Archive for August, 2008

Primo Posto

Friday, August 29th, 2008

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ upblog ทำให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนโทรมาถามว่าหายไปไหน ทำอะไรอยู่ ? ก็ต้องขอขอบคุณในความหวังดี และ ความเป็นห่วงของเพื่อน ๆ นะครับ จริง ๆ ไม่ได้ไปไหนเลย แต่ช่วงนี้ เกิดอาการเซ็ง ๆ กับคอมพ์ ที่อยู่ดี ๆ Hard disk ก็เกิดอาการประท้วง ตั้งระบบทำลายตัวเองไปซะดื้อ ๆ ทำให้ภาพถ่าย หลาย ๆ ภาพที่สู้ทนอุตส่าห์ไปเที่ยวเมืองนอกเมืองนามา พาลหายไปเสียเฉย ๆ เสียดายที่สุดก็ตอนได้ไปเที่ยวโรงงาน Compak ที่ Barcelona ไปได้เห็น ความปราณีตให้การผลิต ความตั้งใจในการพัฒนาตัวเอง จนทำให้เมื่อกลับมาเราจึงมีความมั่นใจ ที่จะมอบ การรับประกัน ให้กับเครื่องบด Compak ทุกรุ่นที่เรานำเข้ามาถึง 2 ปีในทุก ๆ ส่วน ยกเว้นใบมีด อีกทั้งต่อไปนี้เครื่องบด Compak ทุกรุ่นจะมี ป้าย Compak Professional Barista ติดมาให้กับทุกเครื่อง เพราะถึงแม้ Compak จะเป็นโรงงานผลิตเครื่องบดกาแฟ ที่ได้รับความเชื่อถือจาก โรงงานหลาย ๆ โรงงานจากอิตาลี่ มาสั่งเครื่องบดจาก Compak และ ติดตั้งในแบรนด์นั้น ๆ เองก็ตาม ในส่วนของเครื่องที่ Compak ผลิตเป็น แบรนด์ของตัวเอง จะมีข้อแตกต่างหลายอย่างด้วยกันครับ ทั้งระบบภายใน เรื่องรอบการบด , วัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่เป็น วัสดุที่แข็งแรงทนทานทั้งหมด รวมถึงทางเรา ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเครื่องบด Compak ด้วยแล้ว จึงนำเข้าเฉพาะแต่รุ่น Professional เท่านั้นครับ

compaklable.jpg compaknewlid.jpg insidek6.jpg

แอบขายของซะนี่ … จริง ๆ แล้ววันนี้จะ Review ร้านกาแฟร้านหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เป็นร้านที่เมื่อครั้งผมได้ไปเยี่ยมคุณ เขตต์ เจ้าของร้าน Teddy Coffee ที่โคราชมา จึงได้ ทำการแวะเที่ยวชมร้านกาแฟในเมืองไทย แต่บรรยากาศยุโรป อย่างร้าน Primo Posto ที่ตั้งอยู่ในเขต อ.ปากช่อง ใกล้ ๆ กทม.นั่นเองครับ

dsc_0012.jpg

dsc_0014.jpg

ที่นี่ เจ้าของเป็นกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย รวมหุ้นกันลงทุนเปิดร้านอาหาร และ ร้านกาแฟ รวมถึง มีไร่ไวน์เป็นของตนเอง เพื่อความสุข ยามพักผ่อน การตกแต่ง ตัวอาคารมีหลากหลายสีสัน ให้ความรู้สึกดั่งเช่นอาคารทางยุโรป ได้เป็นอย่างดี การตกแต่งภายใน ยังคงให้ความสำคัญ ไม่ทิ้งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ร้านนี้ เปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตตฤกษ์ เพียงเท่านั้นครับ ระหว่างเส้นทางที่จะไปถึง ไม่มีทีท่าว่าจะมีร้านกาแฟบรรยากาศดี ๆ เช่นนี้อยู่ได้เลย เรื่องรสชาติกาแฟ คงไม่สำคัญเท่ากับบรรยากาศที่ผู้เป็นเจ้าของภูมิใจนำเสนอ แต่ผมเชื่อว่า หากเพิ่มความใส่ใจในรสชาติมากขึ้น ร้านนี้คงจะมีเสน่ห์มากขึ้นอีกเป็นแน่ น่าเสียดายที่วันนั้น อิ่มกับสเต็กจากมวกเหล็กมาแล้ว ไม่เช่นนั้นผมคงได้กล่าวถึีงอาหารแบบ ยุโรปสไตล์ได้มากขึ้น เรื่องไวน์เป็นอีกเรื่องที่ผมไม่สันทัด แต่จากการสั่งเกตุจาก ห้องเก็บไวน์แล้ว น่าจะเป็นสวรรค์สำหรับ สมาคมคนเคลิบเคลิ้มได้เป็นอย่างดี

dsc_0034.jpg

dsc_0015.jpg

dsc_0018.jpg

dsc_0026.jpg

dsc_0027.jpg

dsc_0028.jpg

dsc_0033.jpg

วันหยุด … ใครมีคู่ ที่อยากจะเอาใจ ผมแนะนำ ลองพาผู้บัญชาการที่บ้าน ( ผบ.ทบ.) ไปเที่ยวชม แวะกิน แวะ ดื่ม ทำคะแนน เผื่อการอนุมัติการซื้อเครื่องชงกาแฟ จะง่ายขึ้น เพราะคุณอาจจะมีเหตุผลดี ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปยุโรป ก็ได้บรรยากาศเหมือนกัน แล้วเอาเงินมาดูเครื่องชงกาแฟจากอิตาลี่ หรือ เครื่องบดจากสเปนดี ๆ แบบนี้ ดูสิ เสียเงินครั้งเดียวได้มาตั้งสองประเทศ ….

ถ้าท่าน ผบ.ทบ. ยังไม่ยอม ลองยื่นข้อเสนอแถม Syrup Monin อีกโหล คราวนี้คุ้มกว่า เพราะมี ฝรั่งเศสแถมให้อีกประเทศด้วยคร๊าบบ .

08/08/08

Friday, August 8th, 2008

เรื่องตัวเลขเป็นเรื่องของจักรวาล และ ชีวิต สำหรับผม ที่ผมบอกเช่นนี้เพราะ ไม่ว่าจะทำอะไร ตัวเลขจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเราอยู่เสมอ ๆ ผมเชื่อว่าคนหลาย ๆ คนไม่ว่าจะรวยแต่เกิด หรือ จนตั้งแต่ชาติที่แล้ว ล้วนเคยฝันว่าอยากจะถูกหวยกันบ้าง …ระบบสุริยะจักวาล ถึงแม้มีขนาดเหลือคนานับ ก็ยังคงประเมิณค่าดวงดาวที่ลอยเคว้งบนฟ้ามาเป็นตัวเลขจำนวน ใครที่ว่าคอมพิวเตอร์ฉลาดจนแทบจะขาดกันไม่ได้อยู่แล้วในปัจจุบัน ก็ยังคงพูดคุยกันด้วย ภาษาตัวเลข 0 และ 1 เท่านั้น หรือแม้ตำรวจจะจับยาบ้า ยังวัดผลงานด้วยจำนวนตัวเลขของยาบ้าที่จับได้ ส่วนคนร้ายก็หวังว่า เมื่อศาลตัดสินจะได้ปราณีมีตัวเลขให้นับถอยหลัง…

ตัวเลขยังคงส่งอิทธิพลถึง คนกาแฟอย่างพวกผม ที่วนเวียนอยู่แต่กับตัวเลขของอุณหภูมิ , ตัวเลขของวินาทีที่กาแฟไหล , ตัวเลขของจำนวนกรัมของกาแฟในแต่ละช๊อต , ตัวเลขของมูลค่าการลงทุนและรายจ่าย ที่มักไม่ค่อยสัมพันธ์กับตัวเลขของรายได้ที่ได้ในแต่ละวัน แล้วในเมื่อคนเกือบครึ่งโลกยังเชื่อว่าตัวเลขแทนความหมายได้มากมาย เช่นประเทศจีนจะแทน เลข 8 ให้มีความหมายในด้านดี , รวย , เจริญ และ เฮง และแน่นอน เมื่อประเทศจีนได้เป็นตัวแทนเจ้าภาพจัดกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ด้วยแล้ว มีหรือจะไม่เลือกวันที่ เลขดี ๆ อย่างเลข 8 ที่เมื่อตะแคงแล้วจะเหมือน เครื่องหมาย อินฟินีตี้ อันมีความหมายว่าไม่สิ้นสุด มาเรียงกันถึง 3 เด้งอย่างวันที่ 8 เดือน 8 ปี 08 นี้ เป็นวันเริ่มต้นการแข่งขัน เพราะถ้าไม่อย่างนั้น จะต้องรออีก 80 ปี ถึงจะมี วันแบบ 8/8/88 อีกทีในแบบสากล หรือ แม้แต่นับปีแบบพุทธศักราช อย่างเราก็ต้องรออีก 37 ปีนู่นทีเดียว

วันนี้จึงเป็นวันที่หลาย ๆ คนใช้เป็น ฤกษ์งามยามดี ใช้เริ่มต้น เปิดร้าน เริ่มต้นธุรกิจ อันเปรียบเสมือนว่าหากเริ่มวันนี้ จะรวยหรือ เฮงอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

the-lobby1.JPG

the-lobby2.JPG

 

วันนี้ ย่าน ถ.พระราม 3 หรือ แถว ๆ สาธุประดิษฐ์ จะมีร้านกาแฟ เปิดใหม่ถึง 2 ร้านครับ ร้านนึงเป็น ร้านของเพื่อน ๆ ของเรา คุณกอบกุล เจ้าของร้าน Coffee Alley นั่นเอง ร้านนี้ถือเป็น สาขาที่ 8 เช่นกัน เป็นร้านที่อยู่ถัดจากร้านผมแค่ไม่กี่ก้าว รั้วของโครงการกับ อาคารที่ผมอยู่ติดกันเลยก็ว่าได้ ใครมาออฟฟิสหรือ ร้านผม จะแวะเที่ยวชิมกาแฟร้าน The Lobby by Coffee Alley ก็ดี หรือ จะมาร้านคุณกอบ จะแวะมาเที่ยวชมร้านผมก็ได้ครับ

the-lobby3.JPG

the-lobby4.JPG

ร้านนี้คุณกอบเลือกใช้เครื่องชง รุ่นที่เธอประทับใจ นั่นคือเครื่องชงกาแฟ แบบคันโยก ของ Fiorenzato รุ่น Piaza San Marco ขนาด 2 หัวกรุ๊ป และ เครื่องบดที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมอย่าง Compak K10 WBC ในขณะที่กาแฟที่เธอใช้ คราวนี้ให้รสชาติ ใกล้เคียงกับกาแฟจาก อิตาลี่ ที่ผมหอบหิ้วนำกลับมา เพื่อใช้เทียบเคียงเมื่อใช้กับเครื่องคันโยกเช่นนี้

the-lobby5.JPG

และด้วยร้านนี้ ตั้งอยู่ภายใน Lobby ของบริษัท โฆษณาชั้นนำของประเทศ ด้วยแล้ว ดีไซน์ และ คุณภาพจึงถูกเลือกเป็นอันดับแรกเช่นกัน

zbc-sathu22.JPG

zbc-sathu23.JPG

อีกร้าน … เป็นร้าน Zana’s bean Coffee สาขาที่ 5 บนถนน สาธุประดิษฐ์ - พระราม 3 ตัดใหม่ หรือ ซ. โชคชัยจงจำเริญ เดิม ถ้ามาถึง สี่แยกสาธุฯ มุ่งหน้าไป ถ.พระราม 3 ก็ให้เลี้ยวซ้าย ผ่านตลาดไป ประมาณ 500 เมตร จะเจอ สามแยก ตัดใหม่ ก็เลี้ยวซ้ายอีกเช่นกัน ขับไปไม่กี่ร้อยเมตร จะเห็นร้านอยู่ขวามือ หน้าโครงการ Passion Auto Spa ซึ่งเป็นร้านล้างรถของคนรักรถตัวจริง เจ้าของเป็นสถานที่เป็นนักธุรกิจ ที่่รักในความเร็วของรถสปอร์ต ที่นิยมสะสมรถสปอร์ต อย่างเฟอร์รารี่ หรือ ปอร์ช อยู่หลายคัน ผมเลยได้มีบุญเห็นรถดี ๆ (ที่น่าเอาไปติดแก๊สซะให้หายอยาก) อยู่หลายรุ่นทีเดียว

zbc-sathu24.JPG

ร้านนี้ทำอยู่นาน จริง ๆ แล้ว ควรได้เปิดไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ๆ แต่เหมือนโชคจะให้ได้เปิดวันนี้ เลยทำให้ หลาย ๆ อย่างมาเสร็จพร้อม ๆ กันในวันเดียวกัน แม้แต่เรื่องระบบไฟฟ้า ที่เล่นเอาวิศวะกรชาวอิตาลี่ ผู้ผลิต เครื่องชงกาแฟ Astoria รุ่น Plus 4 You ที่ผมใช้ที่ร้าน หัวหมุนติ้วกันเลยทีเดียว โชคดี ที่เจ้าเครื่องตัวนี้ มี Display แสดงค่าการทำงานของระบบต่าง ๆ และ บอกค่าพลังงานที่กำลังใช้อยู่ จึงทำให้ทำการแก้ปัญหาได้ถูกจุด เพราะก่อนหน้านี้ อุปกรณ์ทุกชนิดในร้านใช้ได้หมด ยกเว้นเครื่องชงกาแฟ อันเป็นเหตุให้ ประชุม Online แบบ Interactive ของโรงงาน ฯ กับทางทีมช่าง ฯ เพื่อแก้ไขปัญหา ในที่สุดจึงได้พบตัวการสำคัญ คือ ช่างไฟฟ้า (น่าจะไม่ใช่ช่าง… ซะละม้าง) ต่อสายไฟของเต้ารับที่เตรียมไว้ใช้กับเครื่องชงกาแฟ สลับกันมั่วไปหมด (มีไฟเข้าเครื่องแต่ทำงานได้ไม่เต็มระบบ) งานนี้จึงเสร็จสิ้นและเปิดร้านได้ทันในวัน แปด แปด แปด นั่นเองครับ

zbc-sathu39.JPG

zbc-sathu52.JPG

zbc-sathu28.JPG

zbc-sathu10.JPG

zbc-sathu48.JPG

งานนี้ผมถือว่าผมโชคดีมาก ที่มีเพื่อนดี ๆ มาเปิดร้านอยู่ใกล้ ๆ ทำให้เราไปมาหาสู่กันได้อยู่เรื่อย ๆ และ อย่างน้อย ผู้คนแถวนี้ จะได้มีกาแฟดีๆ กินกันถึง 2 - 3 ร้านเชียวครับ .

zbc-sathu88.JPG

Madame Butterfly

Tuesday, August 5th, 2008

ย้อนกลับไป เกือบร้อยปีที่แล้ว ณ เมืองนางาซากิ มีเรื่องเล่าถึง หญิงสาวผู้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่ม ทั่วทั้งแคว้น ใคร ๆ ก็หมายอยากจะได้เชิญชม หญิงงามเมือง ที่ได้ขึ้นชื่อว่า งดงามที่สุดของเมืองนางาซากิ จนเป็นเหตุให้เจ้าชายน้อย รูปงาม ยังคาดหวังที่จะพิชิตใจ เกอิชาสาวน้อยผู้นี้ให้ได้ แต่แม้เงินทองมากมายมากอง เธอก็ยังปฏิเสธ และ หันไปคบและ เลือก ทหารเรืออเมริกัน จนมีพยานรักมัดใจ ถ้าเรื่องจบง่าย ๆ เพียงแค่นี้ คงไม่เป็นที่กล่าวขานกันมาจวนจะร้อยปีเช่นนี้กระมัง …

madam.jpg

 

 

เรื่องโจโจ้ซังนี้ มาจากอุปรากร ญี่ปุ่นเรื่อง Madame Butterfly ประพันธ์โดย คีตกวีชื่อดังนาม Giocomo Puccini อันโด่งดังนั่นเอง โดยได้เค้าเรื่องมาจากนวนิยายของ จอห์น ลูเธอร์ ลอง (John Luther Long) * หากเป็นสมัยนี้เรื่องราวรักสามเศร้าเช่นนี้ คงจะถูกถ่ายทอดไปในอีกแง่หนึ่ง หรือ อาจจะถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่น่าสนใจ หรือ น่าพูดถึงเลยด้วยซ้ำ แต่หากย้อนเวลาไปให้ช่วงนั้น ถ้าโจโจ้ซัง ไปเลือกเจ้าชาย เรื่องราวคงจะจบลงด้วยประโยคที่ว่า ” และแล้วทั้งสองก็มีความสุขกันเจ้ามีพยานรักในพระราชวังนั่นเอง” แต่ความสุขที่ว่า กลับกลายเป็นการเลือกความสุขที่จะได้เฝ้าคอยคนรัก เมื่อมีเหตุอันจำเป็นที่นายทหาร ” พิง เคอร์ตัน” จะต้องกลับไปอเมริกา และทิ้งให้ โจโจ้ซัง คลอดบุตร เพียงลำพัง และเฝ้าคอยคนรักกว่า 3 ปี ท่ามกลาง คำพูด นินทา ว่าร้าย ของชาวบ้านต่าง ๆ นานา

ในที่สุด ความรักไม่ได้จบได้อย่างใจหวัง โศกนาฎกรรม เกิดขึ้นท่ามกลางความบอบช้ำของผู้ถวิลหาความรักที่เกี่ยวข้อง … ฉากจบเป็นหน้าที่ของผู้สนใจ ควรค่าที่จะแวะเวียนไปชมให้เห็นกับตา

jojosang.jpg

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมโชคดีเพื่อนเจ้าของร้านกาแฟ Yindee cup ชวนไปดูละครเวทีเรื่อง โจโจ้ซัง หรือ Madame Butterfly ที่เราคุ้น ๆ หูกันนั่นเอง เป็นรอบซ้อมใหญ่ หรือ Run Through แบบที่คนละครเค้าเรียกกัน ส่วนตัวผมไม่ได้ดูละครเวทีมานาน ไปดูคราวนี้ เห็นพัฒนาการด้านการเปลี่ยนฉาก การพัฒนาเรื่องการเล่นแสง และที่สำคัญเรื่องเสียงที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงถ้าเทียบเมื่อง 10 ปีที่แล้ว โจ โจ้ ซังครั้งนี้มาในรูปแบบ Musical คือ เนื้อเรื่องถูกดำเนินด้วยเพลงจาก ตัวนักแสดงที่ร้องจริง ดนตรีสด ที่ฟังแล้วแทบขนลุกซู่ เมื่อต้องมาอยู่ในห้องที่ถูกออกแบบมาให้เป็นโรงละครเวทีโดยเฉพาะ อย่าง M Theater นี้ ส่วนตัวไม่เคยโหวต ไม่ค่อยรู้จักศิลปิน AF แต่เมื่อได้ชมการแสดงครั้งนี้ กลับพบว่า นักแสดง หรือ นักร้อง แต่ละคนนั้นมีพลังอย่างล้นเหลือ เพราะบทสนทนาที่ถูกประพันธ์เป็นบทเพลง ถูกถ่ายทอดได้ ไพเราะมาก เสมือน รสชาติของกาแฟ เบลนด์อิตาเลี่ยนดี ๆ ที่ผมเคยได้ชิมทดสอบมา ในรอบดังกล่าวนี้เป็นรอบซ้อมใหญ่ ด้วยบรรยากาศรวม หรือแม้แต่ผู้ชมก็ตาม ไม่เหมือนรอบแสดงจริง ผมจึงไม่กล้าวิจารณ์ ผลงานของผู้สร้างที่ทุ่มเท คีตกวีชิ้นนี้ แต่เชื่อว่า เมื่อ องค์ประกอบครบ มีผู้ชมของจริง พลังของผู้ชม จะถูกส่งผ่านแทบทุก กระแสความเงียบในโรงละคร ถึงนักแสดงทุก ๆ คนบนเวทีได้มีพลังถ่ายทอดกลับออกมา เหนือความคาดคิดของตัวนักแสดงเองด้วยซ้ำ ดั่งเช่น เอสเพรสโซ่รสชาติดี ที่มีครบองค์ของรสชาติ อันมีความหนักแน่น ดุดัน แฝงเร้นด้วย กรุ่นกลิ่นหอมละมุนของ เมล็ดพันธุ์จากเทือกเขาสูง ส่งผ่านการกลั่นชงใน องค์ประกอบที่ครบสมบูรณ์ และสนองถึง กับผู้รู้คุณค่าของรสชาติอันล้ำลึกนั่นเอง .

jojosangcast.jpg

ปล. ใครมีเวลาว่าง ๆ แวะ ๆ ไปชมกันนะครับ แล้วอย่าลืมมาเล่าให้ผมฟังด้วยว่า รอบแสดงจริงเป็นเช่นไร?

* ข้อมูลจาก www.oknation.net/…/2007/08/01/entry-1 และ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cream20th&date=12-04-2008&group=12&gblog=10