Archive for March, 2008

Plus 4 You : Smart card

Monday, March 31st, 2008

ตอนแรกว่าจะมาเขียนต่อเรื่องระบบ Self learning working routine แต่ตัวเครื่องจะต้องเก็บข้อมูลของการทำงานในแต่ละวัน ซึ่งจะรวบรวมระยะเวลา ภายใน 1 อาทิตย์ครับ ในการเรียนรู้ ในวันนี้ผมเลยคิดว่า จะมาว่ากันต่อในเรื่อง ระบบ Smart Card กันครับ

Plus 4 You ตัวนี้มาแหวกแนวกว่าเครื่องยี่ห้ออื่น ๆ ตรงที่ ไม่ได้ใช้การเข้ารหัส หรือ เข้า mode ที่ดูยุ่งยากซับซ้อนกว่า ทั่ว ๆ ไป แต่ Plus 4 You ให้เป็น บัตร Smart Card มาแทน ซึ่งเป็นบัตรที่มี ชิป เล็ก ๆ ติดตั้งมาที่ตัวบัตรด้วยเลย ไว้ใช้สำหรับ ปรับตั้ง เซ็ตค่าต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงาน รวมถึงไว้ใช้ในการ update program และข้อมูลทั่ว ๆ ไปของตัวเครื่องมาให้อีกด้วย รวมถึงการใช้งานร่วมกับเครื่องคิดเงินด้วยครับ.

เมนูต่าง ๆ ที่มากับเครื่องในวันนี้ จะมี ทั้งหมด 16 Function ดังภาพด้านล่างนี้ ครับ

dsc_0021-copy.JPG

smartcard.JPG

smartcardback.JPG

dsc_0033.JPG

dsc_0039.JPG

dsc_0041.JPG

dsc_0042.JPG

เดี๋ยวคราวหน้า จะเข้ามาว่ากันในแต่ละ Function กันว่า สามารถทำอะไรได้บ้างครับ

 

แหม!!! ไฮเทค ขนาดนี้ รับรองว่า ไม่เสียง่าย และ ราคาน่าเร้าใจ กว่าในงานมอเตอร์โชว์แน่นอนครับ

Playing with Saving Mode

Friday, March 28th, 2008

หลังจากที่ได้ เครื่องมา ก็สนุกสนานกับการเล่นของเล่นใหม่ กับ Menu Function มากมายก่ายกองของเจ้า plus 4 you ตัวเก่ง อย่างที่เคยเล่ากันให้ฟังไปแล้วว่า Astoria Plus 4 You มาคราวนี้ เน้นหลัก ๆ ในเรื่องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ในยุคที่ข้าวของแพงขนาดนี้

 

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า งานนี้ C.M.A. โรงงานผู้ผลิตได้ ทำการทดสอบ และหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี วันนี้ Plus 4 You จึงแบบมาให้มี Mode ประหยัดพลังงานให้เลือกได้ หลากหลายพฤติกรรมการทำงานของ แต่ละบาร์ทั่วโลก

 

plus4u-savingmodemenu.JPG

 

เริ่มจาก Plus 4 You นี้ สามารถ ปรับตั้งเครื่องให้เปิดทำงาน อัตโนมัติ ตามเวลาที่ตั้งไว้ และ ปิดการทำงานของตัวเองตามเวลาที่ตั้งไว้ โดยเราสามารถเลือกให้เครื่องเลี้ยงอุณหภูมิตัวเองไว้ที่ อุณหภูมิเท่าไหร่ก็ได้ เพื่อให้การเปิดการทำงานครั้งต่อไป เครื่องจะทำความร้อนจากระดับ Stand by ถึง ระดับพร้อมใช้งาน ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น (ค่าอุณหภูมิที่โรงงานตั้งมาคือ 75 C. ) นั่นหมายความว่า ช่วงระยะการกินไฟก็จะน้อยตามไปด้วย เมื่อเทียบกับการเปิดปิดทุก ๆ วัน จากเครื่องระบบเดิม ๆ ทั่ว ๆ ไป จะต้องใช้เวลากว่า 30 นาที ในการปรับอุณหภูมิให้ขึ้นไปถึงระดับพร้อมใช้งาน

 

plus4u-savingmode.JPG

 

plus4u-offmode.JPG

 

2069404417_87bf1ac3e9_o1.jpg

 

และในระหว่างวัน หากเป็นร้านที่มีการ พักปิดตัว ชั่วคราว หรือ ร้านที่ลูกค้าเข้าร้านมาเป็นช่วงเวลา ประจำ ๆ เราก็จะสามารถตั้งเครื่องใน Stand by ในแต่ละช่วงของวัน ได้ ถึง 2 ช่วงเวลาด้วยกัน เช่น หากปรกติ เปิดร้านในเวลา 7.00 น. และเริ่มขายต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงเวลา 9.30 น. จากนั้น จนถึง 12:0o น. แทบบจะไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการนั้น เราก็สารารถตั้งในเครื่องเข้า Mode Stand by ในช่วงเวลา 9:31 - 12:oo น. ได้ ซึ่งช่วงดังกล่าวนั้น เครื่องจะไม่ทำความร้อนอย่างพร่ำเพรื่อ แต่หากมีลูกค้าเดินเข้ามา เราก็สามารถเปิดหัวกรุ๊ปใดหัวกรุ๊ปหนึ่งทำงานได้ปรกติ ทันที !!!

 

controlpad-p4u.JPG

 

นอกเหนือจากนั้น Plus 4 You ยังสามารถ เลือกเปิดและปิดหัวกรุ๊ปใด หัวกรุ๊ปหนึ่งได้ถึง 3 ระดับ คือ on คือ เปิดตลอด Stand by คือ เครื่องจะเลี้ยงอุณหภูมิไว้ที่ 75 ํ C (หรือ เท่าไหร่ก็ได้ที่เราต้องการ) และสุดท้ายคือ Off คือ Boiler ของหัวกรุ๊ปนั้น ๆ จะไม่ทำงานเลย

 

สิ่งสำคัญส่ิงหนึ่งคือเมื่อ เข้า Mode Stand By หรือ Mode Off นั้น เครื่องจะระบายแรงดันตัวเองโดยอัตโนมัติ อันเป็นสิ่งสำคัญในการ ดูแลรักษาตัวเองไม่ให้เกิดแรงดันสะสม และเมื่อ เครื่องถึงเวลาที่จะต้องทำงานครั้งต่อไปนั้น Plus 4 You จะปล่อยแรงดันที่ค้างอยู่ภายในหัวกรุ๊ป และ Steam Boiler ออกก่อนโดยอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะ Air Lock

 

extractionplus4u.JPG

 

วันนี้ขอเอาคร่าว ๆ แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวคราวหน้าจะมาว่ากันต่อ เรื่อง ระบบ Save Mode แบบ Self-Learning daytime working routine มาเล่าอีกทีครับ

 

drpron4u.JPG

 

latteart4u.JPG

สุดท้ายเพื่อนผู้รักกาแฟของเรา เมื่อรู้ข่าวว่าเครื่องมาถึงแล้ว ก็รีบมาทดลองในทันที ทิ้งคนไข้มาซะงั้น ถือว่าเป็นคนแรกของ ประเทศไทยเลยทีเดียวที่ได้เล่นเครื่องตัวนี้ และไหน ๆ ก็มาแล้วก็ฝากลายเซ้นไว้เช่นเคย.

Clover in the starbucks

Thursday, March 27th, 2008

อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีแล้วว่า Starbucks  บริษัทกาแฟยักษ์ใหญ่ที่สุดของโลก ได้ตัดสินใจตกลงซื้อ บริษัท ผู้ผลิตเครื่อง Clover  ไปแล้ว เนื่องจากนวัตกรรม และ คุณสมบัติอันเป็นเลิศของเครื่อง  Clover  ที่ผมเคยได้ กล่าวถึงไปแล้ว วันนี้ไม่น่าเชื่อว่า ความหวังของชาว Indy หรือ ชาว Third wave แทบพังทลาย เมื่อเครื่องชงกาแฟที่จะสามารถ present ความมีอยู่ในรสชาติ ของกาแฟแต่ละแหล่ง ที่ผู้บริโภค ถึง ผู้ชง ถึง ผู้คั่ว ไล่ไปจนกระทั่งถึงผู้ปลูก แสวงหาแต่ของที่ดี ๆ ที่สุดเพื่อความสมบูรณ์ของกาแฟในแก้ว

ย้อนมาถึง Clover นิดนึง ว่าทำไมจึงเป็นที่หมายปองของ  Starbucks ได้ถึงขนาดยอมควักเงินหลายล้านเหรียญ เนื่องจาก ผลประกอบการณ์ในปีที่ผ่านมา Starbucks มีรายได้รวมลดลง รวมถึง feedback ด้านคุณภาพที่ลดลงตามไปด้วย จนถึงมีการปลดผู้บริหารเก่าออก และ มร. HOWARD D. SCHULTZ   ผู้ที่ทำให้ Starbucks  เป็นอย่างทุกวันนี้ได้เข้ามาบริหารแทน

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้น เมื่อ  Starbucks เห็นต้นทุนของกาแฟที่จะต้องทิ้ง ๆ ไปในแต่ละวัน จากการชงกาแฟแบบ Drip ทิ้งไว้ ทั้งยังให้รสชาติแย่ลงไปเรื่อย ๆ ทุก ๆนาทีที่เสียไป  … ในที่สุด Clover ก็เป็นคำตอบของปัญหาที่เกิดขึ้น ที่จะสามารถเสริฟกาแฟแบบ American style ได้แก้วต่อแก้ว   ซึ่งปัจจุบันนี้ Starbucks  ได้ทดลองนำเครื่อง Clover มาบริการใน 6  สาขา ที่ Seattle และ Boston แล้ว และจะทยอย วางเครื่อง Clover นี้ให้ได้มากกว่า 10,000 สาขาในเร็ว ๆ นี้ด้วย

 cloverinsbux.jpg

​(Photo from the new york times )

…ถึงวันนี้ เราดูแคลนยักษ์ใหญ่ที่มีเงินมหาศาลไม่ได้แล้ว แล้วถ้ายิ่งวันนี้ ชาวร้านกาแฟขนาดอย่างพวกเรา ไม่รีบปรับตัวเข้าหาคำว่าคุณภาพเสียแต่ตอนนี้  ผมเชื่อว่า “รอให้ถึงพรุ่งนี้ ก็สายเสียแล้วครับ”.

Plus 4 You the Revolution

Wednesday, March 26th, 2008

เมื่อครั้งที่เครื่องชงใน Line ของ Gloria ออกวางตลาดสู่สาธารณะชนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ครั้งเมื่อผมได้เห็นก็ตกหลุมรัก แม่สาว Gloria จนได้ ในที่สุด เมื่อจะเปิดร้านที่สองเป็นของตัวเอง ก็ไม่ลังเลที่จะเลือกเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ ของ Astoria ในรุ่น Gloria มาใช้ที่ร้าน และ อีกร้านต่อมา ก็ยังคงเป็น Gloria อีกเช่นกัน

ตลอดระยะเวลาที่ใช้เครื่องมานั้น ผมชมชอบ เครื่อง Astoria มาตลอดเพราะความปราณีต ในการประกอบ รวมถึงความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิที่เสถียรดีมาก ถึงแม้จะเป็นเครื่องในระบบ HX ก็ตาม แต่เมื่อโลกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เครื่องชงกาแฟรุ่นใหม่ ๆ ถูกพัฒนาจากระบบ heat exchange มาเป็นระบบ Multi Boiler ตามออกมามากมาย ในที่สุด Astoria ก็ออกเครื่องรุ่นใหม่ใน Line body ของ Gloria ในนามของ Plus 4 You ( +4U ) ที่ได้รับการออกแบบ จาก สำนักออกแบบ Adriano Design ซึ่งเป็นสำนักออกแบบแห่งเดียวกันกับผู้ออกแบบรถยนต์ Mini และผลิตภัณฑ์อีกมากมาย …

p4uespro-machine-copy-1.jpg

dsc_0029-copy.JPG

กล่าวถึงบริษัท ผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟ Astoria นั่นคือ บริษัท C.M.A. หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก C.M.A. นั้นผลิตเครื่องชงกาแฟมากมายหลายรุ่น หลาย Brand แต่ Astoria จะถูกวางไว้ในเป็นเครื่องชงกาแฟที่จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทได้ในแง่ คุณภาพ ความสวยงาม รวมถึงความคงทนต่อการใช้งาน จึงเป็นหนึ่งใน Brand สร้างชื่อให้กับบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี ทีมวิศวะกรของ C.M.A. ได้รับคำสั่งให้คิดค้นเครื่องชงที่มีความสามารถรอบด้าน ปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เหมาะกับกาแฟทุก Blend ได้อย่างไม่มีข้อแม้ สามารถดึงส่วนที่ดีที่สุดของกาแฟแต่ละตัวออกมาได้ให้มากที่สุด โดยยึดหลัก ความสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน จากโจทย์ที่ว่า …

QUALITY

โดยให้ความสามารถในการกลั่นกาแฟเอสเพรสโซ่ออกมาให้ได้ดีที่สุด มีความเสถียรเป็นเลิศ ลดความผิดพลาดจาก Barista ให้ได้มากที่สุด

SAVING

นอกจากการที่จะทำให้เครื่องชงกาแฟสามารถชงกาแฟได้ออกมาอย่างดีที่สุดแล้ว จะไม่มีความหมายกับผู้ใช้เลยหากแม้เครื่องชงตัวนั้น ๆ ไม่ได้ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าของ หรือ ผู้ประกอบการ จึงทำให้ Plus 4 U สามารถประหยัดไฟฟ้าได้มากกว่า 30 %

FLEXIBILITY

ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิ แต่ละหัวชงได้ง่ายขึ้น ด้วย Control Pad ชดเชยความผิดพลาดของความชื้นด้วยการ ประมวลผลร่วมระหว่างความชื้นสัมพัทธ์ และ Flow meter ภายในเครื่อง รวมถึงค่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ+- ไม่เกิน 1ํ C

ภายใต้ธีม The Revolution หรือ การเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง

dsc_0031-copy.JPG

วันนี้เครื่องมาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมจะ Review การทำงานในโอกาสต่อไปครับ ..

Astoria : Plus 4 You

Espresso Machine

Quality :

Maximum in all operating conditions

Excellent in either single or double servings

Guaranteed by the Possibility to take corrective actions suggested by the system display

Saving :

Programming of night-time consumption of electrical energy

Programming of possible night-time shutdown

Self-learning of daytime working routine

Energy saving of up to 30%

Flexibility

Minimum temperature difference of coffee water (max. 1ํ C ) from the set value

Programming for each group of the temperature of the hot water tank

Programming of the steam boiler pressure

Constant and continuous production of steam thanks to a dedicated boiler

2069404417_87bf1ac3e9_o.jpg


Coffio by Oishi

Thursday, March 20th, 2008

ในที่สุดก็ไม่มีใคร ทายถูก จะมีก็แต่คุณเต้ย มาเฉลยใน Comment ล่าสุดว่า เครื่องบดจากโรงงานผลิตที่ถือว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะไปทำการบดกาแฟจำนวนมหาศาล พาลทำให้เพื่อนๆ หลายคนคิดไปถึง ว่าผลิตภัณฑ์ตัวใด หรือ บริษัทใหนกันแน่นั้น และแล้วในที่สุด ก็มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปแล้ว นั่นก็คือ Coffio by Oishi กาแฟสด พร้อมดื่ม ในรูปแบบทีบดสด ชงสด แล้วบรรจุขวดทันที โดยงานนี้ โออิชิ เน้นให้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ สามารถดื่มได้ทั้งร้อน และ เย็น มี 3 รสชาติ คือ Espresso,Latte, Mocha สำหรับ รสชาตินั้น คงต้องให้ ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินในภาพรวม

dsc_0048.JPG

สำหรับผม ผมถือว่าการที่ โออิชิ ลงมาเล่นในตลาดนี้ ทำให้เราเห็นได้ว่า วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของคนไทยเรา เริ่มพัฒนา และ มีจำนวนมหาศาล ถ้าเปรียบเทียบกับเมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา ในครั้งนั้น หลาย ๆ คนคิดว่า กระแสร้านกาแฟสด นั้นเป็น กระแสแฟชั่น ที่มาแล้วก็ไป …. แต่ในที่สุดก็พิสูตรได้ว่า ร้านกาแฟคุณภาพนั้นคงอยู่ได้ แถมยอดขายดีวันดีคืนด้วยซ้ำ

Coffio นี้ บรรจุในขนาด 230 Ml. จัดจำหน่ายในราคา 25 บาท ถือเป็นการจับตลาดกลุ่ม พรีเมี่ยมขึ้นมา กว่าระดับ กาแฟกระป๋อง ในงานนี้ ทางโออิชิ อัดงบโฆษณาจำนวนมหาศาล ซึ่งผมมองว่าเป็นการดีสำหรับพวกเราร้านกาแฟคุณภาพ อย่างยิ่ง เพราะเมื่อคนที่ไม่เคยดื่มกาแฟ ได้ลองลิ้มมนต์เสน่ห์ของกาแฟแล้ว รับรองจะต้องแสวงหา คุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ๆ มาบริโภค

dsc_0049.JPG

ถึงเวลาแล้วครับ ที่พวกเราจะต้องปรับปรุง และพัฒนา ความรู้ความเข้าใจ โดยมุ่งเน้นการทำกาแฟให้ดีมีคุณภาพต่อไปครับ.

Coffee Lover Meeting ( Update # 1 )

Monday, March 17th, 2008

หลังจากที่ออกงานแสดงสินค้ามา ผมมีความรู้สึกประทับใจการแข่งขันเล็ก ๆ สนุก ๆ ที่เกิดขึ้นในงานกาแฟที่ผ่านมา ทั้งการ ประกวด Espresso Best Shot ที่ทาง บริษัท P&F จัดขึ้น หรือ การแข่งขันที่ไม่มีโอกาศแก้ตัวคือ Hit or Miss Rosetta ของคุณบุ๊ง แห่ง BKKesproLab …

ควันหลงของงานยังไม่ทันหายดี ผมเลยนึกครึ้มอยากจัด meeting เล็ก ๆ ขึ้นอีกครั้ง สำหรับคนรักกาแฟ และเพื่อเป็นการต้อนรับเครื่องชงกาแฟตัวใหม่ กับเทคโนโลยี สุดยอดของโลก (อีกแล้ว… ชอบคำ ๆ นี้จริงให้ตายสิ) ผมจึงอาสาเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้ขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อไม่ให้มีการแบ่งพรรมแบ่งพวก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย งานนี้จึงถือโอกาส เปิดต้อนรับให้กับ เพื่อน ๆ ผู้รักกาแฟทุกคน ไม่สนว่าจะเป็นคนที่เปิดร้านอยู่แล้ว หรือ คนที่ไม่มีร้าน , ไม่คิดจะมีร้าน , ชอบจะดื่ม หรือ เลือกกาแฟดี ๆ ไว้กินประจำวัน ทั้งหมดนี้ ผมขอเชิญหมดครับ งานนี้เนื่องจากไม่มีอะไรเป็นทางการ จึงคิดว่าไม่มีบัตรเชิญครับ .

ซึ่งหลังจากที่ได้พูดคุยปรึกษากับเพื่อน ๆ ผู้คั่วกาแฟ ผู้รักกาแฟคร่าว ๆ แล้ว ในงานน่าจะมีเครื่องชง 3 ตัว ตัวแรกจะเป็นเครื่องชงกาแฟน้องใหม่ที่ผมเพ่ิงนำเข้ามา และ อีกตัวคาดว่าจะเป็น Reneka Viva S Version 2008 , คุณบุ๊งว่าจะยก Vibiemme สุดยอดแห่งหัวกรุ๊ป แบบ e61 มาให้เล่น ให้ใช้กัน รวมถึงเครื่องบดอีกหลายตัวซึ่งจะบรรจุกาแฟคั่วจากหลาย ๆ โรงคั่ว เช่น ของ คุณวุฒิพร แห่ง Seat2cupcoffee , พี่ไนซ์ แห่ง P&F coffee ,คุณอ๋า BlueKoff, ของผม Zana’s bean Coffee , พี่ดม Mister Lee,พี่ณรงค์ Benjamitt Coffee คุณบุ๊ง Bangkok Espresso Lab , คุณตู๋ Indy Espresso Supply  ทั้งหมดจะเป็น กาแฟเบลนด์ ระดับสุดยอด มาให้ชิมกันฟรี ๆ ครับ ส่วนใครชอบตัวไหนก็แวะซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้ (รายได้ทุก 10% ขอหักให้คุณกอบกุลเจ้าของร้านฯ เป็นความอนุเคราะห์ที่ให้ใช้สถานที่ครับ)  รวมถึงกาแฟจากโรงคั่วกาแฟชื่อดังจากอเมริกาด้วยครับ นอกจากเครื่องชงเอสเพรสโซ่แล้ว ผมและเพื่อนๆ ยังมีเครื่องชงกาแฟหลาย ๆ แบบเช่น AeroPress , Chemex , Evasolo ,Vacuum Pot มาให้ทดลองเล่น ทดลองชิมกันด้วยครับ ….

dsc_0137-copy.JPG

กิจกรรมที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นคือ การแข่งขันกันสนุก ๆ ในการ Blend สด และ ชงสด ซึ่งพวกเราจะเตรียมกาแฟมาให้เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องพกมาเอง รางวัลที่ได้จะขอรับบริจาคจากเพื่อน ๆ ที่จะมาร่วมงานตรงนี้เลยครับ

อีกกิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้น่าจะเป็นการ ร่วมสนุกการแข่งขันเท Latte Art ซึ่งรายละเอียดของงานจะแจ้งให้ทราบกันทีหลังครับ หรือ ใครมีไอเดีย สนุก ๆ เสนอกันเข้ามาได้ครับ

ที่เหลือ จะเป็นการทดลองเล่นเครื่องชงกาแฟ พบปะ พูดคุย และ ปรึกษากันในฐานะ เพื่อน คุยกับ เพื่อน งานนี้ หมอพรน่าจะมาเล่นกีต้าร์ ร้องเพลง สด ๆ รวมถึง โชว์และสอนการทำ Latte Art ให้กับใครก็ได้ที่อยากรู้ อยากลอง

ตกเย็น ผมมีบริการอาหารบุฟเฟ่ ง่าย ๆ ให้กินกันครับแต่ถ้าเพื่อนๆ คนใหนมีฝีมือกาแฟทำอาหาร จะนำมาร่วมวงให้เพื่อน ๆ ได้ชิมกันก็น่าจะเป็นการดีครับ งานนี้ ผมยังขาดเบเกอรี่อยู่ ถ้าใครจะพกติดตัวมาให้เพื่อนๆ ได้ชิมกัน ก็ขอเชิญเลยครับ

ใครที่เป็นคนชอบกินไอศครีมเป็นพิเศษ ผมได้ข่าวว่าพี่ ดม แห่ง Mister Lee จะนำไอศรีม มาร่วมแจมด้วยเป็นการอร่อยลิ้นเลยครับ

หลังอาหารคงจะได้ดื่มไวน์ ซึ่งคุณกอบกุลและคุณ พี แห่ง Coffaholic น่าจะทำให้รสชาติของไวน์ น่าดื่มขึ้นอีกเยอะครับ .

เหตุการณ์คร่าว ๆ ที่กล่าวมา คงจะจัดได้ในวันจันทร์ที่ 7 เมษายน นี้ ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชย วันจักรี ใครไม่ติดอะไร ขอเชิญนะครับ งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ..

dsc_0573-copy.JPG

dsc_0570-copy.JPGdsc_0574.JPG

สถานที่ Coffee Alley in the Garden สุขุมวิท 16 (แล้วผมจะเอาแผนที่ และ พิกัด GPS มาลงให้อีกครั้งครับ)

วันที่ 7 เมษายน 2551

เวลา ตั้งแต่ 13:oo น. - 19:00 น. โดยประมาณ

จอดรถได้ที่ริมถนน ในซอย สุขุมวิท 16 หรือ ใน Foodland

ผู้มีสิทธิเข้าร่วม = ทุกคนที่สนใจกาแฟ รักกาแฟ อยากรู้เรื่องกาแฟ รวมถึงเป็นแฟนคนรักกาแฟก็ไม่ว่ากันครับ

 

ปล. ใครมีชื่องานดี ๆ อยากร่วมตั้งชื่องาน เสนอมาได้เลยครับ

Fiorenzato visit Thailand

Saturday, March 15th, 2008

เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องชง Fiorenzato ได้เดินทางมาเยี่ยม พร้อมทั้งรับฟังปัญหา อีกทั้งยังแนะนำการดูแล และ ซ่อมเครื่องให้กับช่างเทคนิคของบริษัท … Mr. Stefano เป็นคนที่มีความรู้เรื่องกาแฟดีคนนึงทีเดียว เพราะจะหาเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องชงกาแฟ ที่เป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟขนาดใหญ่ในอิตาลี ด้วยแล้วแทบจะไม่มีเลย เดิมที Mr. Stefano เป็น เจ้าของกาแฟ Oro Caffe ซึ่งถือเป็นกาแฟระดับชั้นคุณภาพเทียบชั้นได้กับกาแฟ Brand ดัง ๆ ได้เลย ซึ่งครั้งนึง Kenneth David เคยให้คะแนนกาแฟ ของแกไว้ถึง 92 คะแนน

เมื่อผู้คั่วกาแฟ เป็น ผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟเองด้วยแล้ว จึงทำให้คุณภาพของเครื่องชงที่ออกมามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เครื่องชงกาแฟ ขนาดตั้งแต่ 2 หัวของ Fiorenzato นี้เป็นระบบ HX หรือที่เราเรียกกันว่าระบบแลกเปลี่ยนความร้อนนั้น เมื่อทิ้งเครื่องไว้นาน ๆ ก็ไม่ทำให้อุณหาภูมิสูงเกินไปมากนัก ซึ่งใช้เวลา Flush น้ำเร็วมากก็ เข้าสู่อุณหภูมิที่เซ็ตไว้ทันที เรื่องนี้ แกอธิบายไว้ว่า Fiorenzato จะใช้แนวความคิดด้าน แมคคานิค โดยใช้ท่อแลกเปลี่ยนความร้อนในขนาดที่เหมาะสม และวางองศา ไม่สูงชันนัก อีกทั้ง ระยะห่างของท่อ และขนาดของท่อ ในรวมถึงระบบ Thermo siphon เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้อุณหภูมิ เสถียร …

dsc_0061-copy.JPG

ในครั้งนี้ผมจึงได้พาเค้าไปเที่ยวชมร้านลูกค้าท่านต่าง ๆ ที่ใช้เครื่องชงของ Fiorenzato อยู่ โดยมีอยู่ 2 ร้านที่ใช้รุ่น San Marco คือเครื่องชงคันโยก คือร้าน Coffee Alley และ ร้าน ไล- บรา-รี่ ซึ่งเจ้าของร้านที่สองที่กล่าวถึง คือคุณเป็ม ให้การตอนรับด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่ง พี่เป็มถาม เค้าไปว่า ทำไม เครื่องชงคันโยกถึง ให้รสชาติของกาแฟ ละมุน กลมกล่อม ต่างจากเครื่องชงรุ่นทั่ว ๆ ไปที่ใช้ Rotary Pump ? Mr. Stefano ตอบว่า ” เครื่องรุ่นนี้เมื่อเราดึงคันโยกลงมานั้น น้ำร้อนจะถูกเปิดระบบให้ไหลเข้ามาในหัวกรุ๊ป โดยไม่มีแรงดัน ซึ่งเสมือนการ pre-infusion อย่างไม่มีแรงดัน และเมื่อเราปล่อยคันโยกในกลับคืนที่เดิม สปริงจะเป็นตัวกด โดยจะให้ค่าแรงกดครั้งแรกที่ 15 บาร์ และจะค่อย ๆลดระดับแรงดันลงตามแรงต้านของสปริง … ซึ่งจะเห็นได้ว่า ช๊อตกาแฟที่ได้จากเครื่องคันโยกนี้จะสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะ ในช่วงแรก เมื่อ Coffee oil ถูกสกัดออกมาแล้ว ส่วนที่เหลือในช่วงปลายช๊อตนั้น ถ้าปั๊มยังคงทำงาน คงที่จะสังเกตได้ว่า น้ำกาแฟชงหลังจะไหลเร็วขึ้น ซึ่งแตกต่างกับระบบของเครื่องคันโยก ที่แรงดันจะลดระดับลงเรื่อย ๆ จึงเป็นผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกัน ” เรื่องนี้ ผมเองได้ทดสอบมาแล้ว ก็เห็นด้วยในเรื่องของความ นุ่มนวล มวลลิ้นของเครื่องคันโยกตัวนี้ และพอทำช๊อตเสร็จแกก็ดื่ม Espresso จากเครื่องชงกาแฟคันโยก แล้วก็หันมาถามผมว่า “ถ้าจะพูดว่า cool หรือเยี่ยมยอด จะพูดยังไงในภาษาไทย” ผมเลยจัดการอำแกไปว่า ให้เจออะไร cool cool ให้พูดว่า อร่อย !!!

…. จากนี้ไป ใครอยากได้เครื่องคันโยกไว้ใช้ที่ร้าน ติดต่อได้นะครับ อยากได้ body แบบใหน Mr.Stefano บอกไม่มีปัญหา จัดห้ายยย แกขอให้ได้มีโอกาศมาเมื่องไทย ปีละครั้งก็พอ ! …. ผมละไม่เข้าใจแกจริง ๆ ว่าติดใจอะไรเมืองไทยนักหนา ยิ่งหลังจากแกได้ไปเที่ยว พัทยากลับมาด้วยแล้ว (ไม่รู้ว่าติดใจร้าน เบญจมิตร คอฟฟี่ พัทยาใต้ 20 รึเปล่า?)

dsc_0067-copy.JPG

ก่อนกลับ ผมถามแกว่า เมืองไทยเป็นไงบ้าง ? แกบอก อร่อยมาก !!! …

Zana’s bean Coffee in the Bank of Thailand

Friday, March 14th, 2008

สถานะการณ์ด้านเศรษฐกิจของบ้านเราในปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างเร่งด่วนเลยทีเดียวที่ ภาครัฐต้องเร่งมือเข้ามาดูแล และ หน่วยงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงก็คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย นั่นเอง

วันหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ผมได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมประมูล และ คัดเลือกเพื่อที่จะเป็นร้านกาแฟแห่งเดียวที่จะได้รับสิทธิให้เข้าไปเปิดร้านขายได้ใน ส่วนของห้องสมุดกลาง ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะด้วย ทางแบงค์ชาติกำลังก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ ที่มีความทันสมัยที่สุดทั้งในด้านการควบคุมความปลอดภัย และ ความสวยงามด้านการออกแบบ และ ห้องสมุดกลางของแบงค์ชาติแห่งนี้ ก็ยังเป็น หนึ่งในห้องสมุดที่ยิ่งใหญ่ และ ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเลยทีเดียว คณะผู้บริหารห้องสมุดได้เดินทางดูงาน ห้องสมุดที่สำคัญ ๆ ของโลกมาแล้วหลายประเทศ รวมถึงการรวบรวม หนังสือ ที่สำคัญและ หายากมากมาย มาไว้ในห้องสมุดแห่งนี้ ดังนั้นจึงถือได้ว่า ห้องสมุดของแบงค์ชาตินี้ มีหนังสือภาคเศรษฐศาสตร์ การเงิน มากที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว

ที่ห้องสมุดของแบงค์ชาติเรานี้ ประชาชนทั่วไปทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมาใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งในนี้มีบริการค้นข้อมูลทาง internet ให้บริการอีกด้วย เรียกได้ว่า ถ้าว่าง ๆ ใน 1 วัน คุณสามารถเพลิดเพลินกับหนังสือได้อย่างไม่มีเบื่อเลยทีเดียว

…หลังจากที่ผมได้ทราบเรื่องการให้เข้าร่วมคัดเลือกแล้วนั้น ก็จัดเตรียมข้อมูล และเอกสารเพื่อที่จะไปนำเสนอ ในครั้งนั้นเมื่อรู้ถึงร้านต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประมูล และรับการคัดเลือกแล้วนั้น แทบจะไม่มีหวังเลย เพราะเรื่องผลตอบแทนให้กับ ” มูลนิธิ 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย “ นั้นไม่ได้เป็นปัญหาให้กับ Brand name coffee ที่เรารู้จักกันคุ้นเคยทั่ว ๆ ไป

ผมได้แต่หวังว่าวันหนึ่งหน่วยงานใหญ่ ๆ หรือแม้แต่ ห้างสรรพสินค้า ชั้นนำ จะก้มลงมามองความตั้งใจ และ ร้านกาแฟ โนเนม กับเค้าบ้าง รวมถึง หยิบยื่นโอกาสให้เราบ้างเท่านั้น ในขณะนั้น ผมยืนยันเสมอว่า เราไม่พร้อม และ ไม่อยากจะเป็น ร้านกาแฟ Big Brand กับเค้า แต่เราแค่ต้องการทำในสิ่งที่เราชอบไปเรื่อย ๆ และจะไปในที่ ๆ ลูกค้ามีความต้องการเรา …ในวันนั้น ผมเข้ารับการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการ ผมอธิบายถึงเรื่องกาแฟที่ผมจะใช้ รวมถึงอุปกรณ์ชั้นเลิศที่เราจะใช้ในร้านแห่งนี้ด้วยซ้ำ วันนั้นผมจำได้ว่า นอกจากกาแฟ Blend พิเศษสำหรับกาแฟร้อน และ กาแฟเย็น ที่จะใช้ที่นี่แล้ว ผมยังอธิบายถึง เครื่องบด Conical ว่ามันดียังไง รวมถึง ราคาแพงเช่นไร ? อีกทั้ง หนึ่งในเครื่องบดที่ดีที่สุด Mahlkoenig K30 es ก็จะถูกนำมาบริการให้กับกาแฟร้อนทุกแก้วด้วย ในวันนั้น คณะกรรมการแต่ละท่าน เตรียมการบ้านมาเป็นอย่างดี ถามถึงเรื่องอุณหภูมิในการชงกาแฟด้วยซ้ำ เลยเป็นทีของผมได้อธิบายถึงเครื่องชงกาแฟ ระบบ Multi Boiler อีกด้วย …

zanasbean-bot3.JPG

หลังจากวันนั้น เงียบหายไปหลายเดือน ซึ่งผมคิดว่า ความเป็นไปได้น่าจะเป็น Coffee Chain ชื่อดังไปแล้ว ในที่สุด ก็มีจดหมายว่า ร้าน Zana’s bean Coffee ร้านเล็ก ๆ มีไม่กี่แห่ง พูดไป ใคร ๆ ก็ไม่รู้จัก จะมีโอกาสไปอวดอ้าง รสชาติใน สถานที่ ๆ ถือว่า เข้าไปยากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เราไม่ได้ภูมิใจแค่คนเดียว แต่ผมถือเป็น การแสดงความสามารถที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่พวกเราเรียกตัวเองว่า indy จะทำให้สถานที่อื่น ๆ อีกมากมาย จะได้คำนึงถึงในเรื่องโอกาสอีกด้วย และได้แต่หวังว่า ผู้บริหารในองกรณ์ชั้นนำ จะหันมามองเรื่อง คุณภาพของกาแฟ และความตั้งใจ ของพวกเรา แล้วนำมาประเมิณ และให้คะแนนในส่วนนี้ด้วย

zanasbean-bot2.JPG

zanasbean-bot1.JPG

ผมขอเชิญเพื่อนๆ ที่ว่าง ๆ หรือต้องการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ในห้องสมุดแห่งนี้ ไปลองใช้บริการกันนะครับ ที่

ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา บริเวณที่เรียกกันว่า บางขุนพรหม ห้องสมุดจะอยู่ในอาคาร 1 ชั้นล่าง ซึ่งสามารถนำรถมาจอดได้ที่ ธนาคารได้เลย ที่สำคัญอย่าลืมนำบัตรมาแลกเพื่อเข้าไปในอาคารด้วยนะครับ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 8:00 - 17:45 น. จันทร์ -ศุกร์

มาที่นี้แล้ว นอกจากกาแฟที่ผมภูมิใจนำเสนอ ทางห้องสมุดของธนาคารฯ ยังใจดี จัดหาเก้าอี้สตูให้ ที่เห็นในภาพ ซึ่งดูเหมือนเก้าอี้ที่ขายกันทั่ว ๆ ไป แต่ชุดนี้ไม่เหมือนครับ เพราะเป็นของแท้ นำเข้าจาก อิตาลี่ ราคาตัวละเกือบ 3 หมื่นบาท !!! คุณภาพต่างจากของเลียนแบบ อย่างสิ้นเชิง และท่านจะได้เที่ยววังบางขุนพรหม เป็นของแถมอีกด้วยครับ!

zanasbean-bot4.JPG

 

Latte Art Complettion

Thursday, March 13th, 2008

อย่างที่หลาย ๆ คน ในบ้านเราเริ่ม เข้าใจ และ ใส่ใจ กับคำว่า Latte Art กันมากขึ้น ส่วนตัวผมเชื่อว่า การที่อุตสาหกรรมกาแฟชนิดพิเศษ ก้าวกระโดดได้นั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก กาแฟนั้น มีทั้งศาสตร์ และ ศิลป์ และ ศิลปะนี้เอง เป็นเสมือน มนต์เสน่ห์ช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจกาแฟนี้ ดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

พูดถึง Latte Art ผมยังจำเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วได้ เมื่อบ้านเราเพิ่งได้เริ่มรู้จัก การทำลายบนผิวหน้ากาแฟ ผมได้ร่วมสนุกโดยการส่ง พนักงานลงแข่งขันกับเค้าบ้าง … จำได้ว่าสมัยนั้น ส่วนใหญ่จะเทกันเป็นรูปหัวใจ ใครที่เทเป็น ลายใบไม้ หรือที่เราเรียกกันว่า Rosetta ได้ก็แทบจะมีลุ้นกันตัวโก่งเลยทีเดียว ผลปรากฏว่าน้อง ๆ ที่ส่งเข้าแข่งขันนั้น มีโอกาศเข้าได้ถึงรอบชิง และ ได้รางวัลชมเชยมาปลอบใจ ตอนนั้น เราฝึกกันจริง ๆ จัง ๆ แค่สองอาทิตย์ก่อน แข่งขันด้วยซ้ำ

dsc_0014-copy.JPG

ส่วนตัวแล้วผมถือเป็นความภูมิใจให้กับเราชาว อินดี้ เพราะอย่างน้อยก็มีชื่อร้าน ที่ไม่คุ้นหูได้ประกาศอยู่บนเวทีในเวลารับรางวัลบ้าง ไม่เหมือนกันกับช่วงหลัง ๆ ที่ เชนกาแฟต่าง ฝึกฝนกันจนฝีมือรุดหน้าไปไกลมาก

ในปีนี้ การแข่งขัน Latte Art เพิ่งเสร็จสิ้น งานนี้บุคคลากรผมไม่พร้อม เลยไม่ได้ส่งลงแข่งขันกับเค้าด้วย แต่ยังดีมี คุณหมอหนุ่มรูปหล่อ ได้ลงแข่งขัน ทำให้พวกเรา “คนบ้ากาแฟ” ได้ช่วยลุ้น… และไม่ผิดหวัง เมื่อหมอพรได้ตำแหน่ง รองอันดับสอง มาครอบครองได้สำเร็จ ทำให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนเฝ้ารอวันเลี้ยงฉลองกันเป็นทิวแถว

dsc_0005-copy.JPG

dsc_0019-copy.JPG

 

 

ถึงวันนี้ วงกาแฟกาแฟบ้านเรา ถือว่าทำ Latte Art ได้สวยงามไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยทีเดียว ที่เหลือก็คือการพลิกแพลงลวดลายให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกันต่อไปครับ.

สายสัมพันธ์

Monday, March 10th, 2008

เทศกาลกาแฟ กำลังจะผ่านพ้นไป อีกปีแล้วครับ …​ช่วงระยะที่ผ่านมา ผมค่อยข้างยุ่งมาก มีเรื่องราวมากมาย อยากเล่า และ อยากเขียนให้ เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน แต่ความขี้เกียจมันครอบงำ เลยไม่อยากฝืนตัวเอง … ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่ จะเกิดความรู้สึกอยากเขียนขึ้นมาบ้าง

 วันนี้ อาการหวัดเรื้อรัง เริ่มดีขึ้น  วันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมลองไปในที่ ๆ ตัวเองไม่คุ้นเคยบ้างในกรุงเทพฯ ลองไปเดิน ๆ ชม ๆ ชีวิตของคนบนเกาะรัตนโกสิน ดูบ้าง และ ได้ถือโอกาศแวะเยี่ยมเยียน เพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยม … ไม่น่าเชื่อ ยังจำสมัยเดินเข้าออกห้องซ้อมดนตรี แถว ๆ จรัญฯ  ขนาดภาพในสมองยังไม่ทันเลือน  เจอกันอีกที ลูกสองซะแล้วเพื่อนเรา !!!

เมื่อครั้งงานกาแฟที่เดอะมอลล์ วงการกาแฟมีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ในงานนี้สมาคมบาริสต้า ผู้จัดการแข่งขันได้เชิญ มาดาม Sunalini N. Menon มาเป็นแขกอีกครั้ง  ครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นกรรมการฯ กับเขาแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสได้ไปพบเจอท่านแทบทุกวัน  มาดาม Menon ถือเสมือนเป็นครูใหญ่กาแฟของข้าพเจ้า เป็นเสมือนกำลังใจในการทำกาแฟให้ดีมีคุณภาพอยู่เสมอ   ท่านเหมาะกับการเป็นครูจริง ๆ ในคลาสที่อินเดีย ผมจำได้ว่า บางช่วงผมรู้สึกง่วง  เผลอ ๆ แสดงอาการเฝ้าพระอินท์ มาดามไม่รีรอ ที่จะป้อนคำถามใส่  เพื่อให้ ข้าพเจ้า มีสติอยู่เสมอ   มาครั้งนี้ แป๊ป  ๆ ผ่านไปกว่า 2 ปีแล้ว  มาคราวนี้ มาดามยังถือเสมือนผมเป็นศิษย์ ที่ยังคงแนะนำเรื่องการชิม แนะนำเรื่องการ Blend กาแฟอีกครั้ง

dsc_0421.JPG

หลาย ๆ ครั้งผมรู้สึกท้อกับการทำกาแฟให้ดีมีคุณภาพ เพราะมันยากแสนยาก ในขณะที่ราคาค่าใช้จ่ายวิ่งสวนทางกันอยู่เสมอ และเหมือนจะรู้  ครั้งนี้แกยังคงมาให้กำลังใจ และ ย้ำเสมอในเรื่องคุณภาพที่ไม่ควรละเลย  จาก EspresZo Blend ที่ผมพยายามใส่กาแฟจากแทบทุกทวิป มาดามพูดแซวและให้ชื่อใหม่ว่า Super Blend ….

 ก่อนมาดามจะเดินทางกลับไป แกกลับมาที่บูธของผมที่งานอีกครั้ง และช่วงนี้ เรามีโอกาศได้ลองชิมกาแฟ EspresZo Blend ใหม่ หลังจากที่มาดามแนะนำให้ผมใช้กาแฟจากแหล่งปลูกเพียง 3 แหล่ง จากกว่า 5-6  แหล่งที่ผ่านมา  แทบไม่น่าเชื่อ !!!   นอกจาก EZ blend ตัวนี้จะดื่มง่าย บาลานซ์ กลมกล่อมขึ้นแล้ว ยังให้ความรู้สึก ซับซ้อน และ นุ่มนวลกว่าเดิมอีกด้วย

dsc_0435.JPG

ก่อนกลับ … มาดามสอนผมว่า  ” จงพยามยามทำสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยวิธีการที่เสมือนว่าง่ายที่สุด”  ถึงตอนนี้ ผมแทบอยากจะตอบมาดามกลับไปเลยครับว่า สิ่งที่มาดามบอกผมวันนั้นน่ะครับ ” มันยากที่สุดแล้วครับ” .

dsc_0455.JPG