About Mr.Z

ด้วยความเป็นนักเดินทาง จึงมีโอกาสได้เดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ และ ยังดินแดนต่างประเทศ ผมจึงมีโอกาสเห็นวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ของผู้คนไม่ว่าจะเป็นคนท้องถิ่น หรือ ผู้มาเยี่ยมเยียน … ผมยังจำความบรรยากาศ เช้าวันหนึ่งที่ จ.ตรัง ได้ดี เมื่อมีโอกาศเดินทางมา ณ จังหวัดแห่งนี้ เป็นหนที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว ในเช้าวันนั้น รถไฟถึงชานชลา ในช่วงหัวรุ่ง แดดอ่อน ๆ และ สายลมเย็น ๆ ทำให้รู้สึกสดชื่น และหิวขึ้นในทันที ภาพบรรยากาศที่ผู้คนต่างเดินทางมากินอาหารเช้า ณ ร้านหมูย่างชื่อดัง ยังเป็นภาพที่ประทับใจอยู่ ร้านนี้ ไม่ขายเฉพาะ หมูย่างเท่านั้น ยังมี ติ่มซำอันเลืองลือ อร่อยเหาะ อีกทั้ง ชาเย็น หรือ ชานมร้อน และ กาแฟร้อนที่ต้มจาก กาแฟโรบัสต้า ที่คั่วด้วยสูตรเฉพาะหลังร้านนั่นเอง ทุก ๆ คนที่เดินเข้ามาใหม่ ถูกทักทายเป็นภาษาท้องถิ่น ที่สื่อถึงความเป็นกันเองได้อย่างดี จากโต๊ะต่าง ๆ ที่มาก่อนแล้ว แทบไม่น่าเชื่อว่า คนแทบทั้งร้านจะรู้จักกันไปหมด ร้านหมูย่าง เล็ก ๆ จึงกลายเป็น สังคมย่อย ๆ หรือ ที่นักหนังสือพิมพ์เรียกกันว่า ” สภากาแฟ” นั่นเอง ด้วยบรรยากาศในเช้าวันนั้น ทำให้ ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะ หมดเรียบ! ในเวลาอันรวดเร็ว …

 

ในอีกไม่กี่ปีถัดมา บรรยากาศ ที่เหมือนจะคล้ายกัน แต่ไม่ใกล้กันแม้แต่นิดเดียว ในร้านกาแฟ เล็ก ๆ ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม แต่เสื่อมโทรมไปบ้างตามกาลเวลา หัวมุมถนนแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ผมได้รู้จัก ” กาแฟคั่ว-บด ” ที่ชงมาแบบ ” เอสเพรสโซ่ ” เป็นครั้งแรก ก็ที่นี่เอง รสชาติกาแฟนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับกาแฟโบราณ ณ ร้านหมูย่างเมืองตรัง แต่สิ่งที่เหมือน ๆ กัน ที่สัมผัสได้ในวันนั้นคือ บรรยากาศ และ มีบางสิ่งที่ดึงดูดคนให้เดินเข้าร้านกาแฟเล็ก ๆ อันอบอุ่น คล้ายกัน ” เอสเพรสโซ่แก้วแรกในวันนั้น ผมบรรยาไม่ถูกจริง ๆ จะว่า ขม ก็ไม่ จะว่าเข้ม มันก็มีนุ่ม ๆ อยู่ในตัว จะว่าเปรี้ยว ก็ แอบมีหวาน ต่างกันสิ้นเชิงกับกาแฟโบราณ แต่ก็มีเอกลักษณ์ของเรา …. จากคราวนั้น ก็มีโอกาศได้เข้า ๆ ออก ๆ ร้านกาแฟเป็นว่าเล่น เพราะถ้าอยู่ต่างประเทศ ผมก็จะมีโลกส่วนตัวให้พักขา ระหว่างวัน หรือถ้าได้ไป เชียงใหม่ เชียงราย จะต้องมีเช้านึงที่ ต้องเดินไปนั่งกินกาแฟที่ร้านแถวกาดพิงพยอม หรือ นักรอแม่ค้ามาขายของแถว ๆ สามเหลี่ยมทองคำ ยังไม่รวมถึง ร้านกาแฟในตลาดกลางเมืองแม่ฮ่องสอน ที่นั่งขำ และ งง เมื่อเห็น ชาวกระเหรี่ยงคอยาวเดินช้อปปิ้ง สินค้ากลางตลาด หรือ คราวที่นั่งกินอาหารเช้า แบบฝรั่งเศส พร้อมกับจิบกาแฟ นั่งเขียน Post card ร่อนถึงเพื่อนสาว ที่ หลวงพระบาง เป็นเช่นนี้ทุกที ๆ ได้เดินทาง จนล่วงเลยมาอีกหลายปี ในที่สุดวันหนึ่งก็ได้เป็นเจ้าของร้านกาแฟแบบรถเข็นเล็ก ๆ คันแรก ที่ออกแบบ จากจินตนาการ ที่เคยเห็นที่ Espresso Cart ในฝรั่งเศส จากนั้นก็เริ่มศึกษา เรียนรู้เรื่องกาแฟมาโดยตลอด และ เริ่มจริงจังขึ้นเริ่อย ๆ เมื่อต้อง ขาดทุน บักโกรก กับร้านเล็ก ๆ ร้านแรก ด้วยความแปลก ที่ ชวนแต่คนมอง แต่ไม่กล้าซื้อ กล้าลอง จึงทำให้ต้องยิ่งศึกษามากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทางเลือกเหลืออยู่ 2 ทาง คือ ” เอาให้ขาหัก ” หรือ เปลี่ยนมาขายหมี่เกี๊ยว องค์ชายสี่ …. จากเริ่มศึกษาเพียงแค่ชง ต้องเริ่มเรียนรู้เรื่องการคั่ว และ มารู้ตัวอีกทีเมื่อมายืนเด็ด เชอร์รี่ของต้นกาแฟมายืนชิมรสชาติความหวานฉ่ำ …เมื่อโลกของกาแฟ ชาตินี้ยังไงก็รู้ไม่หมด เลยมีความต้องการจะศึกษาด้านการชิมอย่างจริงจัง เมื่อวันนึง หาข้อมูลมาได้ว่า ใครบ้างที่เป็นนักชิมระดับโลก หลังจากที่เห็นรายชื่อแต่ละคนแล้ว ซึ่งอยู่โซน ไกลโพ้นฟ้า ทั้งนั้น จนมาได้เห็น ชื่อ ๆ นึง เป็นชาวเอเชีย ก็ไม่รีรอ ที่จะโทรตื้อจะไปเรียนด้วยให้ได้ ตื้ออยู่หลายครั้ง หลายหน ด้วยภาษาอังกฤษของผมที่แกฟังไม่เข้าใจ เราบอกว่าจะเดินทางไปหา ไป ๆ มา ๆ แกมาเมืองไทยให้เลย Mrs. Sunalini Menon คืออาจารย์ด้านการชิม และ เปิดโลกอีกใบให้ข้าพเจ้า เมื่อถึงเวลากลับ ส่งกันไป ส่งกันมา เลยได้ไปหาแกจริง ๆ อีกทีที่ Bangalore ซะงั้น …. ในเมื่อใหน ๆ ก็ใหน ๆ แล้ว จึงเดินทางไปดูงานกาแฟตลอด และได้เดินทางไปดูงานกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของโลก ไปเรียนเรื่องการคั่วเพิ่มเติม อีกหลายแห่ง ใน อเมริกา มาหมาด ๆ เลยได้เพื่อนเป็น Roast Master มาอีกหลายคน และ ยังจะต้องไปอีกในไม่ช้า เมื่อสิ่งที่ต้องศึกษายังมีอีกมากมาย … ซึ่งข้าพเจ้าเองอาจจะรู้แบบไม่ลึก แต่ก็ชอบที่จะรู้จากหลายๆ ด้าน.

6-1.gifp1000164-01.jpg

p1000310.jpg

dsc_0052low.jpg