Archive for December, 2008

ของขวัญ วันใกล้จะปีใหม่

Sunday, December 21st, 2008

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ผมตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจบนความซื่อสัตย์ และ ทยอยเติบโต ด้วยความตั้งใจที่จะให้สินค้า และ กาแฟของเรามีคุณภาพทัดเทียมกับสากล โดยมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่างให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ตลอดเวลามานั้น ผมเก็บหอมรอมริบ จากเงินทุนส่วนตัว รวมถึงเงินกู้ยืมที่มีดอกเบี้ย รวมถึงกำไรที่ได้จากการดำเนินธุรกิจ ใช้เป็นเครื่องมือในการต่อยอดด้วยการค่อย ๆ ลงทุนทีละนิด  ช่วง 2 ปีแรกนั้น เป็นช่วงเวลาที่แสนสาหัสมาก ขาดทุนจากการตั้งร้านแห่งแรก ๆ รวมถึงขาดทุนสะสมเรื่อยมา โชคดีที่ได้ครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นกำลังใจ ให้หยิบยืมช่วยเหลือบ้าง  ผมเริ่มมีออฟฟิศเล็ก ๆ ที่ดูเสมือนเป็นห้องเก็บสินค้ามากกว่า ภายในอาคารที่มีร้านสาขาที่ 1.1 ( 1.0 ขาดทุนเลยย้ายมาที่นี่ ) มีเนื้อที่ประมาณ 30 ตร.ม. โดยแบ่งครึ่งแรกทำธุรกิจ ไปรณีย์ และ รับชำระค่าบริการ   ส่วนครึ่งหลังแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นบนไว้ทำงาน มีเนื้อที่ไม่เกิน 10 ตร.ม ส่วนข้างล่าง ใช้ทุกตร.นิ้ว ตั้งของเท่าที่จะตั้งได้    ทั้งหมดนี้ถ้าผมไม่ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี เข้าใจเรา อยู่กันเหมือนพี่น้อง คงจะอยู่กันไม่ได้แน่นอน อีกทั้ง ลูกค้าหลาย ๆ ท่านที่เข้าใจเรา ให้ความไว้วางใจในตัวบริษัทเล็ก ๆ อย่างเรา    นอกจากนั้นผมใช้ทาวเฮ้าส์หลังเล็ก ๆ ของพี่ชายที่อยู่ชานเมืองไว้เป็น โรงคั่วกาแฟเล็ก ๆ ด้วยเครื่องคั่วกาแฟที่ดีที่สุด ที่สามารถหาซื้อได้ เมื่อสองปีที่แล้ว  คำขอบคุณครั้งนี้ของผม ยังรวมไปถึง เพื่อน ๆ หรือ พี่ ๆ ในวงการกาแฟอีกหลาย ๆ ท่าน ทั้งที่เข้าใจผม และ ไม่เข้าใจผม  …

front-of-peaberry-ltd.jpg

ถึงวันนี้ ผมขอตอบแทน และ อวยพรปีใหม่ ให้แก่ลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน รวมถึง ขอให้พระเจ้าของชาวคริสต์คุ้มครองและอวยพรท่านให้วันคริสมาสต์  ให้จงมีความสุขความเจริญ   ฟันฝ่าเศรษฐกิจที่เสมือนไม่มีทางออกในปีหน้าให้สามารถมีกำไร และ ก้าวหน้าไปได้ด้วยครับ   และตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาฯ นี้ บริษัท พีเบอร์รี่ จำกัด และ EspressoFriend.com จะย้ายจากอาคารปัญจธานี ลงมาที่อาคารสำนักงานที่ตั้งติดกันกับที่เดิม ในเลขที่ 123/17   ซึ่งใช้เบอร์ติดต่อเหมือนเดิมทุกประการครับ  ผมลงทุนทำ โชว์รูม และ ออฟฟิศนี้ เพื่อให้สะดวกแก่ลูกค้าที่ท่านมากขึ้น  มีความเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้นครับ   ผมแยกห้องชิมกาแฟ , ทดสอบกาแฟ  และ เทรนนิ่งรูม ไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้ทุกท่านที่ผ่านมา ได้แวะเข้ามาชิมกาแฟฟรี ๆ  ซึ่งผมได้เตรียมหนังสือกาแฟจากทั่วโลกที่ผมสะสมไว้มาให้อ่านไว้ด้วยครับ รวมถึง ถ้าท่านใดว่าง ๆ อยากจะมาชม  DVD ต่าง ๆ เกี่ยวกับกาแฟก็แวะมานั่งดูนั่งชมได้เลยครับ   วันเสาร์ อาทิตย์บางวัน อาจจะมีเทรนนิ่ง หรือ ชิมกาแฟ ให้กับพนักงานฯ หรือ สำหรับบุคคลทั่วไป  ซึ่งจะประกาศให้ท่านทราบอีกครั้งครับ

 peaberry-lab.jpg

p4u-espshot1.jpg

cupping-table1.jpg

อีกส่วนเป็นห้องคั่วกาแฟ ซึ่งผมเรียกห้องนี้ว่า ” เขตปกครองพิเศษ “  เพราะห้องนี้ ผมตกแต่งให้มีสัสันฉูดฉาด และ  ผู้คั่วกาแฟถือว่าใหญ่สุดในห้องนี้ครับ เพราะแค่ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีมีผลกับรสชาติกาแฟเป็นอย่างยิ่งครับ

roasting-room1.jpg

ทั้งหมดนี้ผมถือเป็นของขวัญให้กับลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุก ๆ ท่านครับ  รวมถึงเพื่อน ๆ ผู้รักกาแฟที่เข้ามาอ่านในที่นี้ด้วยครับ หวังว่า สถานที่เล็ก ๆ แห่งนี้จะเป็น กำลังใจให้ทุก ๆ คน ที่ทำกาแฟ รวมถึงเป็นแหล่งความรู้บ้างไม่มากก็น้อยครับ  ส่วนใครที่สนใจเรื่อง Latte Art  ผมได้รับเกรียติจากหมอพร จะมาเป็นวิทยากรผู้ฝึกสอนให้ในวันเสาร์ใดเสาร์หนึ่งในเดือนมกราคม ครับ งานนี้รับแค่  4 ท่านครับ  ขอให้มีพื้นฐานการสตรีมนม และ ทำกาแฟเอสเพรสโซ่มาบ้างแล้วนะครับ   ค่าใช้จ่ายงานนี้ประมาณ 2,500 บาท   ส่วนเกินหลังหักค่าใช้จ่าย เรื่องนมและ กาแฟ และอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแล้ว จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิใด มูลนิธิหนึ่งซึ่งจะแจ้งให้ทราบหลังจากได้คัดเลือกแล้วครับ.

drporn-in-pblab.jpg

drporn-and-plus4you.jpg

tulip-by-drporn1.jpg

peaberry-map.jpg

 

เตือน!!! ผู้ดื่มกาแฟเป็นประจำ … ระวังจะตาบอด

Wednesday, December 17th, 2008

เร็ว ๆ นี้ ผมได้รับ FWD Mail หนึ่งฉบับ จากเพื่อนผู้หวังดีของผมครับ  เธอทราบดีว่าผมชอบดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ และ เธอก็ทราบดีว่า ข้อมูลเรื่องผลร้ายของการดื่มกาแฟนั้นผมคงหาได้ไม่ยาก แต่เธอก็ยังยืนยันจะให้ผมได้อ่านไว้เพื่อเตือนสติ และ ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นให้น้อยลงครับ …

 

เรื่องนี้ เพื่อน ๆ ผู้รักกาแฟหลาย ๆ ท่านคงได้เคยได้ยินมาบ้างแล้ว หลาย ๆ คน อาจจะเห็นผ่าน ๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจ แต่วันนี้ ผมขอนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ เพราะถึงแม้จะไม่ได้รับการยืนยันว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำหรือไม่ แต่ได้โปรดเข้าใจว่าผมเป็นห่วงเพื่อน ๆ เสมอครับ  เรื่องที่ได้รับอยู่ด้านล่างครับ  เสียดายที่ผมไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เผยแพร่ หรือ คุณหมอท่านใดเป็นผู้เตือน จึงไม่มีโอกาสให้เครดิตท่านครับ ( ไว้ว่าง ๆ จะสอบถามหมอพรรูปหล่อให้อีกทีครับ)  …

 

เตือนคอกาแฟทั้งหลาย ดื่มกาแฟมากๆ…ระวังจะตาบอด

 

 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาแฟ เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอีกอย่างของคนไทยส่วนใหญ่

โดยเฉพาะท่านที่ชอบนอนดึกๆ หรือทำงานยามดึก


บางท่านดื่มจนเป็นนิสัย วันละหลายๆถ้วย แล้วแต่ใครจะชอบ


มีเรื่องมาเตือนเกี่ยวกับท่านที่ชอบดื่มกาแฟวันละหลายๆถ้วยครับผม


นอกจากมันจะมีประโยชน์แล้ว มันก็มีโทษเป็นของคู่กันครับ


นอกจากสารคาเฟอีนที่มีในกาแฟ ที่ว่ากันว่ากินเข้าไปสะสมมากๆ


อาจจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายได้


เพื่อนผมคนนึง ชอบดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเวลาใช้ความคิด


แกชงกาแฟกาแฟดื่มเป็นว่าเล่น


อ้อ กาแฟที่แกดื่มน่ะ เป็นกาแฟยี่ห้อ……….( ไม่ออกชื่อเดี๋ยวโดนฟ้อง )


ซึ่งแกชงยี่ห้อนี้ดื่มเป็นประจำ จนเมื่อเร็วๆนี้ ได้ข่าวว่าแกเข้าโรงพยาบาล


เพราะว่าแกตาบอด เลยไปเยี่ยมและถามถึงสาเหตูที่แกตาบอด


ได้ไปสอบถามคุณหมอที่ผ่าตัดตาให้แก


หมอบอกว่าที่แกตาบอดเพราะว่าดื่มกาแฟ……

ขออภัยที่ต้องทำภาพเบลอครับ ….

 

 mocha-cino.jpg

 

 

 

 

 

 

 

แล้วไม่ระวัง เลยโดนหลอดที่อยู่ในขวดทิ่มตาบอด !!!!!!!!!!!

 

 55555

 

 ล้อเล่น กันนะคร๊าบบบ อย่าซีเรียส ส   (ว่าแต่พี่เขียว อย่าโกรธกันน๊าา ย้อเย่น ๆ)

SAVANI

Sunday, December 14th, 2008

dsc_0240.jpg

ผมได้พาไปร้านกาแฟใน Milano ในคราวที่แล้ว คือ Cova คราวนี้ ขอพามาเที่ยวร้านกาแฟ อีกแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ใน Galleria ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดของโลก บาร์กาแฟ แบบชาวอิตาลี่แท้ ๆ อาจดูเหมือน cafe  ในโรงแรมหรู ๆ ไปหน่อย หลาย ๆ คนอาจชอบ แต่สไตล์คนไทยอาจจะไม่ชอบให้ร้านกาแฟเป็นแบบนี้

dsc_0229.jpg

dsc_0230.jpg

 dsc_0231.jpg

SAVANI เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างสวยงาม หน้าทางเข้าร้าน มีตู้โชว์ เค้ก ขนม หรือ อาหารต่าง ๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในร้าน ไว้โชว์ให้นักท่องเที่ยว หรือผู้คนได้เห็น  เครื่องชงกาแฟ และ อุปกรณ์ที่ใช้ ก็ถูกตกแต่งให้ มีเอกลักษณ์เฉพาะ เข้ากับการตกแต่งของร้าน  ดู  ๆ ไป หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าราคากาแฟที่นี่ คงจะแพงอยู่ แต่เอสเพรสโซ่ที่ผมดื่ม กลับถูกอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ 1.5 ยูโร หรือประมาณ 70 บาท เท่านั้น  และอย่างที่บอกไปแล้วว่า ราคานี้สำหรับ ดื่มบนหน้าบาร์ยืนเท่านั้น หากดื่มภายใน จำเป็นต้องจ่ายในอีกราคาหนึ่ง  สำหรับเรื่องกาแฟ ไม่ต้องห่วง อิตาเลี่ยนเทสต์ ชัดเจน  และได้เครื่องชงกาแฟดี ๆ อย่าง Dalla เวอร์ชั่นตกแต่งพิเศษ ด้วยแล้ว หายห่วง  อะไรก็ตาม ผมติดใจ คุ๊กกี้เล็ก ๆ ที่ให้กัดกินหลังดื่มกาแฟนั้น อร่อย ไม่เป็นรองกาแฟเลยทีเดียวครับ .

dsc_0238.jpg

dsc_0239.jpg

dsc_0235.jpg

dsc_0237.jpg

Cova Pasticceria

Saturday, December 13th, 2008

ห่างหายไปหลายวันครับ เนื่องจากไม่มีอารมณ์จะเขียน เนื่องจากสถานะการณ์บ้านเมืองไม่เป็นใจครับ อะไร ๆ พาลให้ดูหดหู่ชอบกล  เรื่องการเมืองผมไม่ขอออกความเห็น และพูดในที่นี้นะครับ   แต่จะมาเล่าให้ฟัง เรื่องร้านกาแฟที่มีเสน่ห์น่าสนใจหลาย ๆ ร้านที่ผมได้ไปเยี่ยมเยียนมาคราวที่ไปอิตาลี่

dsc_0262.jpg

Cova Pasticceria เป็น Caffe bar ที่แทบได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งครับ บาร์กาแฟแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1817  ถ้าเอาไปลบกับ ปีนี้ ก็จะนับอายุได้ถึง 191  ปีทีเดียว   แต่ถ้าเอาไปเทียบเป็นปี พ.ศ. แล้ว หมายความว่า บาร์กาแฟแห่งนี้ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2360 นั่นเอง  เป็นปีเดียวกันกับที่เมืองไทยเราได้พิมพ์ตัวหนังสือไทยจากตัวพิมพ์เป็นครั้งแรก!!!

dsc_0266.jpg

บาร์กาแฟแห่งนี้ ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาหลายยุคหลายสมัย จนปัจจุบัน ถือเป็น บาร์กาแฟสำหรับ ผู้คนในสังคมชั้นสูงของ Milan เป็นที่ ๆ ผู้เข้าไปใช้บริการจะนิยม แต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายสากลครบสูท  ภายในถูกตกแต่งและประดับประดาไว้อย่างสวยงาม แต่ยังคงไว้ซึ่ง ร่องรอยแต่กาลเวลา ผมบังเอิญไปพบเห็น นาฬิกาโบราณ แขวนอยู่ข้างเสาของร้าน  เสมือนหนึ่งจะเป็น เครื่องบ่งชี้ถึงความเก่าแก่ และ เครื่องบ่งชี้ความเป็นที่ยอมรับของสังคม ที่ยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน

dsc_0263.jpg

dsc_0268.jpg

 

ร้าน Cova นี้เป็นที่ขึ้นชื่อมากในเรื่อง ของช๊อคโกแลต ที่มีสูตรเฉพาะเป็นของตนเอง ที่ทำเองอยู่ภายหลังของบาร์  รวมถึง ขนมเค้กหน้าตาน่ากิน ต่าง ๆ มากมาย  และแน่นอน กาแฟเอสเพรสโซ่ แห่งนี้ ย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง  รสชาติเอสเพรสโซ่ที่บ่งบอกถึง เทสต์กาแฟแบบ อิตาลี่ชัดเจน  เป็นกาแฟเบลนด์โรบัสต้า ที่ไม่ได้ให้ผลลบของรสชาติ หากแต่ มีความเข้มข้น Full body และ Sweet อย่างน่าประทับใจ   ผมเลือกเข้าไปชิมกาแฟที่ บาร์ยืน หน้าเคาน์เตอร์ ซึ่งผมจะต้องเข้าไปชำระเงินที่ Casher ก่อน โดยแจ้งว่าจะดื่มกาแฟที่ บาร์ เพราะไม่่เช่นนั้น หากผมไปนั่งในร้าน ราคาที่ได้รับ อาจจะทำให้คืนนี้ผมต้องอาศัยชายคาร้านหลบฝนนอนก็เป็นได้

dsc_0264.jpg

ที่บาร์ จะมี Chip , Cheese , Bread และ เครื่องเคียงอีกมากมาย ให้เลือกกินได้โดยไม่เสียตังค์  ส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนที่มาใช้บริการจะเลือก ดิ่มกาแฟและแวะคุยเพียงชั่วครู่  เครื่่องเคียงบนบาร์จึงเสมือนเป็นของทานเล่น แก้เลี่ยน หลังดื่มกาแฟ  แต่สำหรับผมกินเพลินกลายเป็นขนมกินอิ่ม ช่วยประหยัดค่าอาหารไปได้หลายยูโรเชียวครับ

… ผมต้องขออภัย หากเพื่อนๆ คนไหนเข้าไปลองชิมกาแฟที่นี่ แล้ว Barista ต้องรีบเก็บเครื่องเคียงนี้เมื่อเห็นคนไทยไปปรากฏตัวที่ร้าน  ไม่แน่นัก คราวหน้า ข้างเสาของร้านอาจจะมีประวัติเพิ่ม  เขียนไว้ว่า ” ในปี  ค.ศ. 2008  พบนักท่องเที่ยวชาวสยาม แวะมาดื่มกาแฟ แต่ เล่นเอาขนมหน้าบาร์หมดเกลี้ยง ให้โปรดระวัง!! “

ก็แหม …​ใครใช้ให้ขนม และ ช๊อคโกแลตอร่อยนัก อร่อยหนาล่ะ .