Archive for July, 2008

Asimo new version

Thursday, July 31st, 2008

วันนี้ใช้เวลาว่างช่วงค่ำ ๆ แวะไปชมภาพยนต์ ก่อนหนังจะฉายมีการนำตัวอย่างหนังเรื่องหนึ่งที่กำลังจะเข้าในเดือนสิงหาฯ นี้มาให้ชม ส่วนตัวแล้ว ผมชื่นชอบกาตูนย์ อนิเมชั่น ที่สร้างจาก Pixar เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากภาพสวย เสมือนจริงแล้ว เค้าไม่เคยทิ้งความสำคัญ และข้อคิดของ บทภาพยนต์ไปเลยครับ บทภาพยนต์เป็นเรื่องที่ลงทุนน้อยกว่า CG ชั้นยอด หรือ เอฟเฟ็ค Hollywood ขั้นเทพ แต่ทำได้ยากกว่าหลายเท่านัก และ เป็นสิ่งที่หนังไทยมีน้อยที่สุดด้วย …

Wall-E เป็นหุ่นยนต์ โลว์เทค ที่ไปหลงรัก หุ่นยนต์ ไฮเทค โดยไม่ได้พึงสำรวจตัวเอง แต่มุ่งแสดงความเป็นตัวตน และ ดูเสมือนว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้กับสิ่งที่ไม่น่าจะมี จิตใจ และ ความรู้สึกได้เลย !! ผมไม่ได้รับรู้อะไรมามากไปกว่า ตัวอย่างหนังที่ตัดบางส่วนมายั่วน้ำลายคนชอบดูหนังอย่างผม พูดถึงหุ่นยนต์ ก็พาลให้คิดถึง หุ่นยนต์ที่มีพัฒนาการล้ำเลิศ นามว่า Asimo ที่เมื่อเดือนที่ผ่านมาผมได้ข่าวว่า Asimo หุ่นยนต์ที่มีความเหมือนมนุษย์มากที่สุดได้ขึ้นเวที แสดงการควบคุมวงออเครสต้า หรือที่เราเรียกกันว่า ไวทยากรนั่นเอง ..

asimo_robot_conductor.jpg

เห็นภาพแล้ว หลายคนคงนึกไปถึง พี่ บัณฑิต อึ้งรังษี ว่าจะตกงานแน่ ๆ แต่โลกคงไม่เลวร้ายขนาดนั้น ถึงแม้ผมจะได้ได้ฟังเต็มเพลง หรือ มีความลึกซึ้งถึงขั้นแยกตัวโน๊ตได้นั้น แต่ผมก็ยังเชื่อว่า หากได้ฟัง Symphony No.9 จาก Asimo ผมคงไม่ดื่มด่ำได้เท่าจากการควบคุมวงโดย ไวทยากรที่เป็นมนุษย์จริง ๆ เพราะความต่างคงจะอยู่ที่ ระหว่างฟัง Asimo ผมคงจะนั่ง อึ้ง ทึ่ง และ จับผิด จนลืมดื่มด่ำกับ บทเพลงที่เป็นแก่นลึกของท่องทำนอง แต่ถึงอย่างไร ผมขอ ปรบมือดัง ๆ ให้กับวิศวะกรของ Honda ที่สามารถนำ สิ่งที่ไม่มีชีวิต มาเข้าใกล้ความสุนทรียะ ของ ผู้มีชีวิตได้ อีกขั้นหนึ่ง และ เชื่อว่าอีกไม่นาน Asimo คงจะทำ Latte Art ได้ งดงาม ไม่แพ้ หมอพร เพื่อนผม …

asimo2.jpg

 

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีความหมายต่อการดำเนินชีวิต และ ธุรกิจเป็นอย่างมากครับ ผมเชื่อว่า เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนก็คงประสบเหตุภาวะ ความไม่แน่นอน และ ความลำบากในการใช้ชีวิตกันมากขึ้น ผมคงไม่มีฐานะที่จะแนะนำ หรือ สอนอะไรให้ได้ ได้แต่ให้กำลังใจให้ ทำกาแฟอย่างทุ่มเท และ เข้าใจในจุดยืนตัวเอง ไม่เสมอไป ที่ลูกค้าจะเลือกอุดหนุนร้านกาแฟที่ไม่ดีที่สุด แต่ลูกค้าทั่วไป จะรับรู้ได้ถึงความตั้งใจในการบริการของเรามากกว่า

… ก่อนหน้านี้ สองอาทิตย์ ผมได้ e-mail complain เรื่องพบเศษพลาสติกเล็ก ๆ ใน ช๊อคโกแล็ตปั่น ของที่ร้านฯ สืบหาข้อมูลอยู่นานจนทำให้รู้ว่า เกิดจากเหตุบังเอิญที่พนักงานเอาไม้พายเข้าไปในโถ ขณะที่เครื่องปั่นยังไม่หยุดดี เรื่องนี้ทำให้ผมต้องเปลี่ยนไม้พายแบบใหม่ที่เป็น ซิลิโคนแทนทุกร้าน รวมถึงแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้า … ในที่สุด วันนี้ผมได้ e-mail ตอบกลับ และ ขอบคุณกลับมาในความใส่ใจและรับผิดชอบในส่ิงที่เกิดขึ้น รวมถึง ประโยคสุดท้ายที่ว่า ” ยังไง ๆ ก็จะยังคงเป็นลูกค้าที่ร้านฯ เช่นเดิม” ประโยคดังกล่าว เหมือน การได้รับการให้อภัย และ ตบไหล่เบา ๆ เสมือนความ ไม่ถือโทษ รวมถึงประโยคดังกล่าว ยังคงทำให้ผมรู้ว่าทิศทางต่อไปของเราจะต้องเดินอย่างไร ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุด ทำให้ผมยังเชื่อได้ว่า เมื่อเกิดสิ่งผิดพลาดแล้ว อย่าพยายามบ่ายเบี่ยง หรือ หนีความผิด แต่สมควรยอมรับ และ รับผิดชอบสิ่งที่เกิด ไม่เช่นนั้นผมคงไม่ได้รับการอภัยจากลูกค้าท่านนี้เป็นแน่

เรื่องนี้ผมเล่าให้เป็นอุธาหรณ์ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ทำร้านกันนะครับ หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์สิ่งแปลกปลอมในแก้วลูกค้าเหมือนผมนะครับ สุดท้ายผมมีภาพมาฝาก สำหรับใครที่กำลังท้อแท้ กับยอดขาย และ ภาวะค่าครองชีพ ครับ เป็นภาพของนักวิ่ง ชาวแอฟาริกาใต้ นามว่า Oscar Pistorius ครับ นอกจากไม่มีขาแล้ว แทนที่จะมานั่ง ๆ หรือ คลานไปมา แต่เค้าลงสนามมาวิ่งให้เห็นกันเลย วิ่งช้า ๆ ไม่วิ่งด้วยซ้ำ ล่าสุดเค้ายังวิ่งชนะคนมีขาจริง ๆ ตั้งหลายสิบคนด้วยซ้ำ มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วครับ อย่าลืมผูกเชือกรองเท้าแน่น ๆ นะครับ.

oscar-pistorius.jpg

(Photo by AP)

Red Kafe’

Monday, July 28th, 2008

เชียงใหม่อีกแล้ว….

หลายคนคงนึกสนใจอยู่ว่าทำไม ๆ ต้องไปเชียงใหม่บ่อย ๆ ? หรือเป็นเพราะเชียงใหม่ เป็นเมืองที่คนหลับง่าย ใคร ๆ ที่นั่นเลยจำเป็นต้องพึ่งคนขายกาแฟอย่างผมเป็นนักหนา

ผมเดินทางเที่ยวนี้ด้วยการบริการของ บขส. แทนการขึ้นเครื่องบินอย่างที่ผ่าน ๆ มา กลับมาเดินทางอีกครั้งในภาวะค่าใช้จ่ายมุ่งทำสถิติก็เป็นเรื่องน่าสนุกไม่น้อย ทำให้หวนระลึกถึงการเดินทางเที่ยวล่องด้วยรถทัวร์สีส้ม จากกรุงเทพฯ ไป แม่ฮ่องสอน แล้วมาจบที่เชียงใหม่เมื่อครั้งยังห้าว ตอนปิดเทอมใหญ่ หลายปีที่แล้ว…. ไม่สิ หลาย ๆ ๆ ๆ ปีที่แล้วถึงจะถูก

p4u-at-redcafe3.jpg

เชียงใหม่เวลานี้ แตกต่างกันลิบลับกับเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ครั้งนั้นผมเดินทางมาเพื่อจะได้ยืนอยู่บนยอดภู ที่ได้ชื่อว่าสูงเสียดฟ้า สูงที่สุดในประเทศฯ ครั้งนั้นใช้วิธีโบกรถเที่ยว สะพานกล้องตัวเก่ง ทั้งยังมีเต้นท์เล็ก ๆ อยู่ข้าง ๆ เป้ที่หลัง หลาย ๆ คืนใช้ เกสต์เฮ้าท์ราคาถูก ไว้พักนอน แต่อีก หลาย ๆ คืนใช้ เต้นท์กางนอนอยู่ริมผา หรือ กลางสนามหญ้า ใกล้ ๆ น้ำตกบ้าง ในทริปนั้นบางคืนโชคดี โบกเจอรถคนดี ได้เที่ยวได้ที่พัก ได้อาหารฟรีก็มีถมไป ถึงวันนี้ กาลเวลาหมุนเปลี่ยน เปลี่ยนทั้งวิว เปลี่ยนทั้งวิถีชีวิต เปลี่ยนทั้งสภาพแวดล้อม และ ไม่วาย เปลี่ยนทั้งจิตใจคนไปด้วย … ใครจะเชื่อล่ะ ถ้าผมจะบอกว่า ทริปเที่ยวเหนือครั้งนั้น กว่า 2 อาทิตย์ ผมใช้เงินไปแค่ 1,500 บาท !!!

redcafe1.jpg

เพื่อน ๆ หลายคนถามปนฉงนใจว่า ทำไมเที่ยวนี้นั่งรถทัวร์มาแทน ผมตอบอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า มาเที่ยวนี้ในฐานะ “ช่างติดตั้งเครื่องชงกาแฟ” สำหรับตัวเครื่องชงกาแฟ plus 4 you คราวนี้ถูกส่งล่องไปก่อนหน้า 2 วันที่แล้ว เพื่อไปรับใช้และทำหน้าที่ให้กับผู้มีอุปการะคุณที่กำลังจะเปิดร้านกาแฟแห่งใหม่ ในจังหวัดของคนเมืองเก่า

red-cafe2.jpg

p4u-at-redcafe2.jpg

พี่แดงผู้ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของ ,ผู้บริหาร, นักออกแบบ รวมถึงเป็น บาริสต้าในบางครั้งด้วยซ้ำ หลังจากที่เดินทางเที่ยวท่อง และ ใช้ชีวิตอยู่ในแดนจิงโจ้มาหลายปี ทั้งเที่ยวดม เที่ยวชิมร้านนู้น ร้านนี้ ที่ใคร ๆ ว่าขึ้นชื่อเรื่องรสชาติมาหลายร้าน กลับมาตัดสินใจเปิดร้านอของตนเองในนาม ” Red Kafe’ ” ภายใน ซุปเปอร์มาเก็ต ริมปิง สาขา มีโชค ติดกาดรวมโชคที่หลาย ๆ คนรู้จัก ร้านนี้ผมชื่อชอบในรายละเอียดต่าง ๆ ที่เจ้าของเป็นผู้คิด ผู้ตกแต่ง สิ่งของหลาย ๆ อย่างถูกหอบห้ิวมาเองจาก Australia เลยด้วยซ้ำ และ ด้วยความเนียบละเอียดอยู่ในที เครื่องชงกาแฟจึงถูกเลือกให้มี ดีไซน์เฉพาะตัว ที่ผนวกรวมเข้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสุด อยู่ด้วยกัน หากใคร ๆ มีโอกาสแวะผ่านไปแถวนั้น ได้โปรดแวะร้านนี้เพื่อซึมซับความตั้งใจ รวมถึง การให้ร้านกาแฟเล็ก ๆ เปี่ยมคุณภาพได้มีที่ยืนอยู่บ้างในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้

p4u-at-redcafe1.jpg

… ร้านกาแฟหน้า บขส. เมื่อครั้งนั้นที่ผมไปถึงเชียงใหม่เป็นครั้งแรก จำได้ว่าเป็นกาแฟโบราณที่เรียกสติผม กลับมาได้อย่างฉงน หลังจากหลังขดหลังแข็ง นั่งรถหวานเย็น จาก กรุงเทพฯเมืองฟ้า ถึงเชียงใหม่ โดยใช้เวลากว่า 15 ชั่วโมง !!! จอดกันทุกป้าย แวะกันแทบทุกอำเภอ และถึงแม้วันนี้ กาแฟโบราณแบบนั้นจะยังคงได้รับความนิยมมิเสื่อมคลาย แต่ กาแฟอินเตอร์ที่ใส่ความเป็นไทยแบบนี้ ก็ใช่ว่าจะทำให้ความเป็นตัวตนของผู้คนเปลี่ยนไป แต่กลับสร้างสุนทรียะได้มากขึ้นเพราะความละเมียดละไมที่มากกว่า เพราะแท้จริงแล้ว รสชาติไม่ได้ติดอยู่เพียงปลายลิ้น แต่กลับรู้สึกได้ที่ความรู้สึก และ จิตใจ.

Latte art Marathon

Friday, July 25th, 2008

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาแห่งประสบการณ์อย่างดียิ่งครับ เริ่มกันตั้งแต่ไปออกงาน Exhibition เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ตามคำว่าจ้างของผู้จัดฯ จากนั้นก็จับรถทัวร์เดินทางต่อจากพัทยากลับมากรุงเทพฯ แล้วต่อไปเชียงใหม่ เพื่อติดตั้งเครื่องชงกาแฟ Plus 4 You ให้กับลูกค้าท่านหนึ่งที่สนใจเล่นกับ เทคโนโลยี และ คุณภาพของกาแฟจากเครื่องตัวนี้ อยู่เชียงใหม่ได้ 2 วันก็นั่งรถทัวร์กลับมาเตรียมจัด “ชิมกาแฟ ” ให้กลับ กลุ่มผู้รักกาแฟที่ แบงค์ชาติ ที่ ๆ ผมมีร้านอีกแห่งตั้งอยู่ มีเวลาสะสางงานได้ 2 วัน ก็จะต้องเดินทางไปดูงานเกี่ยวกับ Syrup ” Monin ” ตามคำเชิญของบริษัทฯ ผู้ผลิต พร้อมกันนี้เลยได้มีโอกาสจะไปพบเจอกับเกษตรกร ผู้ปลูกกาแฟชาวอินโด อีกด้วย แล้วผมจะค่อย ๆ ทยอยเล่ากันให้ฟังนะครับ

เนื่องจาก จะมีการจัดประชุม ศัลยแพทย์ จากทั่วประเทศ ที่พัทยาเกิดขึ้น ในงานการประชุมครั้งนี้ มีบริษัทผู้นำเข้า เครื่องมือแพทย์ รวมถึง ยา และ อุปกรณ์ต่าง ๆ ทางการแพทย์มาโชว์กันในงานนี้ด้วย ผมได้รับการว่าจ้างให้ไปเท Latte Art โชว์ในจำนวน วันละ 200 กว่า แก้ว !!! ในเมื่อมีนมมาให้เท ให้เล่น ขนาดนี้ จะให้ปฏิเสธอย่างไรไหว งานนี้ เลยขนเจ้าเครื่อง Plus 4 you ตัวเก่งไปสตรีมกัน พร้อมด้วย เครื่องบด Compak K10 WBC ที่บดกาแฟออกมาได้รวดเร็ว ไม่ผิดหวังกันเลย

booth.jpg

plus4youcompak.jpg

dosing.jpg

ก่อนไปผมโทรหาเพื่อนผู้รักกาแฟ ซึ่งก็คือ คุณหมอพร สุดหล่อ ว่ามีไปประชุมงานนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งคำตอบไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลย งานนี้ผมเลยได้ เพื่อนมาร่วมเท Latte art ฝีมือระดับประเทศอีกคน …

pnaronglatte1.jpg
pnaronglatte2.jpg
pnaronglatte3.jpg

 

งานนี้เราตกลงกันไว้ว่า จะมีการเท Latte art ลายต่าง ๆ ให้ผู้เดินชมงานได้เห็นและได้ลิ้มลองรสชาติกัน ซึ่งจะไม่มีเมนู อื่นใด โดยเฉพาะ ” เอสเพรสโซ่เย็น” นอกจาก Chocolate ร้อน อีกเมนูสำหรับผู้ไม่ดื่มกาแฟ งานนี้ เทไป เทมา ได้รับความนิยมเกินคาดคิด แก้วจำนวน 250 แก้วที่เตรียมมาเผื่อ กลับหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว จนต้องเบียดเบียนยอดแก้วของอีกวันไปด้วยซ้ำ

ne-on-work.jpg

ผมไม่คิดว่า หลาย ๆ คนที่เดินเข้ามาสั่ง กาแฟเย็น และถูกปฏิเสธไป แต่ก็ยอมรับที่จะลองดื่ม Latte ร้อน ๆ ดู และ ในที่สุดก็กลับมาพร้อมพาเพื่อนมารับเพิ่มอีกด้วย เพราะหลงมนต์เสน่ห์อันหอมหวลของ กาแฟเอสเพรสโซ่กับนมสดร้อน ๆ ที่หวานได้โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม อีกทั้ง คุณหมอหลาย ๆ ท่านถึงกลับเปลี่ยนทัศนคติ ด้านกาแฟร้อนที่จะต้องขม ๆ เท่านั้น อย่างสิ้นเชิง สิ้นสุดงานนี้ไปได้ด้วยดี ผมต้องขอขอบคุณ เพื่อน ๆ พี่ ๆ เช่น หมอพร และ พี่ณรงค์ แห่ง เบญจมิตร คอฟฟี่ ที่เข้ามาร่วมสนุก เทลาเต้ อาร์ต มาราธอน ในงานนี้อีกครั้งครับ .

latte-art1.jpg

 

Latte Cupping

Thursday, July 17th, 2008

ผมยังติดใจเรื่องนมที่เดนมาร์ก ไม่หาย ถ้าใครชอบนม ดื่มนม หรือ กินโยเกิร์ต เป็นชีวิตจิตใจแล้วล่ะก็ … ชาตินี้ต้องหาทางไปดื่มนมจากเต้า จากแม่วัวสัญชาติเดนมาร์ก ดูซักครั้งครับ

เมื่อกลับมา ได้มีโอกาสแวะไปหาเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่ พร้อมกับไปทำ Meeting เล็ก ๆ ให้กับผู้ใช้น้ำเชื่อม Monin  พอหลังงานมีเวลาเหลือ จึงได้ทำการ Cupping Latte กันเล่น ๆ  โชคดีคราวนี้ผมได้พบเจอเพื่อนใหม่ ผู้มีความรู้และความรักเรื่องนมเป็นอย่างดี  เพื่อนคนนี้ ทำนมเอง ผสมนมเอง ถึงขนาดสั่งเครื่องโฮโมจิไนเซอร์ (ขออภัยหากสะกดผิด) มาเลยเลยด้วยซ้ำ  งานนี้ผมเลยได้ความรู้ เรื่องนมมากมาย   ในเมื่อ Cafe’ Latte นั้นมีส่วนประกอบของนมมากกว่ากาแฟด้วยซ้ำ หากคุณภาพของนมไม่ดี ก็เป็นเรื่องยากที่จะให้ รสชาติ Cafe’ Latte อร่อยพริ้มไปได้

multi-brand-milk.jpg

 วันนั้น เพื่อนคนนี้ทำการผสมนมอย่างที่ผมต้องการ ให้เดี๋ยวนั้น ด้วยโจทย์ที่ผมต้องการนมที่ดื่มอร่อย หอม สตรีมง่าย และ ที่สำคัญไม่มีกลิ่นนมที่แรงเกินควร จนทำให้เบียดบังรสชาติที่ดีของกาแฟ   งานนี้เราทำกาแฟลาเต้มา 6 ถ้วย ด้วยนมที่แตกต่างชนิด ตามที่หาซื้อได้ในท้องตลาด  และนมที่ทำการผสมขึ้นจากความต้องการส่วนตัว   เราทำการติดป้ายชื่อด้านล่างของถ้วย และใช้ช้อนคนผสมนมกับกาแฟทุกแก้วให้เข้ากัน และเพื่อไม่ให้เกิดความลำเอียง หากผู้ทำจะจำลายของนมแต่ละตัวได้ จึงให้ผู้ร่วมทดสอบสลับตำแหน่งตามใจชอบ …

 six-cup-of-latte.jpg

nae-slurping.jpg

 แทบไม่น่าเชื่อว่านมแต่ละแบรนด์ แต่ละตัวจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันขนาดนี้  บางแก้ว กลิ่นนมแรงมากเหมือนวัวท้องผูกยังไงยังงั้น Cafe’ latte บางถ้วยจืด ๆ ไม่น่าอภิรมภ์  การ Cupping Latte ในครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการชี้นำว่าอันไหนดี หรือ ไม่ดี ผมจึงไม่ขอบอกผลในการทดสอบในครั้งนั้น เพราะเป็นการทดสอบเล่น ๆ และ ผลการทดสอบอาจจะมีความแตกต่างจากการทำกาแฟถึง 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมีความเป็นไปได้ที่จะให้รสชาติกาแฟไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน แต่น่าแปลกที่นมยอดนิยม กลับไม่ได้รับความนิยมในวันนั้น  และ ตัวที่เลือกว่าน่าจะดีที่สุด กลับดื่มแล้วไม่อร่อยเท่าตัวรองชนะเลิศ แต่ในระหว่างการทำ Latte Cupping ผมได้ความรู้เพิ่มเติมมากมายว่า น้ำนมที่ดี ที่ให้รสชาติของนมอร่อยนั้น มีกระบวนการ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากาแฟเลยทีเดียว  แม่พันธ์ของวัวที่ให้น้ำนม มีความสำคัญยิ่งยวด รวมถึงอาหารการกิน และ การอบรมบ่มนิสัย , การเลี้ยงดูวัวให้แข็งแรง มีอุณหภูมิในการเป็นอยู่ที่พอเหมาะ เป็นสิ่งสำคัญที่จะให้นำ้นมออกมารสดี หอม มันส์ อร่อย

smile-latte.jpg

ผมกลับมาถึงกรุงเทพ ด้วยใจคิดถึงแต่นมที่เชียงใหม่ในวันนั้น และในไม่ช้าประเทศเราจะมี ผู้ผลิตนมที่ให้ความสำคัญ และ ทำตามสั่งได้เหมือน Barista Milk ที่ผมพบที่เดนมาร์กในวันนั้นครับ .

เรื่องวุ่น ๆ ของ วิปครีม

Saturday, July 12th, 2008

หลังจากกลับมาจากสเปน  งานก็รุมเร้า  ทำให้แทบไม่มีเวลา เขียนเรื่องราวต่อ  เมื่อคราวที่ผมไปเยี่ยมเยียนร้านกาแฟในยุโรปนั้น มีโอกาศ เข้าร้านนู้นออกร้านนี้ก็หลายครั้ง ส่ิงหนึ่งที่ผมเคยว่าไว้แล้วก็คือเรื่อง นมสดที่นั่นหอม อร่อย มาก ๆ พูดถึงเรีื่องนมสด ยิ่งต้องพูดถึงเรื่องวิปครีมด้วย  เพราะวิปครีมที่นั่น เนียนนุ่ม หอมอร่อยกว่าที่ผมเคยได้สัมผัสเลยทีเดียว

 ผมบังเอิญเหลือบไปเห็น ก๊าซวิปครีมหน้าตาคุ้น ๆ เหมือน ๆ กับที่ผมเคยใช้ที่ประเทศไทย นั่นก็คือ ก๊าซ ไนโตรเจน ของ ISI นั่นเอง  ผมเห็น แทบทุกร้านในเดนมาร์ก และ สเปน ใช้ก๊าซยี่ห้อนี้ทั้งนั้น  ไม่วายที่บูธ น้ำเชื่อม Monin ในงานกาแฟ SCAE ด้วยซ้ำ  ทำให้หวนนึกมาถึงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมมีปัญหากับเรื่องยอดวิปครีมที่ร้าน ไม่สัมพันธ์กับยอดขาย ทำให้นึกว่า พนักงานของที่ร้านจะแอบทุจริต จากการขายวิปครีมแต่ไม่นำเงินเข้าร้านไปนู่น  สืบไป สืบมา ทำให้เจอะเจอตัวการใหญ่ คือเรื่องของ กระบอกวิปครีมที่ใช้ ยางเสื่อมคุณภาพ พาลไปถึง ก๊าซวิปที่ใช้ น่าจะมีปริมาณไม่สม่ำเสมอในแต่ละหลอด (เป็นแค่ข้อสันนิฐานครับ ) เมื่อทราบปัญหาจากน้อง ๆ ที่ร้าน ฯ ผมจึง ทดลองเปลี่ยนยี่ห้อ ของก๊าซที่ใช้ และ ซื้อกระบอกวิปครีมใหม่ดู  จากนั้นก็เฝ้าดูปริมาณที่ทำได้แต่ละกระบอก  …   ปรากฏว่า ปัญหาหมดไปเลยครับ ทุกกระบอก เหลือวิปครีมในกระบอกน้อยมากก่อนทิ้ง ทุกกระบอกที่ทำวิปครีมในขนาด 500 ml. ทำได้เกิน 10 ลูกขึ้นไปเลยทีเดียว  เรื่องนี้ผมต้องขอบคุณทาง วีรสุ เป็นอย่างยิ่งที่ให้พนักงานที่ร้านได้เข้าไปอบรม เรื่องการทำวิปครีมที่บริษัทฯ

 isi-cream-whip.jpg

isi-gw_montage.jpg

isi-mocha_cream.jpg

 

เรื่องนี้ทำให้ผมถึงกับอึ้งว่า บริษัทฯทำก๊าซ วิปครีม ISI นั้น เป็นบริษัท ที่มีเทคโนโลยี่ การผลิตก้าวหน้ามาก ถึงขนาดที่มีเทคโนโลยี การบรรจุ ที่ได้มาตรฐาน ที่จะทำให้ ทุก ๆ หลอดก๊าซมี ปริมาณก๊าซเกิน 8 g. ไม่มีขาด และ ไม่มีโอกาศที่จะร่ัวซึมได้เลย เพราะถ้าหากเกิดเหตุผิดพลาดเมื่อไร นั่นแทบหมายถึงชีวิตของทุกคนบนท้องถนน เช่นกัน !!!

monin-butterscotch.jpg

 พูดไปแบบนี้ จะตกใจกันมั๊ยเนี่ยะ … ขนาดก๊าซวิปครีมรั่ว นี่จะมีผลถึง ชีวิตนี่จะไม่มากไปเหรอ ??? แล้วที่กิน ๆ อยู่ทุกวันล่ะ ????   ผมขอตอบแบบไม่เกรงใจเลยครับว่า ใช่ครับ  แต่ไม่ได้หมายความว่าก๊าซที่อยู่ในหลอดก๊าซของ isi จะเป็นอันตรายนะครับเพราะ ก๊าซนั่นปลอดภัยต่อการบริโภค ผ่านมาตรฐาน อย. จากทุกประเทศทั่วโลกมาแล้ว  แต่ที่ว่า หากเมื่อไรที่หลอดก๊าซของ isi มีโอกาศรั่ว มีผลต่อชีวิต นั่นผมหมายถึง เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รถยนต์ที่มีระบบถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงานไงครับ  เพราะก๊าซที่บรรจุ อยู่ในรถยนต์แทบทุกคันจากยุโรป และ เกือบทุกยี่ห้อทั่วโลก ผลิตและบรรจุก๊าซจากโรงงาน isi ในประเทศออสเตรีย นี่แหละครับ ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีการบรรจุ จึงสำคัญมาก  …

 ผมกลับมา และ ตัดสินใจ เปลี่ยนก๊าซที่ใช้ทันที เพราะถ้าเทียบกับราคาที่แพงขึ้นนิดหน่อยแล้ว กับปริมาณวิปครีมที่ผมต้องเสียไป ผมยอมจ่ายแพงกับค่าก๊าซดีกว่า  เพราะอย่างน้อย เมื่อไรก็ตามที่ลูกค้าที่ร้านกาแฟฯ สั่งกาแฟเพิ่มวิปครีมแล้ว ผมจะตอบเสมอว่า วิปครีมที่ผมใช้ คุณภาพความปลอดภัย ระดับ เวิลด์คลาส ปลอดภัยกับชีวิต เหมือนเช่น ที่คุณจะได้รับระดับเดียวกันกับ เบนซ์ เอสคลาส เลยทีเดียวครับ

 

 

….แหม…. ว่าไปด้ายยยย

@_@

Friday, July 4th, 2008

2005_08070040-copy.JPG

เฮ้อ……………………………..

ขออนุญาติถอนหายใจแรง ๆ หน่อยครับ  วันนี้ไม่มีอะไรจะเขียน ผมแค่เดินทางมาเหนื่อย ขอพักดื่มน้ำหน่อยครับ .