Asimo new version
Thursday, July 31st, 2008วันนี้ใช้เวลาว่างช่วงค่ำ ๆ แวะไปชมภาพยนต์ ก่อนหนังจะฉายมีการนำตัวอย่างหนังเรื่องหนึ่งที่กำลังจะเข้าในเดือนสิงหาฯ นี้มาให้ชม ส่วนตัวแล้ว ผมชื่นชอบกาตูนย์ อนิเมชั่น ที่สร้างจาก Pixar เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากภาพสวย เสมือนจริงแล้ว เค้าไม่เคยทิ้งความสำคัญ และข้อคิดของ บทภาพยนต์ไปเลยครับ บทภาพยนต์เป็นเรื่องที่ลงทุนน้อยกว่า CG ชั้นยอด หรือ เอฟเฟ็ค Hollywood ขั้นเทพ แต่ทำได้ยากกว่าหลายเท่านัก และ เป็นสิ่งที่หนังไทยมีน้อยที่สุดด้วย …
Wall-E เป็นหุ่นยนต์ โลว์เทค ที่ไปหลงรัก หุ่นยนต์ ไฮเทค โดยไม่ได้พึงสำรวจตัวเอง แต่มุ่งแสดงความเป็นตัวตน และ ดูเสมือนว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้กับสิ่งที่ไม่น่าจะมี จิตใจ และ ความรู้สึกได้เลย !! ผมไม่ได้รับรู้อะไรมามากไปกว่า ตัวอย่างหนังที่ตัดบางส่วนมายั่วน้ำลายคนชอบดูหนังอย่างผม พูดถึงหุ่นยนต์ ก็พาลให้คิดถึง หุ่นยนต์ที่มีพัฒนาการล้ำเลิศ นามว่า Asimo ที่เมื่อเดือนที่ผ่านมาผมได้ข่าวว่า Asimo หุ่นยนต์ที่มีความเหมือนมนุษย์มากที่สุดได้ขึ้นเวที แสดงการควบคุมวงออเครสต้า หรือที่เราเรียกกันว่า ไวทยากรนั่นเอง ..

เห็นภาพแล้ว หลายคนคงนึกไปถึง พี่ บัณฑิต อึ้งรังษี ว่าจะตกงานแน่ ๆ แต่โลกคงไม่เลวร้ายขนาดนั้น ถึงแม้ผมจะได้ได้ฟังเต็มเพลง หรือ มีความลึกซึ้งถึงขั้นแยกตัวโน๊ตได้นั้น แต่ผมก็ยังเชื่อว่า หากได้ฟัง Symphony No.9 จาก Asimo ผมคงไม่ดื่มด่ำได้เท่าจากการควบคุมวงโดย ไวทยากรที่เป็นมนุษย์จริง ๆ เพราะความต่างคงจะอยู่ที่ ระหว่างฟัง Asimo ผมคงจะนั่ง อึ้ง ทึ่ง และ จับผิด จนลืมดื่มด่ำกับ บทเพลงที่เป็นแก่นลึกของท่องทำนอง แต่ถึงอย่างไร ผมขอ ปรบมือดัง ๆ ให้กับวิศวะกรของ Honda ที่สามารถนำ สิ่งที่ไม่มีชีวิต มาเข้าใกล้ความสุนทรียะ ของ ผู้มีชีวิตได้ อีกขั้นหนึ่ง และ เชื่อว่าอีกไม่นาน Asimo คงจะทำ Latte Art ได้ งดงาม ไม่แพ้ หมอพร เพื่อนผม …

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีความหมายต่อการดำเนินชีวิต และ ธุรกิจเป็นอย่างมากครับ ผมเชื่อว่า เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนก็คงประสบเหตุภาวะ ความไม่แน่นอน และ ความลำบากในการใช้ชีวิตกันมากขึ้น ผมคงไม่มีฐานะที่จะแนะนำ หรือ สอนอะไรให้ได้ ได้แต่ให้กำลังใจให้ ทำกาแฟอย่างทุ่มเท และ เข้าใจในจุดยืนตัวเอง ไม่เสมอไป ที่ลูกค้าจะเลือกอุดหนุนร้านกาแฟที่ไม่ดีที่สุด แต่ลูกค้าทั่วไป จะรับรู้ได้ถึงความตั้งใจในการบริการของเรามากกว่า
… ก่อนหน้านี้ สองอาทิตย์ ผมได้ e-mail complain เรื่องพบเศษพลาสติกเล็ก ๆ ใน ช๊อคโกแล็ตปั่น ของที่ร้านฯ สืบหาข้อมูลอยู่นานจนทำให้รู้ว่า เกิดจากเหตุบังเอิญที่พนักงานเอาไม้พายเข้าไปในโถ ขณะที่เครื่องปั่นยังไม่หยุดดี เรื่องนี้ทำให้ผมต้องเปลี่ยนไม้พายแบบใหม่ที่เป็น ซิลิโคนแทนทุกร้าน รวมถึงแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้า … ในที่สุด วันนี้ผมได้ e-mail ตอบกลับ และ ขอบคุณกลับมาในความใส่ใจและรับผิดชอบในส่ิงที่เกิดขึ้น รวมถึง ประโยคสุดท้ายที่ว่า ” ยังไง ๆ ก็จะยังคงเป็นลูกค้าที่ร้านฯ เช่นเดิม” ประโยคดังกล่าว เหมือน การได้รับการให้อภัย และ ตบไหล่เบา ๆ เสมือนความ ไม่ถือโทษ รวมถึงประโยคดังกล่าว ยังคงทำให้ผมรู้ว่าทิศทางต่อไปของเราจะต้องเดินอย่างไร ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุด ทำให้ผมยังเชื่อได้ว่า เมื่อเกิดสิ่งผิดพลาดแล้ว อย่าพยายามบ่ายเบี่ยง หรือ หนีความผิด แต่สมควรยอมรับ และ รับผิดชอบสิ่งที่เกิด ไม่เช่นนั้นผมคงไม่ได้รับการอภัยจากลูกค้าท่านนี้เป็นแน่
เรื่องนี้ผมเล่าให้เป็นอุธาหรณ์ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ทำร้านกันนะครับ หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์สิ่งแปลกปลอมในแก้วลูกค้าเหมือนผมนะครับ สุดท้ายผมมีภาพมาฝาก สำหรับใครที่กำลังท้อแท้ กับยอดขาย และ ภาวะค่าครองชีพ ครับ เป็นภาพของนักวิ่ง ชาวแอฟาริกาใต้ นามว่า Oscar Pistorius ครับ นอกจากไม่มีขาแล้ว แทนที่จะมานั่ง ๆ หรือ คลานไปมา แต่เค้าลงสนามมาวิ่งให้เห็นกันเลย วิ่งช้า ๆ ไม่วิ่งด้วยซ้ำ ล่าสุดเค้ายังวิ่งชนะคนมีขาจริง ๆ ตั้งหลายสิบคนด้วยซ้ำ มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วครับ อย่าลืมผูกเชือกรองเท้าแน่น ๆ นะครับ.

(Photo by AP)




















