ละเมืองด้วยซ้ำ นั่นหมายถึง ผมนับรวมถึง ต่างจังหวัดในประเทศไทยด้วย

ตามแผนที่ ถ้าผมเริ่มต้นตรง ป้าย Public Market ผมจะต้องเดินเลี้ยวขวาไปตาม ตึกแถว ที่ทอดตัวเรียงยาว ขนานกับแนวแม่น้ำ …ในที่สุดผมก็มาหยุดอยู่ตรงร้านเล็ก ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยฝูงชน และ ประวัติศาสตร์ของร้านกาแฟที่ได้ชื่อว่า ดังที่สุด และ มีสาขามากที่สุดในโลก ภายในร้านยังคงตกแต่งให้เหมือนกับแรกเริ่มเดิมที แต่วันนี้ สตาบัคส์แห่งนี้ ขายเครื่องดื่ม ซึ่งเหมือน ๆ กับ สตาบัคส์ สาขาอื่น ๆ ทั่วโลก แตกต่างจาก ต้นกำเนิดที่เปิดมาเพื่อขายเมล็ดกาแฟคั่วตามแบบฉบับบสตาบัคส์เพียงอย่างเดียว แต่ที่พิเศษคือ เฉพาะที่สาขาแห่งนี้จะมี กาแฟ Signature blend เฉพาะที่นี่เท่านั้น

dsc_0017.JPG

dsc_0022.JPG

dsc_0023.JPG

ผมเหลือบไปเห็น โลโก้ ที่ไม่คุ้นตา ซึ่งนั่นคือ โลโก้ ดั้งเดิม ของสตาบัคส์ ก่อนที่จะมาเป็นแบบปัจจุบันนี้ … ถ้าเราไม่พูดถึงเรื่องรสชาติ ของสตาบัคส์ ผมชื่นชมปรัชญาการทำธุรกิจของ ผู้บริหารของเขาในยุคเริ่มแรกนี้มาก

dsc_0025.JPG

dsc_0027.JPG

ถึงวันนี้ ถ้าพูดได้ว่า Seattle คือ Coffee Capital City ของ อเมริกา ผมก็ใฝ่ฝันว่า เชียงใหม่ ของเราก็มีเสน่ห์ไม่แพ้เค้าเหมือนกัน ดีกว่าด้วยซ้ำที่เราปลูกกาแฟได้เอง

ไม่แน่วันนึง ประวัติศาสตร์กาแฟหน้าหนึ่งของโลก อาจจะต้องบันทึกไว้ว่า ” ถ้ามาเชียงใหม่ที่ประเทศไทยแล้ว อย่าลืมแวะกินกาแฟซักร้านที่เป็นร้านกาแฟท้องถิ่น ไม่งั้นเสมือนว่าคุณยังมาไม่ถึงเชียงใหม่ ! “

…. เฮ้อ ฝันไปอีกแล้วเหรอเนี่ยะ !!!!