Archive for September, 2008

ความสุขของคนคั่วกาแฟ

Sunday, September 21st, 2008

ในฐานะคนคั่วกาแฟคนหนึ่ง ผมจะยอมรับว่าเวลาได้ยินเสียงแคร๊ก หรือ เสียงเมล็ดกาแฟสุกในถังคั่วเป็น เสียงที่มีความไพเราะอย่างยิ่งครับ เป็นเสียงที่ผมจะต้องตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ชัด ๆ เพราะเสียงแคร๊กหรือเสียงแตกของเมล็ดกาแฟมีความหมายมากมายครับ สามารถบอกได้ถึงกระบวนการเก็บที่ดี หรือไม่ บอกได้ถึงความร้อนในถังคั่ว ว่าร้อนไป หรือ ลมแรงไปได้ทีเดียว  และเมื่อเมล็ดกาแฟถูกปล่อยออกมา Cooling ผมก็จะนิยมหยิบเมล็ดที่สุกสวยงามออกมาบี้และดมดู เพื่อจะเก็บเป็นประสบการณ์ว่ากลิ่นเป็นเช่นไร สุกดีหรือไม่  ซึ่งผมทำเป็นประจำ พาลให้นึกไปถึง สมัยเด็ก ๆ เมื่อพ่อกลับมาจากหาดใหญ่พร้อมกับ มอเตอร์ไซไฟฟ้า คันเท่ห์ ถูกหุ้มห่อมาด้วยพลาสติกกันกระแทกสีใส มีเม็ดปุ่มซึ่งภายในเป็นโพรงอากาศมาด้วย

 coffee-bean066.jpg

ผมจะเฝ้ามองของเล่นชิ้นใหม่ อย่างระมัดระวัง จนกว่าจะได้รับอนุญาติให้แกะได้  และเมื่อแกะเล่นแล้ว ความดีใจ ก็ยังไม่จางหาย เพราะผมจะค่อย ๆ เล่น ไม่ให้มันเก่าเร็วเกินไป  ช่วงระยะเวลาพักเล่น ผมจะนิยมเอาพลาสติกกันกระแทกมาบี้เล่นแล้วเล่นอีก จนกว่าจะหมด แล้วจึงค่อยกลับไปเล่นมอเตอร์ไซไฟฟ้าต่อ

จนถึงบัดนี้ ผมก็ยังยอมรับว่า เวลาเครียด ๆ เบื่อ ๆ การนั่งกดเม็ดพลาสติกนี้เป็นอะไรที่คลายเครียดได้ดีเหลือเกิน และแทบไม่น่าเชื่อไม่คิดว่า คนทั่วโลกจะนิยมเล่นแบบนี้เหมือนกัน ถึงขนาด บริษัทผลิตของเล่น Bandai  ได้ผลิตของเล่นชิ้นใหม่เป็น ตัวบีบให้ดังแป๊ะ ๆ ไปได้แบบไม่มีวันหมด ได้ข่าวนี้แล้วถึงกลับขำออกมา เพราะไม่นึกว่าจะมีคนหัวใสเอาเรื่องเล็ก ๆ ขนาดนี้มาประดิษฐ์และขายได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้

bandai-bubble-wrap-toy.jpg

ดูใน youtube ได้ที่นี่ครับ

ของชิ้นนี้ผมได้ข่าวว่ามีขายที่ญี่ปุ่น ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีคนเอาเข้ามาขายในเมื่อไทย เผื่อผมจะวิ่งไปหาซื้อมาห้อยข้างเครื่องคั่วตัวเก่งบ้าง เอาไว้บีบเล่น ฆ่าเวลาก่อนที่เมล็ดกาแฟจะสุก คงจะเพลินดีไม่น้อยครับ .

puchi-puchi.jpg

 

Always

Tuesday, September 16th, 2008

ญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามพ่ายแพ้สงคราม คงเป็นช่วงเวลาที่ดูสับสน  ผู้คนคงห่อเหี่ยว หลาย ๆ คนมีหวัง ในขณะที่หลาย ๆ คนเฝ้าคอยใครบางคน ” อย่างหมดหวัง “

ผมเกริ่นเช่นนี้ ใช่ว่าผมจะเคยเห็นเคยสัมผัสสิ่งที่กล่าวมาแล้วนี้ แต่เรื่องราวต่าง ๆ สามารถหาอ่านหาชมได้หากมีความปราถนาที่จะรู้จริง ๆ  บรรยากาศที่ผมเล่ามานั้นผมซึมซับและรับทราบผ่านภาพยนต์ฟอร์มเล็ก แต่อัดแน่นด้วยความเนียนนุ่มของความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านตัวละครและบรรยากาศของเรื่อง  Always : Sunset on third street ทั้ง 2 ภาค   เป็นเรื่องราวของผู้คนในชุมชนในซอย 3 ที่จะอยู่ภายใต้เงาของหอคอยโตเกียว เมื่อสร้างเสร็จ  เป็นเรื่องราวขอความเชื่อมโยงของผู้คน ความหวัง การดิ้นรน ความสัมพันธ์ และ การผิดหวัง  ผู้กำกับถ่ายทอดงานภาพยนต์ชิ้นนี้ได้ เนียนนุ่ม ละมุนรส แถมยัง ให้ความซับซ้อนของอารมณ์ตัวละครได้เป็นอย่างดีครับ  ดั่งเช่น กาแฟบาง Blend ที่ไม่ได้ให้รสอย่างสุดยอด แต่เหมือนจะธรรมดา แต่แฝงความหวาน นวลลิ้น โชยกลิ่นดอกไม้และ เครื่องเทศ จากเมล็ดกาแฟจาก สุมาตรา และ รวันดา

ใครชอบดูหนัง และยังไม่เคยดูเรื่องนี้พลาดไม่ได้ครับ … ขอแนะนำ

always_yoshioka_1b.jpg

และเมื่อมีเรื่องหนังกันแล้ว ก็ ต้องมีเรื่องเพลงและปาร์ตี้กันบ้าง เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา ร้านกาแฟ ” ยินดีคัพ ” แถวถนนพระราม 4 หลังอาคารมโนรม จัดให้มีปาร์ตี้ เล็ก ๆ กัน  ช่วงเย็น ๆ เรามีชิมกาแฟกันเล็กน้อย โดยได้รับความสนใจจากลูกค้าขาประจำหลาย ๆ คนที่สนใจ งานนี้ผมเลยแวะเอา Yemen Mocha Matari ที่เพิ่งคั่วไปมาให้ชิมกันอีกรอบ  ในขณะเดียวกัน ก็หอบหิ้วเอา Hawaii Kona ที่ได้จากคุณเต้ย Banoffee Coffee ที่แม่สาย  มาชิมกันด้วย  Hawaii Kona ตัวนี้ ผมได้มาหลายเดือนแล้ว และยังเป็นกาแฟที่คั่วมาแล้วเสียด้วย เลยอาจจะไม่ได้รสกาแฟอย่างที่ควรจะเป็น แต่ในขณะเดียวกัน กาแฟจากแหล่งนี้ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังกับ Body  เลยทีเดียว ทั้งยังคงความเป็น Nutty อย่างเช่นเจนอีกด้วย

dsc_0156.jpg

dsc_0189.jpg

dsc_0230.jpg

 

หลังจากชิมกาแฟกันแล้ว เหล้าปั่นที่ได้ส่วนผสมของ  Syrup Monin , Artista ,Teisseire  งานนี้มากันหมด โดยสูตรการผสมของแฟนเจ้าของร้าน  ระหว่างนั่นเพื่อนผู้มากความสามารถก็มาแสดงสด Saxophone กันให้ชมและฟังกันอีกด้วย  วันนั้นกลายเป็นวงสนทนาหลายหลายรสชาติ ที่ได้เพื่อนจากหลากหลายวงการมาร่วมแจมกัน ซึ่งกว่าจะเลิกก็เกือบจะตีสองได้  งานนี้เลยสนุก ๆ ได้อย่างมิได้คาดหมายภายในร้านกาแฟ ที่แปลงเป็นผับกันเป็นคราวเฉพาะกิจครับพี่น้อง….

Yemen Mocha Matari

Friday, September 12th, 2008

มีเรื่องเล่ากันว่า เมื่อหลายร้อยปีก่อน ประเทศ เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในแถบทะเล อราเบียน มีกาแฟที่ดี และ มีรสชาติดี จนพ่อค้า , นักชิมกาแฟต้องขวนขวาย แสวงหากาแฟจากเมืองท่าเล็ก ๆ ที่ชื่อ Mocha มาให้จงได้เชียว เมื่อความต้องการ กับ ปริมาณไม่สัมพันธ์กัน จึงเป็นเหตุให้กาแฟที่ผ่านจากเมืองท่าแห่งนี้ถีบตัวสูงขึ้น ๆ

ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า กาแฟจากดินแดนแถบนี้ มีรสชาติ และ ลักษณะเฉพาะไม่เหมือนที่แห่งใด คือ กาแฟจากที่แห่งนี้มักจะมี กลิ่นหอมฉุน รสหวานคล้ายไวน์  จบท้ายด้วยกลิ่นโทน Chocolate  อันเป็น ช่องทางให้พ่อค้าหัวใส นิยม เติมโกโก้ หรือ ชอคโกแลต ลงให้กาแฟซะเลย อันกลายเป็น ที่มาของ Cafe’ Mocha  เรื่องดังกล่าวไม่มีการยืนยันว่าเป็นที่มาจริง ๆ หรือไม่

 land.jpg

กาแฟตัวที่กล่าวถึง เป็นกาแฟจากประเทศ Yemen ครับ หรือ ที่เรานิยมเรียกติดปากกันว่า Yemen Mocha นั่นเอง กาแฟจากที่แห่งนี้ จะถูกปลูกอยู่ในที่ภูเขาสูงชั้น สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 - 1,700 เมตรขึ้นไป โดยผู้ปลูกกาแฟจะปล่อยให้กาแฟสุกงอมคาต้น แล้วจึงเก็บเกี่ยวมาทำการแปรรูป การปล่อยให้กาแฟสุกงอม จากผลเชอร์รี่ สีแดง จนกลายเป็น สีแดงฉ่ำ แล้วปล่อยให้แดงคล้อยไปทางแดงอมม่วง จึงค่อยทำการเก็บเกี่ยว  ในช่วงเวลาดังกล่าว มีช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ เท่านั้น เพราะหากปล่อยต่อไปอีกนิดกาแฟก็จะเน่าคาต้น   เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ จะต้อง เก็บเกี่ยวด้วยสภาพความลำบากของพื้นที่ แล้วนำกาแฟที่ได้มาตากแห้ง ผ่านลมช่วงสุดท้ายของฤดู เป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ จากนั้นจึงค่อยนำไปสีแล้วเก็บ หรือ เตรียมจัดส่งให้กับผู้ซื้อผู้ที่ต้องการกาแฟรสชาติดี ระดับ World Class

ผมมีโอกาสได้ชิมกาแฟ Yemen Mocha   ตัวดี ๆ หลาย ๆ ครั้งในต่างประเทศ บางตัวก็มีโทนชอคโกแลต โดดเด่นแบบ หาได้ยากจากกาแฟตัวอื่น ๆ บางตัวไม่มีกล่ินชอคโกแลตที่ว่า แต่ให้โทนรสชาติออกไปทาง ผลไม้หมัก ชัดเจนดีเดียว  กาแฟ Yemen Mocha อีกตัวที่ได้ ชิมเป็นกาแฟ Yemen Mocha Ismaieli ที่ P&F coffee เพื่อนในวงการกาแฟเป็นผู้นำเข้า  ครั้งนั้นชิมอยู่หลายรอบ ประทับใจในรสชาติอย่างดียิ่ง  ดื่มด้วยเครื่องชงแบบ Drip , France press, AeroPress ก็อร่อยชัดเจน ครั้นลองมาทำเป็น Espresso ก็ให้มิติ รสชาติ แบบน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

packing_01.jpg

ครั้งนี้ผมได้กาแฟ Yemen Mocha Matari  มาจากเกษตรกร ชาว เยเมนโดยตรง เป็นกาแฟระดับ Matari มาตรฐานสูงสุดของชั้นคุณภาพกาแฟของเยเมน  คือ หน่วยงานกลางของประเทศ ได้จัดชั้นคุณภาพกาแฟ ดังนี้ :

Coffee is sorted into three categories according to its quality:

  1. Matari Coffee and Ismaieli Coffee are on the top class.
  2. Sanani Coffee is in the second class.
  3. Haiymi Coffee is in the third class.

yemen-mocha-matari.jpg

กาแฟตัวนี้ เท่าที่ได้ชิม ให้รสชาติ  Fruity , winey , jack fruit , hint of  blueberry , medium body , Sweet like fruit juice ครับ  กาแฟตัวนี้ผมได้มาน้อย ได้มาฟรี ๆ คั่วด้วยเครื่องคั่วของเพื่อน (หมอพร) ราคาเครื่องก็ไม่แพง อะไร ๆ ก็ดูเหมือนง่าย ๆ ไม่ค่อยดี แต่รสชาติดีครับ  ใครอยากลองชิม แวะเวียนมาหากัน มาทดลองกัน ผมไม่คิดเงินครับ  แต่มีจำนวนน้อยนิดครับ.

เส้นผมบังภูเขา

Sunday, September 7th, 2008

ที่ผ่านมาผมมีปัญหากับ คุณมด อย่างมาก มีปัญหาจากการแวะเวียนมาชิมน้ำเชื่อม Monin ที่ใช้มาโดยตลอด ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ใช้นำ้เชื่อมอีกยี่ห้อหนึ่ง ก็ไม่เห็นจะแวะเวียนมาชิมแบบนี้   ที่คุณมด และ ผองเพื่อนแวะเวียนมาชิมนำ้เชื่อม ​Monin จนบางทีก็เล่นมาอาศัยอยู่ในขวดอยู่หลายหน ก็เพราะเจ้าน้ำเชื่อม Monin นั้นมีส่วนผสมที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ นะสิครับ  ไซรัปหลาย ๆ ยี่ห้อส่วนใหญ่จะใช้ ซูโครส หรือ ฟรุกโทส แทนที่จะใช้น้ำตาล เพียว ๆ  ด้วยเหตุผลที่ Monin ใช้น้ำตาลเพียว ๆ นั่นเอง มดจึงได้กลิ่นและ แวะเวียนมาชิมอยู่เสมอ ๆ  ผมเคยถามผู้ผลิตว่าทำไมถึงจำเป็นจะต้องใช้น้ำตาล 100% ด้วย ?  ก็ได้คำตอบมาว่า น้ำตาลเพียวๆ นั้นจะให้รสชาติที่หอมกว่า หวานกว่า และ ปลอดภัยกว่า  อีกทั้งเมื่อโดนความร้อนก็ไม่มีผลด้านการตกค้าง หรือ เปลี่ยนรสชาติ  จึงทำให้ ไซรัป Monin นำมาใช้ประกอบอาหารได้เลยในขณะที่กำลังผัดหรือ ทอดอยู่

 

คุณมดที่ว่า เป็นมดตัวเล็ก ๆ และส่วนใหญ่เป็นมดดำ ไม่ใช่ ” มดแดงไฟ” เจ้าของนามปากกาทางอินเตอร์เน็ตเพื่อนในวงการกาแฟของผม มดดำนี้ มีความสามารถมาก ที่มุดหาช่องทางเข้าไปในปั๊มของ Monin ซึ่งผู้ผลิตก็ไม่เคยพบปัญหาเช่นนี้ในประเทศอื่น แต่ปัญหาดังกล่าวกำลังจะหมดไปเมื่อ ทางผู้ผลิตถึงกับสั่งให้โรงงานทำปั๊มน้ำเชื่อม ผลิตแบบใหม่ที่เป็นแบบเกลียวมาแทนในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

 

ผมคิด ๆ อยู่นานว่า ที่ใช้ ๆ อยู่นี้จะแก้ไขปัญหาเรื่องมดยังไง ? จะเอาน้ำมาวางดัก ก็แกะกะ ครั้นจะเอาชอล์กกันมด ก็เป็นห่วงว่าอยู่ใกล้อาหารและเครื่องดื่ม กลัวจะไม่ปลอดภัย … คิดยังไงก็คิดไม่ตก !!!

 

และเมื่อเพื่อนเจ้าของร้านกาแฟ ISTeapresso จ.เชียงใหม่ ที่มีดีกรีเป็นถึง ดร.หนุ่ม รูปหล่อ แวะมาเยี่ยมที่ร้านถึงกรุงเทพฯ  ท่ามกลางวงสนทนาภาษาคาเฟอีน ผมก็บ่น ๆ เรื่องมดกับคุณโจไปว่าไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไงดี  ในที่สุดดร.โจก็เล่าว่า ” ไม่เห็นยากครับ เอาฟิล์มแร็ป มาพันไว้ มดมันก็เข้าไม่ได้แล้วครับ “   แค่เท่านั้นผมก็ร้อง อืมมมมม…..  แค่นี้เองคิดไม่ออก

 

monin-rap.jpg

 

แหม.. สมัยเด็ก ๆ ถ้าตั้งใจเรียนหนังสือหน่อย คงจะฉลาดกว่านี้นะเนี่ยะ.