Environment Control
ไม่ได้เขียน Blog มานาน เพราะมัวไปอยู่ใน FaceBook ตลอด มาครั้งนี้ผมมาเล่าถึงเรื่องผลกระทบจากการคั่วกาแฟกันบ้างครับ … หลาย ๆ คนคงคิดว่าการคั่วกาแฟนั้นง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายครับ เพราะการคั่วกาแฟเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ยากจะประเมินค่าเป็นตัวเลขว่าคั่วกาแฟอย่างไรดีกว่าอย่างไร เรื่องการคั่วกาแฟมีผลกระทบที่ตามมามากมายสำหรับคนคั่วกาแฟ เริ่มตั้งแต่การที่ต้องหากาแฟดี ๆ มาคั่ว ถัดมาก็ต้องหาสถานที่อยู่อาศัยให้กาแฟสาร หรือ ที่เราเรียก ๆ กันว่ากาแฟดิบ การหาที่อยู่ให้กาแฟนั้นก็ต้องให้เค้าอยู่สบาย มีความสุข อากาศถ่ายเทดี ร้อนไปก็ไม่ได้ อบไปก็ไม่ดี บางโรงคั่วกาแฟในต่างประเทศถึงกับติดระบบปรับอากาศให้กาแฟเลยด้วยซ้ำ นอกจากนั้นเมื่อกาแฟต้องเดินทาง กาแฟก็ต้องการ การเดินทางแบบเฉพาะ คือไม่สามารถเดินทางไปกับใครได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณต้นหอม คุณกระเทียม หรือแม้แต่คุณมันผรั่งก็ตาม
แต่ปัญหาใหญ่ๆ ของคนคั่วกาแฟคือเพื่อนบ้านและสิ่งแวดล้อม เพราะในขณะคั่วกาแฟอยู่นั้นมีทั้งควัน กลิ่น ที่อาจสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านจนถึงขั้นฟ้องร้องกันก็มากมาย ในอดีตตอนเริ่มต้นจะคั่วกาแฟนั้นบอกตรง ๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยได้สนใจซักเท่าไหร่เลย จนกระทั่งเริ่มมีเสียงบ่น มีการแจ้งฟ้องร้องกับเขตจึงได้มีการย้ายสถานที่คั่วกาแฟ แต่ก็กลายเป็นมาสร้างความลำบากให้ที่ใหม่อีก นั่นเป็นเพราะระบบเผาควันที่ผมทำขึ้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ จนกระทั่งคิด ๆ ถึงระบบใหม่ ๆ เพราะจริง ๆ แล้วการเผาควันหรือกลิ่นให้หายหมดจนนั้นจำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงกว่า พันองศาเซลเซียสเลยทีเดียว นอกจากจะอันตรายแล้ว ยังสร้างคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากอีกด้วย เมื่อหาข้อมูลไปมา พบว่าปัจจุบันในต่างประเทศมีการใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า ระบบไฟฟ้าสถิต ที่ใช้ร่วมกับระบบ Ozone ความเข้มข้นสูง ซึ่งผมมีโอกาศได้ไปดูระบบดังกล่าวนี้ถึงประเทศสวีเดนเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งตัดสินใจทดลองนำเข้ามาใช้จริงที่บริษัทฯ และเมื่อเครื่องดังกล่าวมาถึง เราใช้เวลาระยะนึงเรียนรู้การทำงานพอสมควร จนกระทั่งได้มีโอกาศทดลองใช้งานจริง ก็พบว่าสามารถลดกลิ่นได้ เป็นที่น่าพอใจ มากกว่า 80% และ จัดการเรื่องควันได้ดีถึงขนาด 95% เลยทีเดียว ระบบนี้อาจจะแพงในการลงทุนครั้งแรก และระยะยาวประหยัดกว่า รวมถึงไม่สร้างมลพิษให้กับอากาศและ ไม่ทำให้เกิดโลกร้อนอีกด้วย
ดังนั้นหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าทำไมหนอค่ากาแฟถึงแพงถึงเพียงนี้ ไม่ว่าจะเทียบเป็นราคากาแฟคั่ว หรือ จะเทียบเป็นเครื่องดื่มกาแฟ แต่อยากจะบอกได้ว่า เมืองไทยเรากาแฟถือได้ว่าถูกมากติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว เพราะจากต้นจนถึงปลายทาง มีผู้เข้าร่วมเกี่ยวข้องมากมาย มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมหาศาล จนราคากาแฟแก้วละ 30-60 บาทนั้นไม่แพงเลยแม้แต่น้อย และหากใครที่เป็นคอกาแฟตัวยง หลงมาอาจเจอบทความนี้เข้าได้โปรดช่วยอุดหนุนร้านกาแฟดี ๆ ที่เจ้าของร้านตั้งใจทำด้วยนะครับ เพราะผมเชื่อว่าส่วนใหญ่นั้นทำด้วยใจมากกว่ากำไรเป็นตัวเลขครับ.









credit :
เห็นภาพนี้ที่เจ้าของภาพไปถ่ายใน พื้นที่ผู้ชุมนุมมา เศร้าเลยครับ อย่าได้เป็นการทำเพื่อนำไปใช้ในอย่างที่ผมคิดเลย…
















