Archive for June, 2008

มิตรภาพ ในฐานะ คู่แข่งขัน

Saturday, June 28th, 2008

ในงานกาแฟประจำปีของยุโรปนี้ มีการจัดการแสดงสินค้ามากมายหลาย ผู้ผลิตและหลากหลายผลิตภัณฑ์ครับ  หนึ่งในนั้นคือเครื่องชงกาแฟ RENEKA  เครื่องชงกาแฟจากประเทศฝรั่งเศส

จริง ๆ ในฐานะผู้นำเข้าเครื่องชงชงกาแฟและเครื่องบดกาแฟเช่นกันนั้น ผมน่าจะเป็นคู่แข่งทางการค้ากับผู้นำเข้าและผู้ผลิต แต่ด้วยความอาวุโสของผู้นำเข้าที่ผมนับถือเป็นส่วนตัวแล้วนั้น ผู้ผลิตเครื่องชง reneka  นี้ยิ่งเป็นผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งที่น่าเคารพเช่นกัน  ดู ๆ ไปผมไม่น่าจะสนิทสนมอะไรมากกับผู้ผลิต แต่ด้วยมารยาทและเส้นแบ่งเขตบาง ๆ ทำให้ผมมีเพื่อนซึ่งถือเป็นคู่แข่งคนหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น

 kentkaffereneka.jpg

kentkaffecart.jpg

 

จะว่าไปแล้วงานนี้ก็ดูไม่ใหญ่โต เดินไปเดินมาก็กลับมาเจอกันที่เดิม  และ หลาย ๆ หนผมก็ใช้บูธ reneka พักเหนื่อย จิบกาแฟจากโรงคั่วกาแฟอีกแห่งในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย reneka  ในประเทศนั้น ๆ   ตกเย็น ผมได้รับคำเชิญให้ไปทานข้าวด้วยกัน ด้วยความคุ้นเคยจากเมื่อครั้งพบกันที่เมืองไทย และ สิงคโปร์ จึงตอบรับคำเชิญ โดยมี Mr.Patric , Mr. Oliver , ผู้จัดจำหน่ายจากประเทศรัสเซีย และ ผม ไปทานข้าวกัน และได้เดินเที่ยวชม สวนสาธารณะ Tivoli ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมได้ ปีละครั้งในช่วง Summer  เช่นนี้   ตกดึกเราเดินแวะเข้าร้านเบียร์ในย่านบาร์ใกล้ ๆ Tivoli  นั่งเชียร์บอลยูโรคู่ระหว่าง รัสเซีย VS เนเธอแลนด์  และคืนนั้น รัสเซียก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง

 tivoli.jpg

ผมรู้สึกว่าตัวสบายมากในการวางตัวกับผู้ซึ่งเป็นเสมือนคู่แข่งทางการค้า  หลาย ๆ ครั้งผมแนะนำข้อดีของเครื่องชงรุ่นที่ผมนำเข้าและจัดจำหน่ายให้เค้าได้ฟังด้วยซ้ำ  และบางที Mr. Patric  ยังแอบเอารูป product เครื่องชง 1 หัวกรุ๊ปรุ่นล่าสุด สุดไฮเทค ที่ยังไม่ออกวางจำหน่ายมาโชว์ผมด้วย  (โชคดีที่ผมไม่ทำตลาดเครื่องหัวเดียวรุ่นแบบนี้ ไม่งั้น….เฮ้อ)  ไม่ว่าอย่างไร ผมยินดีมีมิตร มากกว่า  และความสัมพันธ์อาจจะห่างเหินกว่านี้ ถ้าเมื่อผมเริ่มผลิตเครื่องชงกาแฟเอง เพราะถึงวันนั้นผมคงจะอินกับเครื่องชงกาแฟกว่าที่เป็นอยู่เป็นแน่ครับ .

Coffee Collective & Champion

Tuesday, June 24th, 2008

เช้าในวันที่สองของการเดินทาง ผมนัดแนะกับ Klaus Thomsen ว่าจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนเค้าที่ Coffee Collective ถ้าจะให้ง่ายผมก็แค่ขึ้นแท๊กซี่พร้อมกับยื่นแผนที่พร้อมที่อยู่ให้แท๊กซี่ทราบ ไม่กี่นาทีจากนั้นผมก็คงจะไปถึงที่หมาย … แต่ผมไม่ ผมกลับยื่นแผนที่พร้อมกับถามทางไปโดยรถโดยสารประจำทางกับ พนักงานโรงแรมแทน ผมแค่ใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น เดินมากขึ้น เปลี่ยนรถหลายคันมากขึ้น ผมก็เดินทางไปถึงที่หมายเช่นกัน ในราคาที่ถูกกว่าหลายเท่านัก
coffeecollective1.jpg

coffeecollective61.jpg

Coffee Collective เป็นบริษัทกาแฟ ขนาดไม่ใหญ่ ดำเนินกิจการมาไม่นานนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยผู้คนที่มีพลัง ที่เล็ก ๆ แห่งนี้วางไว้ด้วยเครื่องคั่วกาแฟ ชั้นนำของโลก จากเยอรมันนี Probat L12 นั่นเอง แต่ถ้าคุณเดินเข้าไป คุณจะเห็น เครื่องชงกาแฟ La marzocco ยิ้มต้อนรับคุณอยู่ กับเครื่องบดกาแฟ Compak K10 WBC และ เครื่องบด Mahlkoenig K30 Twin

coffeecollective5.jpg

Klaus ให้การต้อนรับอย่างดีมาก เค้าดีใจ และ ตื่นเต้นมากที่มีผู้รักกาแฟ บ้ากาแฟ จากทั่วโลกเดินทางมาเยี่ยมเยียนเค้าเช่นนี้ ผมได้รับการต้อนรับเฉกเช่นคนกาแฟทั่วไป ด้วย Espresso shot จากการชงโดย แชมป์โลกบาริสต้า ปี 2006 ที่ไหลเอื่อยจาก Portafilter เคลือบ Teflon และแน่นอนกาแฟของ coffee collective ไม่่ทำให้ผมผิดหวังเลย

coffeecollective4.jpg

coffeecollective3.jpg

coffeecollective2.jpg

ทุก ๆ วันบริษัทกาแฟเล็ก ๆ แห่งนี้ จะทำการคั่วกาแฟ ตามคำสั่งซื้อที่มี และ ทำการจัดส่งไปตามร้านเล็ก ๆ ต่าง ๆ เวลาอีกส่วนหนึ่งเค้าจะทำการชิมกาแฟที่คั่วแล้ว ทำการเบลนด์กาแฟ หรือแม้แต่เทรนนิ่งให้กับ บาริสต้าผู้สนใจที่จะพัฒนาทักษะของตัวเอง

coffeecollective7.jpg

ผมนึกตื่นเต้นแทน เมื่อนึกถึง วันหนึ่งที่เราจะมีการแข่งขัน บาริสต้าระดับโลกในบ้านเราบ้าง เมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ เราคงได้ทำแผนที่ Thailand Quality Espresso bar เพื่อให้เพื่อนผู้รักกาแฟ หรือ คนบ้ากาแฟเช่นเรา จากทั่วโลก แวะเวียนมาเยี่ยมเราบ้างเช่นกัน ถึงวันนั้นผมเชื่อว่าเราจะทำให้ทั้งโลกสนใจเรามากขึ้นเป็นแน่ครับ .

The winner

Sunday, June 22nd, 2008

อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้จริง ๆ  เมื่อผลปรากฏว่า ผู้ชนะในปีนี้กลายเป็น Stephen Morrissey จาก Ireland จะว่า ๆ เป็นตัวแทนจาก Ireland เลยก็ไม่เชิง เพราะตอนนี้ stephen อยู่ที่ london เป็นหลัก ทำงานร่วมกับ พ่อมดกาแฟอย่าง Jame Hoffman นั่นเอง  สตีเฟ่นเป็นคนดูอบอุ่น ใจดี ยิ้มง่าย แถมกองเชียร์เยอะมาก  เค้าแสดงการแข่งขันได้ เรียบง่าย แต่ผลลัพธ์ออกมาดีมาก ในจำนวนผู้เข้ารอบ 6 คนนี้ผมว่าไม่มีใครกินใครเลย เพราะทุก ๆ คนแสดงผลงานได้อย่างดี แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก 

stephen.jpg

และแทบไม่น่าเชื่อ ว่ากาแฟที่ สตีเฟ่นเลือกใช้ในการแข่งปีนี้ มากจาก กาแฟจาก 2 แหล่งเท่านั้น คือ กัวเตมาลา และ รวันดา   แต่ว่ากาแฟแต่ละตัวที่เลือกมานั้น ไม่ธรรมดาเลย  บรรยากาศในการแข่งขัน สนุกตื่นเต้นอย่างมาก ยิ่งตอนประกาศผลด้วยแล้ว ยิ่งลุ้น และ ร้อนอบอ้าว เนื่องจากวันนี้ที่นี่แดดค่อนข้างแรง  ส่วนตัวแล้ว ผมเชียร์แชมป์จาก Denmark  ครับ  น่าเสียดายที่ได้ที่ 6  ที่ชอบ ๆ เพราะว่าเค้าดูเรียบร้อย ใจเย็น นิ่งมาก เครื่องไม้เครื่องมือ ถูกจัดเตรียมมาอย่างดี  แม้กระทั่งน้ำที่ให้กรรมการดื่ม หรือ นมที่นำมาใช้ก็เป็นอะไรที่ดูสมบูรณ์แบบ  ที่นั่งที่ผมนั่งอยู่ติดกับครอบครัวของ Soren   ก่อนแข่งขัน เค้าเดินมาหาลูกที่อายุไม่ถึงขวบ มาสวมกอดภรรยา   ยิ่งในช่วงแข่งขัน เวลาใกล้จะหมด เหลือเพียงไม่กี่วินาที เค้าก็ยังดูขรึม ไม่รีบเร่ง และ ในที่สุดก็จบผลงานได้ทัน และ เรียบร้อย    

soren.jpg

นอกจากนั้น งานนี้ Carl Sala ยังพูดถึงความประทับใจ กับ คาปูชิโน่ ลายหงส์ของน้องปุ้ม ตัวแทนจากประเทศไทยอีกด้วย  หนึ่งปีต่อจากนี้ คงจะมีผู้เตรียมตัวกันมากขึ้น การแข่งขันจะยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น และปีหน้า WBC จะไปจัดอีกทีที่ Atlanta  ตัวแทนจากอเมริกา คงจะไม่ปล่อยให้ผิดหวังอีกเป็นแน่  ตอนนี้เพื่อน ๆ เริ่มเตรียมตัวซ้อมกันได้แล้วครับ .

WBC the Final

Sunday, June 22nd, 2008

ในที่สุดตัวแทนจากประเทศไทยก็ได้แสดงฝีมือลงแข่งในรายการ world barista championship 2008 เป็นที่เรียบร้อยครับ ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านคงได้ดูใน internet เว็บของ WBC   ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เมื่อตอนที่น้องปุ้ม สิริทัยยืนอยู่บนเวที กำลังจะแข่งขันบรรยากาศลุ้นมาก พวกเรามีคนไทยไม่กี่คนที่จะเชียร์น้องเค้า ก่อนการแข่งขันเพียงไม่กี่นาที เพื่อนร่วมประเทศนับ 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยใน copenhagen รวมตัวกันเดินทางมาเชียร์กันอย่างสนุกสนาน และ เป็นการเชียร์อย่างมืออาชีพมาก  จากกองเชียร์เงียบ ๆ พวกเรากลายเป็นกองเชียร์ที่เสียงดังสุด ๆ จนแทบนึกว่าอยู่ในสนาม ฟุตบอลยูโรซะอีก  เมื่อกองเชียร์ได้ใจขนาดนี้ กำลังใจจะไปไหนเสีย  …

dsc_0398.jpg

dsc_0412.jpg

dsc_0447.jpg

งานนี้ น้องปุ้ม สิริทัย รังจันทึก แสดงฝีมือได้ดีมาก หมดจด ด้วยกาแฟเอสเพรสโซ่ 4 ถ้วย ตามด้วย คาปูชิโน่ ที่โชว์ลายหงส์ได้อย่างเหนือชั้น  และมาจบด้วย signature drink  ที่มีส่วนผสมของเชอร์รี่ ดูน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง  หลังจากจบการแข่งขัน ผมว่าเธอแสดงได้ดีกว่าเดิมมาก จังหวะการพูดดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่มีสั่นอยู่บนเวทีเลย   แต่ถึงแม้ผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ผมให้เธอผ่านสำหรับการแสดงในครั้งนี้ ผมมีโอกาศได้เห็นคะแนนจากกรรมการบ้าง  คะแนนด้านการสร้างความประทับใจเธอได้ดีทีเดียว

 dsc_0471.jpgdsc_0472.jpgdsc_0473.jpg

Michael Yung, Canada / Soren Stiller Markussen, Denmark / Daniel Remheden, Sweden

dsc_0478.jpgdsc_0480.jpgdsc_0482.jpg

Liesbeth Sleijster, The Netherlands / David Makin, Australia
/Stephen Morrissey, Ireland

และวันนี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึงรอบ final เราจะได้ลุ้นกันว่าใครจะได้เป็นแชมป์โลก นักชงกาแฟ คนต่อไป ปีนี้เดนมาร์กจะมีแชมป์คนที่ 5 หรือไม่ ?  หรือว่าโลกจะมีแชมป์เป็นผู้หญิงอีกคน ? ไม่แน่ เราอาจจะได้ผู้ชนะนอกจาก ยุโรปก็เป็นได้ หรือ ไม่แน่ แชมป์อาจจะเป็นคนเอเซีย ที่โตใน canada ก็น่าลุ้น  และ โลกของกาแฟคงจะต้องจารึกวันนี้ไว้อีกวันเป็นแน่แท้ .

World Latte art Championship 2008

Saturday, June 21st, 2008

หนึ่งในการแข่งขันที่รวมอยู่ในงานกาแฟครั้งนี้ คือการแข่งขัน World Latte art championship  ครับ รูปแบบการแข่งน่าสนใจมาก คือผู้เข้าแข่งขันจะมีแวลา จำกัดเพียง 10 นาที (ผมไม่แน่ใจ) โดยจำเป็นจะต้องทำกาแฟ 6 ถ้วย คือ Caffe’ Latte แน่นอนต้องเป็น art ด้วย , Espresso Machiato 2 ถ้วย , เครื่องดื่มอิสระ แล้วแต่เทคนิคของผู้เข้าแข่งขัน 

จริง ๆ งานนี้มีหลายอย่างน่าสนใจ และ น่าดูชม เพียงแต่หลาย ๆ รายการเกิดขึ้นในเวลา พร้อม ๆ กันครับ  ผมเข้ามาดูการแข่ง World Latte art championship ก็รอบลึก ๆ แล้ว วิธีการแข่งขันงานนี้ ดูสนุกมาก ดูแล้วลุ้นดี แต่น่าสงสารผู้แพ้อย่างมาก เพราะ ผู้เข้าแข่งขัน จะทราบคะแนนทันที และใช้ระบบแพ้คัดออก นั่นหมายความว่า ใครคะแนนน้อยกว่าอีกคน ก็ตกรอบไปเลย คนที่อยู่ต่อ ก็มายืนลุ้นอีกคนที่กำลังจะแข่งต่อไปเรื่อย ๆ จนเหลือผู้ชนะคนสุดท้าย …

dsc_0228.jpg

dsc_0260.jpg

dsc_0255.jpg

dsc_0254.jpg

งานนี้ใครจะเชียร์ใครผมไม่สน เพราะผู้เข้าแข่งขันจากรัสเซียคนนี้ เธอน่ารัก น่าลุ้นเป็นอย่างยิ่ง ไม่แพ้ มาเรีย ซาราโปว่า เลยเชียว แถมกองเชียร์เสียดังยกกันมาทั้งหัวดำ(เช่นผม) และ หัวแดงกันเต็มอัตจันทร์  ที่สำคัญเธอสวยไม่พอ ยังเก่งอีกด้วย ผลสุดท้ายเธอเข้าไปถึงรอบสุดท้าย และได้ รางวัลรองชนะเลิศไปครอบครอง  ใครจะเทสวยยังไงผมไม่สน แต่ผมสุดลุ้นตอนที่เธอใช้สองมือเทใบไม้ในแก้วเดียวนั่นทำผมแทบลืมหายใจเลยทีเดียวครับ .

SCAE in Copenhagen

Friday, June 20th, 2008

ในขณะที่เขียนนี้ผมอยู่ระหว่างการเดินทาง มาดูงานกาแฟที่รวบรวมเอาการแข่งขันหลาย ๆ รายการมาอยู่ใน งานแสดงสินค้า และ ความรู้ที่จัดขึ้นโดยสมาคมกาแฟชนิดพิเศษแห่งยุโรป ในงานนี้มีอะไร ๆ  ที่จะเล่ามากมาย ทั้งยังตื่นตาตื่นใจให้กลับการเดินทางเป็นอย่างมาก  แทบไม่น่าเชื่อว่า ประเทศเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังนิยมการขี่จักรยานไปไหนมาไหน  ในงานนี้ผมพบเจอบุคคล ที่เป็นเสมือนดั่งตำนานกาแฟ Lugi Luipi (พักโรงแรมเดียวกันเลย)  หรือว่าแชมป์โลกบาริสต้า ปี 2006 อย่าง Klaus Thomsen  ที่มาเป็น Barista อยู่ใน บูธของ Astoria ” Plus 4 You ”

dsc_0052.jpg

 พูดถึง Plus 4 You ที่มีหลายคนพูดถึงนั้น บางคนว่าเครื่องตัวนี้ ร้อนเกินไป บางคนว่า ชงกาแฟไม่อร่อย งานนี้ Klaus ได้พิสูจน์ให้เห็น และชื่นชมเครื่อง +4u ที่สามารถปรับแต่ง อุณหภูมิ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด  … บางครั้งคนเราถ้ายึดติดกับอะไรมากเกินไป จะกลายเป็นกรอบให้ตนเองต้องเชื่อในสิ่งที่คิดเสมอ   ผมได้ชิมกาแฟของ Klaus ที่คั่วมาไม่นานนัก  ผมถึงกลับอึ้งในรสชาติที่มีความสมดุลย์ ไม่ฉูดฉาด ไม่ฮิปฮอป แต่กลับให้กลิ่นและรส ทุก ๆ ด้านมาอย่างเท่า ๆ กัน ที่สำคัญ เมื่อผมได้ชิม Cappuccino  ด้วยแล้ว ถึงกลับเข้าใจเลยว่าทำไมนักชงกาแฟจากดินแดนแถบนี้ สามารถสร้างสรร รสชาติกาแฟได้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากนักชงกาแฟแถบอื่น ๆ  เพราะนมในกาแฟนั้น มีรสชาติ นุ่มเนียน เต็มรส ไม่มีกลิ่นนมรุนแรง แต่กลับ แสดงรสชาติกาแฟได้อย่างไม่มีที่ติ เรื่องนี้ผมจะรีวิวให้ทราบอีกทีภายหลัง

เรื่องน้ำเป็นอีกเรื่องนึงที่น่าคิดและน่าสนใจมาก เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง ซึ่งจะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป  งานนี้ plus 4 you กลายเป็นบูธที่ปิดดึกที่สุด เพราะมีแฟน ๆ แชมป์ผู้ใช้จากหลาย ๆ ประเทศแสดงฝีมือ กันมากมาย  งานนี้เพื่อคลายข้อข้องใจ ผมได้ซื้อกาแฟของ บริษัทกาแฟแห่งหนึ่งใน copenhagen ที่วางจำหน่ายอยู่ที่บูธของเครื่องชงหัวกรุ๊ปแยกอิสระ ฝั่งตรงข้ามมาทดสอบ กับเครื่อง Plus 4 you ว่ารสชาติที่ได้ เป็นเช่นใด และผลที่ได้เป็นไปอย่างที่คิดจริงๆ

 

dsc_0098.jpg

ผลลัพธ์ที่ว่า ไม่อยู่ในวิสัยที่ผมจะพูดถึง แต่ถ้าใครมีเครื่องชงปรับอะไรไม่ได้เลย ก็ไม่ต้องกังวล ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่อง เพราะกาแฟดี ๆ จะไม่มีข้อแม้กับเครื่องระดับเทพเท่านั้น  งานนี้มีเรื่องเล่าอีกมากมาย ซึ่งผมจะมาต่อยอดให้ฟังกันอีกทีนะครับ   และที่สำคัญ น้อง สิริทัย จะแข่งวันเสาร์ เวลาเที่ยวตรง ของที่นี่ (21 jun 2008 ) อย่าลืมร่วมกันส่งใจมาเชียร์นะครับ

The road to Copenhagen

Tuesday, June 17th, 2008

ถ้าไปถามใคร ๆ ว่าจะไป Copenhagen ได้ทางไหน อาจมี 1 ใน ร้อยคน หรือ ในพัน คนตอบว่า ” คุณก็ต้อง ซ้อม ๆ ๆ แล้วก็ ซ้อม ” ผมขอหยิบยืมคำพูดของคุณ บัณฑิต อึ้งรังษี ในภาพยนต์โฆษณามาใช้ครับ เพราะเทศกาลกาแฟระดับโลกกำลังจะเริ่มขึ้น ที่ Copenhagen ประเทศ เดนมาร์ก ในงานกาแฟนี้มีไฮไลท์ของงานสิ่งหนึ่งคือ การแข่งขัน World Barista Championship 2008 ที่ปีนี้วนมาจัดในประเทศแถบยุโรปอีกครั้ง ในครั้งนี้ประเทศไทยเรามีตัวแทนจากการแข่งขัน National Thailand Barista Championship 2008 ที่ผ่านมา คือ น้อง สิริทัย รังจันทึก ตัวแทนจาก Bluecup Coffee

sirithaicompak.JPG

สำหรับ สิริทัย ปีนี้เป็นนัดล้างตาสำหรับเธอ เพราะคราวที่แล้วเธอชนะการแข่งขันและได้ไปแข่งที่โตเกียวมาแล้ว ในครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่จะพิสูจน์ความสามารถเพื่อชัยชนะของตัวเธอเอง หรือแม้แต่บริษัทต้นสังกัด พ่วงท้ายด้วย ชื่อเสียงของประเทศไทย ผมหวังลึก ๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งประเทศไทยได้เป็นแชมป์ World Barista ซักคน โลกทั้งโลกคงจะหันมามองประเทศเล็ก ๆ ที่ปลูกกาแฟได้เอง อย่างประเทศไทยกันมากขึ้น ผมนึกไปถึงโฆษณาบางรายการอาจนำน้องสิริทัยไป โฆษณา และในที่สุดอาจจะเป็น การจุดประกายให้คนทั่วไปหันมาสนใจดื่มกาแฟกันอย่างถูกต้อง อาชีพบาริสต้าถูกยกระดับมากขึ้น ใคร ๆ ก็อยากมาทำงานบาริสต้า อย่างเช่นกระแส ซี่รี่ส์ Coffee Prince แบบที่ผ่านมาก็เป็นได้ครับ

ผมในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องบดกาแฟ COMPAK ที่เป็น Sponsor หลักในการแข่งขัน WBC ปีนี้ ได้รับการติดต่อ จากบริษัทฯต้นสังกัดของสิริทัยฯ ว่าสนใจเครื่องบดกาแฟตัวนี้ และต้องการที่จะให้น้องเค้าได้ซ้อมก่อนแข่งขัน ในฐานะผู้ประกอบการ ผมรู้สึกดีใจที่มีบริษัท ขนาดใหญ่สนใจที่จะอุดหนุนผลิตภัณฑ์ แต่ในความเป็นจริงเราก็เข้าใจว่า Supplier ของเค้าก็มีเครื่องบดกาแฟที่ต้องรักษาฐานลูกค้าอยู่ และไม่ว่าคำสั่งซื้อจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ผมก็เป็นคนนึงที่ถือ Passport ประเทศไทย ไป Copenhagen เช่นกัน ถึงวันนี้ผมไม่สนใจเท่ากับ ผลรวมที่จะเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่า ถ้าประเทศไทยเป็นผู้ชนะการแข่งขันรายการนี้จริง ๆ งานนี้ผมจึงยกเครื่องบด Compak K10 รุ่น WBC ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ในการแข่งขันจริง ๆ มีเฟืองบดกาแฟเป็นแบบ Conical ให้ผลลัพธ์ด้านรสชาติของกาแฟ แตกต่างจาก Falt Burr ( ใบมีที่มีลักษณะเป็นเฟือง Disc) อย่างรู้สึกได้ ไปให้สิริทัยได้ซ้อม เป็นเวลากว่า เดือนนึง เพื่อให้รู้จังหวะ ความเร็ว รวมถึงรสชาติที่จะต้อง present ออกมาให้กรรมได้รับรู้

compak-k10wbc.jpg

ผมเชื่อว่าธรรมชาติสร้างให้คนเรามีความถนัดไม่เหมือนกัน ผมเชื่อว่าธรรมชาติสร้างสมดุลย์ให้ตัวมันเองอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าแม้ประเทศไทยเราจะไม่ถนัดด้านเทคโนโลยี หรือ การสร้างยานอวกาศ แต่ผมเชื่อว่าที่ประเทศไทยเราอุดมสมบูรณ์เรื่องอาหาร เราก็มีความถนัดด้านนี้อยู่บ้าง ….และผมเชื่อว่างานนี้เรามีลุ้นครับ !!!

จิตนาการ สำคัญกว่าความรู้

Monday, June 16th, 2008

หลังจากที่เปิดร้านไป ครบอาทิตย์ ผมได้รับการตอบรับจากเพื่อนผู้มีอุปการะคุณ จากที่เก่าตามมาซึมซับความตั้งใจอย่างดีเช่นเดิม ผมขอขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ยืนยันสนันสนุนเรามาตลอด อีกทั้งกลุ่มลูกค้าชาว อัฟริกา ที่ดูเผลิน ๆ เค้าอาจดูน่ากลัว แต่เมื่อได้รู้จักลึกเข้าไปแล้ว หลาย ๆ คน สุภาพ ให้เกรียติ และ เป็นมิตรดีอย่างยิ่ง ก่อนนี้ผมเคยเป็นห่วงว่าร้านฯ จะกลายเป็น ศูนย์กลางของ “คนผิวสี ” แล้วพาลจะทำให้คนผิวขาว ไม่กล้าเข้าร้าน … ถึงวันนี้ผมกลับรู้สึกวางใจ และ เป็นมิตรกลับพวกเขาเหล่านั้นมากขึ้น ผมเคยได้รับ อีเมลจากเพื่อนผู้หนึ่งเป็นเรียงความที่ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกแต่งขึ้นจากเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ลองมาอ่านกันดูครับ กินใจมากเลย

 

When I born, I black : เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ
When I grow up, I black
: เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่
When I go in Sun, I black
: เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ
When I scared, I black
: เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ
When I sick, I black :
เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ
And when I die, I still black
: และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ
And you white fellow
: และคุณ…เพื่อนมนุษย์ผิวขาว
When you born, you pink
: เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู
When you grow up, you white
: เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว
When you go in sun, you red
: เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง
When you cold, you blue
: เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน
When you scared, you yellow
: เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง
When you sick, you green
: เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว
And when you die, you grey
: เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา
And you calling me colored?? : และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี ??

 

ผมไม่แน่ใจนักว่าเรียงความนี้ ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก องค์การสหประชาชาติ รึเปล่า แต่ผมอ่านแล้วก็รู้สึกและเข้าใจตามไปด้วย ก็จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะคิด และ เป็นได้ …

 

ช่วงนี้กลับมาให้ความสำคัญกับที่ร้านมากขึ้น กลับมาหาลูกค้าเก่า ๆ ที่ไม่ได้เจอกันมากนานหลังจากที่ต้องออกตลาดมานาน ถึงวันนี้ ผมรู้สึกมีความสุข ที่ได้กลับมาชงกาแฟเอง กลับมาทำงานบาร์ที่ตัวเองรัก กลับมาปรับปรุงรสชาติของเครื่องดื่ม เบลนด์กาแฟ เบเกอรี่ ทุก ๆ ตัวในร้าน เบลนด์กาแฟตัวไหนไม่ดี ผมก็เปลี่ยนเบลนด์ ครั้งไหนคั่วกาแฟมาไม่ดี ผมก็กลับไปคั่วกาแฟใหม่ ช่วงนี้ชีวิตเลยครบรส เหมือนดังสโกแน KFC มากขึ้น ผมได้หันมาใส่ใจเรื่อง บรรจุภัณฑ์ ทุกตัว หลังจากเปลี่ยนโลโก้ใหม่มาได้ระยะนึงแล้ว เพื่อนๆ วงการกาแฟ หลาย ๆ ท่าน หมุนเวียนแวะเวียนมาเยี่ยมชม อย่างไม่ขาดสาย ผมขอขอบคุณในไมตรีจิต และ ความเป็นมิตร ที่มอบกลับมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคุณ วุฒิพร ที่ช่วยแนะนำร้านฯ ให้ก่อนใคร ที่ Blog ของคุณวุฒิฯ หรือ คุณกวี แห่ง Horizon coffee ที่ Review ได้อย่างน่าชม หรือแม้แต่ลูกค้ากาแฟคั่วไม่กี่ราย ที่ยังยืนยันในความไว้วางใจ

 

frontbar.jpg

 

ventatshop.jpg

 

ผมไม่ใช่คนที่มีความรู้ด้านกาแฟมากล้น ไม่ยึดติดกับตัวเลข หากแต่ใช้ความพึงใจเป็นที่ตั้ง ถึงอย่างนั้น เมื่อจินตนาการสำคัญความความรู้ ดั่งที่ นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญอย่าง ไอสไตน์ ว่าไว้ นั่นหมายความว่า ถึงเวลาที่ผมจะต้องเดินทาง แสวงหา ความรู้ และ จินตนาการ มาแบ่งปันให้เพื่อนได้ชมได้อ่านกันครับ กับเทศกาลกาแฟประจำปีของโลก อย่างงาน Wonderful Coffee 2008 ที่จัดโดย สมาคมกาแฟชนิดพิเศษยุโรป ที่งานนี้ไปจัดถึง โคเปนฮาเก้น ประเทศ เดนมาร์ก จะอย่างไรก็แล้วแต่ ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าจะมีอะไร ” ดีที่สุด ” แต่ผมเชื่อในคำว่า ” ดีกว่า ” เสมอมาครับ .

 

Zana’s bean Coffee Suriyasai House

Tuesday, June 10th, 2008

ช่วงนี้ห่างหาย ไม่ได้ up blog เพราะเหตุจำเป็นหลายด้าน และ หนึ่งในงานหลัก ๆ ที่กินเวลาไปมากโขคือการ ย้ายร้านจากตำแหน่งเดิมที่ อาคารเปอโยต์ ถนนสุรวงศ์ มาอยู่ที่ บ้านสุริยาศัย หัวมุม สี่แยก ถนนสุรวงศ์ ตัดกับ ถนน ทรัพย์

ผมมาได้ที่แห่งนี้ด้วยความพอดี ทราบข่าวเรื่องเจ้าของสถานที่จะต้องใช้พื้นที่ไปทำประโยชน์ด้านอื่น หลังจากมีการเปลี่ยนเจ้าของอาคารใหม่ แต่ก็เหมือนจะโชคดีที่ได้มาเจอสถานที่แห่งนี้ในเวลาอันรวดเร็ว และในที่สุดเราก็ตัดสินใจย้ายร้านจากที่เก่ามาที่ใหม่ ก่อนที่จะหมดสัญญาเช่า

บ้านสุริยาศัย เป็นบ้านเรือนไทยประยุกต์ ที่มีอายุกว่าร้อยปี ได้รางวัลบ้านไทยอนุรักษ์ดีเด่น มีสไตล์และการตกแต่ง รวมถึงการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ปัจจุบัน ในสถานที่แห่งเดียวกันนั้น มีร้านอาหารอิตาลี่ ชื่อดังอยู่ด้วย Zana’s bean Coffee จึงเจรจาขอเช่าห้องเล็ก ๆ และ สวนที่ร่มรื่น ให้เป็นที่นั่งพักผ่อนแก่ลูกค้าไว้ด้วย ภายในบริเวณบ้านสุริยาศัย มีที่จอดรถพอประมาณ ไม่มากไม่น้อย แต่่สามารถทำให้ เวลาของคนเมืองในย่านใจกลางธุรกิจ เดินช้าลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

suriyasai9.jpg

suriyasai7.jpg

suriyasai3.jpg

ผมตั้งใจเปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนคอนเซ็ปร้านใหม่ ให้มีความกระชับ ดูอบอุ่น น่าไว้วางใจมากขึ้น ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย ดูได้นาน โดยเลือกวัสดุ และ รูปแบบการจัดร้านให้ เหมือนร้านกาแฟที่มีกลิ่นอาย แถบสแกนดิเนเวียน โดยเลือกใช้ Blend กาแฟตัวใหม่ ที่อาจจะยังไม่ลงตัวนัก แต่ผมมั่นใจว่า กาแฟที่ร้านเราจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย ความตั้งใจและ เครื่องคั่วกาแฟตัวเก่งของเรา

suriyasai2.jpg

suriyasai5.jpg

ใครว่าง ๆ หรือ ทำงานแถว ๆ สาธร สีลม เชิญแวะเวียนมาได้นะครับ หรือ ใครอยู่ไม่ใกล้ เสาร์อาทิตย์ จะแวะเข้าเมืองมาเดินเที่ยวห้างใจกลางเมือง แวะมา ดื่มกาแฟที่ร้านผมได้ครับ เปิดจันทร์ - อาทิตย์ 7:00 - 22:00 น. โทร . 02 236 6632

suriyasai8.jpg

เครื่องมือวัดความสุข

Monday, June 2nd, 2008

ช่วงนี้ ผมมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางอยู่บ่อย ๆ แต่ถึงแม้ในขณะที่อยู่กรุงเทพฯ ก็มีงานมากมายให้สะสาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการหารายได้ มาให้พอกับรายจ่าย

และยิ่งช่วงนี้มีรายจ่ายมากมาย ซึ่งนอกจากน้ำมันจะขึ้นราคาแล้ว สินค้าอื่น ๆ ก็พาเหรดขึ้นราคากันอีกไม่รู้กี่รายการ  ขึ้นไม่ขึ้นตอนไหน ดันมาขึ้นตอนที่สัญญาที่เก่าของร้านที่สุรวงศ์ใกล้จะสิ้นสุด อีกทั้ง มีการแบ่งสมบัติ เปลี่ยนเจ้าของอาคารใหม่ ก็ทำให้พอจะทราบแนวโน้มว่าอาจจะไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกแล้ว   แต่โชคยังดี ผมยังได้ที่แห่งใหม่ใกล้กับที่เดิมเพียงแค่ 100เมตร แถมทำเลดีกว่าเดิมอีกด้วย คราวนี้ร้านของผมจะมีสวนเป็นของตัวเองแล้ว เป็นสวนเล็ก ๆ ที่อยู่ใจกลางกรุงบนถนนที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีที่ดินเปล่า ๆ ที่เอาไว้ปลูกหญ้าแทนคอนโดแปดชั้น

zanasuriyasia.jpg

 เลยพาลทำให้ช่วงนี้ผมมีมิเตอร์ หรือ อุปกรณ์วัดค่าต่าง ๆ มากมาย ไล่มาตั้งแต่ ตราชั่งดิจิตอล ขนาดความเที่ยงตรง และ ความละเอียดสูงถึง 0.o1 กรัม  มีไว้เพื่อให้ Barista บางคน ที่เอาแต่โทษเครื่องชงกาแฟมีนาฬิกาอย่างหรู ว่าชงกาแฟไม่ออก  ก็จะไปออกได้อย่างไรในเมื่อ ทุกครั้งที่ท่านใช้ Single portafilter ท่าน Dose กาแฟได้ 11 กรัมตลอด  หรือแม้แต่ Double portafilter ท่านก็ยัดเข้าไปตั้ง 18 กรัม เฮ้อ…. สงสารนายจ้างเพื่อนผมจริง ๆ ที่จะต้องเปลืองกาแฟดี ๆ แพง ๆ ไปให้ท่านเล่นซ้าาา

มิเตอร์อีกอัน เอาไว้วัดความหวาน  เนื่องจากทุกครั้งที่คิดสูตร เครื่องดื่มตัวใหม่ จะต้องวัดปริมาณความหวาน หรือ  ทุกครั้งที่ผสมน้ำเชื่อมใช้ที่ร้าน ผมจะต้องสุ่มตรวจความหวานของการผสมอยู่เสมอ เพราะหลาย ๆ ครั้ง ความเข้มของความหวานของส่วนผสมอื่น ๆ อาจจะแปรเปลี่ยนรสชาติของกาแฟในแก้วไปได้

มิเตอร์วัดค่า PH ของน้ำ และ กระดาษวัดความกระด้างของน้ำ  มีไว้ใช้ทุก ๆ ครั้งที่เทสต์กาแฟคั่วของตัวเอง และ ไว้ใช้ตอนจำเป็นต้องไปติดตั้งเครื่องชงกาแฟของร้านใหม่ ๆ

มิเตอร์วัดแรงดันบาร์ของเครื่องชงกาแฟ  อันนี้ผมจะต้องใช้เสมอ ๆ ก่อนนำเครื่องไปส่งให้ลูกค้า และ ใช้ปรับตั้งเครื่องชงกาแฟให้แรงดันที่ใช้สัมพันธ์กับกาแฟคั่วที่ใช้เช่นกัน

มิเตอร์วัดอุณหภูมิ  ของเล่นตัวล่าสุด ราคามหาโหด เพราะเป็นของมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมที่ใช้วัดค่าอุณหภูมิของน้ำจากเครื่องชงกาแฟ และความเสถียรของอุณหภูมิน้ำที่ใช้ชงกาแฟ รวมถึงการนำมาใช้กับเครื่องคั่วกาแฟเพื่อ Log ค่าของการคั่วเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลการคั่วกาแฟแต่ละ Batch โดยเฉพาะช่วงนี้มีการนำไปเล่นกับเจ้า Plus 4 You ค่อนข้างบ่อย เนื่องจาก ได้ portafilter วัดแรงดันมาจากโรงงานและได้ couple type T มาเชื่อมต่อเข้ากับก้านอัดกาแฟตัวดังกล่าวอีกด้วย

แต่ถึงที่สุดแล้ว ตัวเลขของมิเตอร์ทั้งหมด กลับไม่สามารถแสดงค่าของความสุขในการชงกาแฟ หรือ การชิมกาแฟได้แม้ซักนิด มิเตอร์ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงแค่เครื่องมืออ้างอิง เพื่อทำให้ความมั่นใจให้กลับผู้ที่สนใจเครื่องชงกาแฟ หรือ เครื่องบดกาแฟ ได้พิสูจน์ให้เห็นกับตา มากกว่าฟังเค้าว่าเอาเท่านั้น  ถึงตรงนี้ ผมก็ยังเชื่ออยู่ดีว่าไม่มีเครื่องชงตัวใหนที่จะตอบสนองความต้องการในทุก ๆ ด้านให้กับทุกคนได้   เครื่องชงเปรียบได้แค่อาวุธ หรือ เครื่องมือฉันใด  บาริสต้าที่ดี จักต้องเข้าใจ และบรรเลงเพลงดาบ จากความเข้าใจในกระบี่ที่ตนเองถืออยู่ให้ถ่ายทอดเพลงยุทธ หรือ ดึงส่วนที่ดีที่สุด ออกมาให้ได้           แต่ความสุขหลาย ๆ ครั้งของผมคือการเดินทางไปในที่อีกแห่งที่ห่างไกล เพียงเพื่อได้ร่วมสนทนา เคล้ากาแฟเอสเพรสโซ่ กับหมู่มวลมิตร หรือแม้แต่ บางทีดื่มมากไป อาจจะมีอาการท้องผิดสำแดงอยู่บ่อยครั้ง และบางที เมากาแฟมากไป พาลทำให้เกิดความคิดเตลิดของการเปิดร้านในแนวที่ตัวเองไม่มีโอกาส แต่ได้ร่วมคิด ร่วมเสวนากับเพื่อนคอกาแฟ อย่างออกรส  ท่ามกลางแก้วเอสเพรสโซ่ติดขมใหม้ที่ดื่มไม่หมด แต่กลับทำให้เกิดความสุขอย่างประหลาด !!!

happiness-meter.jpg

ถึงตรงนี้ แม้จะมีมิเตอร์วัดความสุขจริง ๆ เกิดขึ้นมา ก็จะไม่มีความจำเป็นกับผมเลย เพราะหากมีเครื่องมือตัวนี้วางขายแล้ว ผมคงจะไม่อยากที่จะมีมันไว้ครอบครอง เพราะมันจะเป็นเครื่องมือตัวนึงที่ทำให้ระดับของความสุขผมลดลงนั่นเอง …